กลุ่มนักกฎหมายสิทธิ เรียกร้อง คสช. หยุดคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก

21 ส.ค.2557 สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก ยกตัวอย่างกรณีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวเครือข่ายประชาชน 11 จังหวัดภาคใต้ 11 คนซึ่งเดินรณรงค์เรื่องการปฏิรูปพลังงานไปยังค่ายเสนาณรงค์ วานนี้ ด้วยเหตุผลว่าชุมนุมเกิน 5 คน และกรณีการห้ามจัดกิจกรรมของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ที่ จ.เชียงใหม่

เนื้อหาแถลงการณ์ มีดังนี้

แถลงการณ์
เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก

ตามที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ดำเนินการควบคุมตัวเครือข่ายประชาชน 11  จังหวัดภาคใต้จำนวน 11 คน ไปยังค่ายเสนาณรงค์โดยอ้างว่าเป็นการชุมนุมซึ่งเกินกว่าห้าคน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ซึ่งประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกันเดินเท้าจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาสู่กรุงเทพมหานครเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจต่อการปฏิรูปพลังงานในนามของ “ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน” อันเป็นวันที่สองของกิจกรรม  นอกจากนี้ยังพบว่าหลายกิจกรรมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองก็ไม่สามารถจัดได้เช่นเดียวกัน ดังเช่น กิจกรรม Light up Night ค่ำคืนสิทธิมนุษยชน ตอนสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสราเอล-ปาเลสไตน์ในกาซ่า ซึ่งแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยได้วางแผนจัดงานในวันที่ 17 สิงหาคม 2557 แต่กลับได้รับการแจ้งจากหน่วยทหารในจังหวัดเชียงใหม่ให้ระงับกิจกรรมดังกล่าวเนื่องจากเป็นการละเมิดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 7/2557 ซึ่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) และองค์กรข้างท้ายนี้เห็นว่าพฤติกรรมในการคุกคามต่อการจัดกิจกรรมของประชาชนของเจ้าหน้าที่ทหารมีลักษณะเป็นการละเมิดต่อพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนและอาจก่อให้เกิดผลกระทบดังต่อไปนี้

1. บุคคลย่อมมีสิทธิในการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง มีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภท ตามข้อ 19 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีในการปฏิบัติตาม ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ทหารห้ามประชาชนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเดินเท้าของขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน การจัดกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล หรือกิจกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ย่อมเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าว

2. การห้ามกิจกรรมต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ทหารนั้นนอกจากจะเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก อันเป็นสิทธิเสรีภาพสำคัญในระบอบประชาธิปไตยแล้ว อีกนัยหนึ่งคือการจำกัดสิทธิของประชานในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วยเช่นเดียวกัน กล่าวคือการห้ามแสดงออกนั้นไม่ได้มีผลกระทบเพียงผู้ที่ถูกห้ามกิจกรรมแต่ยังส่งผลต่อความรับรู้ของประชาชนอื่นๆ ซึ่งอาจจะได้จากการกิจกรรมนั้นด้วย

3. นอกจากนี้การห้ามกิจกรรมดังกล่าว ยังส่งผลเป็นการสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชนกลุ่มอื่นที่ต้องการแสดงออก หรือต้องการนำข้อเสนอของตนสู่สาธารณะ อันเป็นผลให้ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในสังคม แต่กลับถูกจำกัดไว้เฉพาะกลุ่ม หรืออาจทำได้เพียงยื่นข้อเสนอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) และองค์กรข้างท้ายนี้ เห็นว่าเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร และสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นสิทธิเสรีภาพซึ่งได้รับรองในรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยมาตลอด และเป็นเสรีภาพที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในภาวะที่ประชาชนไม่มีตัวแทนในการนำเสนอปัญหาไปยังรัฐสภาโดยตรง การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อนำข้อเสนอไปสู่การถกเถียง หรือนำไปสู่การปฏิรูปประเทศจึงจำเป็นอย่างยิ่งและไม่อาจละเลยได้หากผู้มีอำนาจต้องการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดยุติการคุกคามประชาชนในการจัดกิจกรรม การแสดงออกอันเป็นการยืนยันว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเคารพพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์