ครึ่งปีการเมืองเปลี่ยน 'ลุงอะแกว' อัมพาต ไม่เปลี่ยน

อัพเดทอาการล่าสุดนายอะแกว แซ่ลิ้ว เหยื่อคมกระสุนศึกชิงคูหาเลือกตั้งหลักสี่ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างมากในเวลาครึ่งปี ลูกสาวเผยชีวิตครอบครัวเปลี่ยนต้องลาออกจากงานมาดูแลพ่อที่ยังอัมพาต

ภาพอะแกว แซ่ลิ้ว ภาพโดย ยงยุทธ หมกคล้าย

วันที่ 2 ส.ค.นี้ถือเป็นวันครบรอบครึ่งปีของการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.57 ที่ผ่านมาการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลังเลือกตั้งกลุ่ม กปปส. ก็ยังคงชุมนุมต่อเนื่อง จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กําหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. นั้น ไม่สามารถจัดการให้เป็นการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง และตามมาด้วยการรัฐประหารเข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จนล่าสุดประเทศไทยพึ่งได้เห็นชื่อรายสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่ชาติอีก 200 รายชื่อแล้ว

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. เพียง 1 วัน อีกข่าวที่ได้รับความสุนใจขณะนั้นคือข่าวศึกชิงคูหาเลือกตั้งที่หลักสี่ กรุงเทพ โดยด้านหนึ่งปรากฏภาพ ‘มือปืนป็อบคอร์น’ และมือปืน ‘ถุงกีต้าร์’ ขณะที่อีกด้านหนึ่งปรากฏภาพชายชรานอนจมกองเลือดอยู่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเน็ตเวิร์กขณะนั้นตั้งแต่ถูกฝ่ายเสื้อแดงยิงบาดเจ็บ จนเป็นชาวกัมพูชาที่เป็นแกนนำกองกำลังติดอาวุธที่มายิงทำร้ายผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.

ซึ่งต่อมาทราบชื่อคือนายอะแกว แซ่ลิ้ว วัย 72 ปี พ่อค้าขายน้ำหวาน น้ำอัดลมที่บริเวณหน้าโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 ที่วันเกิดเหตุด้วยความเป็นห่วงลูกสาวที่ทำงานขายอาหารอยู่ฟู้ดเเลนด์ ภายในห้างไอทีสเเควร์ จึงได้เดินทางมาหา และเห็นมาการชุมนุมกันบริเวณที่เกิดเหตุจึงเข้าไปสังเกตุการณ์และถูกยิงจนกลายเป็นอัมพาตจนกระทั่งปัจจุบัน

วลัยพร แซ่ลิ้ว บุตรสาวของนายอะแกว วัย 35 ปี เปิดเผยอาการล่าสุดของบิดาตนว่า ขณะนี้อาการดีขึ้น กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ไม่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจแล้ว แต่ยังมีการพ้นยาละลายเสมหะอยู่เพราะไม่สามารถขับออกมาด้วยตนเองได้ และยังคงให้อาหารผ่านทางสายยางอยู่ ส่วนอาการอัมพาตนั้นยังเป็นเหมือนเดิม และไม่สามารถพูดได้  แต่สามารถขยับปากได้เท่านั้น

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนั้น วลัยพร กล่าวว่าใช้สิทธิบัตรทอง ส่วนเงินเยียวยาจากหน่วยงานต่างๆนั้นยังไม่ได้รับ มีเพียงได้รับจากเงินช่วยเหลือจากผู้ที่มาเยี่ยม รวมทั้งบริจาคผ่านบัญชีที่ตนเปิดไว้

วลัยพร กล่าวถึงสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือขณะนี้ว่า ต้องการเครื่องสำหรับพ้นยา    รวมทั้งรถเข็นที่สามารถนอนได้สำหรับใช้เคลื่อนย้ายบิดาได้ เนื่องจากบ้านที่อยู่นั้นอยู่ในเคหะทุ่งสองห้อง ทำให้รถไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เวลาเหตุฉุกเฉินหากต้องนำตัวบิดาออกมาเพื่อไปโรงพยาบาลจะค่อนข้าง เนื่องจากเตียงนอนนั้นแม้จะเข็นได้แต่ไม่ใช้เตียงที่ใช้สำหรับเข็นบนถนน

วลัยพร กล่าวด้วยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชีวิตของครอบครัวเปลี่ยนค่อนข้างมาก พี่สาวของตนก็ต้องออกจากงานเพื่อมาดูแลบิดาโดยตรง ขณะที่ตนเองก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที วันหยุดก็ไม่สามารถทำโอทีได้ ต้องมาช่วยพี่สาวดูแลพ่อ

 

สำหรับหมายเลขบัญชีธนาคารทหารไทยที่เปิดรับบริจาคนั้น ชื่อบัญชี ‘วลัยพร แซ่ลิ้ว’ หมายเลขบัญชี 265 201 9817 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์