ยุบแล้วคุกการเมือง! ย้ายเงียบผู้ต้องขังไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


รูปจากเฟซบุ๊ก ธิดา ถาวรเศรษฐ

 

28 ก.ค.2557  รายงานข่าวแจ้งว่า ที่เรือนจำหลักสี่ซึ่งคุมขังนักโทษการเมืองทั้งสิ้น 22 ราย เป็นชาย 20 ราย หญิง 2 ราย ได้ทำการย้ายผู้ต้องขังเกือบทั้งหมดไปยังเรือนจำทั่วไป โดยนำผู้ต้องขังชายเกือบทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และนำตัวผู้ต้องขังหญิง 1 รายคือ นางสาวนฤมล วรุณรุ่งโรจน์ ไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง คงเหลือผู้ต้องขังชาย 5 รายและหญิง 1 ราย รวม 6 รายที่ยังถูกคุมขังที่เรือนจำหลักสี่ โดยทั้ง 6 เป็นผู้ต้องขังจากจังหวัดอุบลราชธานี (4 ราย) และมหาสารคาม (2 ราย)

ผู้สื่อข่ายรายงานด้วยว่า ญาติผู้ต้องขังส่วนใหญ่ทราบข่าวเรื่องนี้มาราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แต่เจ้าหน้าที่ที่เรือนจำหลักสี่ปฏิเสธว่าไม่มีคำสั่งย้ายแต่อย่างใด และญาติทั้งหมดไม่ทราบข่าวว่าจะมีการย้ายผู้ต้องขัง ทำให้ญาติบางรายไปรอเยี่ยมเก้อและมีรายหนึ่งถึงกับร่ำไห้เมื่อตามมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงบ่ายแต่ไม่ได้เข้าเยี่ยม โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังส่งตัวไม่เรียบร้อย 

ญาติผู้ต้องขังจากจังหวัดมหาสารคามรายหนึ่งแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้โทรแจ้งเธอแล้วว่าจะส่งตัวผู้ต้องขังจากจังหวัดมหาสารคาม 2 รายกลับไปคุมขังยังภูมิลำเนาในวันที่ 30 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้ง 22 รายเป็นผู้ต้องขังคดีทางการเมืองสืบเนื่องจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 และถูกนำตัวจากเรือนจำทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาขังรวมกันที่เรือนจำหลักสี่เป็นการเฉพาะเมื่อ 17 ม.ค.2555 ตามคำแนะนำของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่เสนอให้แยกขังผู้ต้องขังที่กระทำผิดโดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่รวมกับอาชญากรโดยทั่วไป

ด้านเฟซบุ๊กของธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ระบุว่า

“(ทีมงาน)
รายงานข่าวจากเรือนจำพิเศษหลักสี่ว่าวันนี้ (28/7/57) เวลา 10.00 น. มีการย้ายผู้ถูกคุมขังชายไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 13 คน ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 คน (นฤมล วรุณรุ่งโรจน์) เรือนจำธัญบุรี 1 คน และเรือนจำพิเศษธนบุรี 1 คน ยังคงเหลืออีก6 คน ที่อยู่ระหว่างรอย้ายไปคุมขังยังภูมิลำเนาเดิมคือจังหวัดอุบลราชธานี 4 คน และมหาสารคาม 2 คน วันนี้เรือนจำพิเศษหลักสี่คงเหลือไว้เพียงความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง”

ด้านสำนักข่าวทีนิวส์รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ได้อนุมัติให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำชั่วคราวหลักสี่จำนวน 22 คน เป็นผู้ต้องขังชาย 20 คน ผู้ต้องขังหญิง 2 คนกลับไปคุมยังเรือนจำตามภูมิลำเนาตามที่นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเสนอแล้วโดยเห็นว่าผู้ต้องขังในเรือนดังกล่าว เป็นผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลและมีกำหนดโทษชัดเจนแล้ว ส่วนใหญ่ต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานกว่า 20 ปี เพราะก่อคดีที่มีโทษสูง เช่น วางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัด คดียิงเฮลิคอร์ปเตอร์ทหาร คดีครอบครองอาวุธ ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมได้พิสูจน์แล้วว่าผู้ต้องขังกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ต้องขังคดีการเมือง แต่เป็นผู้ต้องขังคดีอาญาทั่วไปจึงสมควรย้ายกลับคุมขังยังเรือนจำที่มีอำนาจควบคุมนอกจากนี้เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ใช้คุมขังผู้ต้องขังจำนวนน้อยมาก แต่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงต้องแบ่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจโดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปีละกว่า 1 ล้านบาท ตนในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงอนุมัติให้ย้ายได้ ส่วนสถานที่ดังกล่าวจะปิดการใช้งาน

 

หมายเหตุ มีการเพิ่มเติมเนื้อหาเวลา 19.45 น. (28 ก.ค.)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์