เมื่อผู้ประท้วงที่เมืองเฟอร์กูสัน ใช้แมคโดนัลด์เป็น 'พื้นที่สาธารณะ'

จากเหตุการณ์ประท้วงอย่างหนักที่เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงและนักข่าวได้ใช้แมคโดนัลด์ในย่านนั้นเพื่อเป็นแหล่งนัดพบ พักผ่อน และหลบภัย เรื่องนี้สะท้อนถึงการขาดแคลนพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ที่ควรจะมีในประเทศที่รับรองเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสหรัฐอเมริกา

ภาพจากหน้าเว็บไซต์แมคโดนัลด์ (แฟ้มภาพ/ที่มาของภาพประกอบ: Mcdonald.com)

22 ส.ค. 2557 เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวฮัฟฟิงตันโพสต์รายงานเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับการประท้วงที่เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี่ สหรัฐฯ โดยระบุว่าร้านอาหารแฟรนไชล์อย่างแมคโดนัลด์กลายเป็นศูนย์รวมของผู้ประท้วงและมีบทบาทสำคัญในการประท้วง

หลังจากเหตุการณ์ชายหนุ่มอายุ 18 ปีชื่อไมเคิล บราวน์ ถูกตำรวจสังหารด้วยอาวุธปืนสร้างความไม่พอใจอย่างมากจนทำให้มีการประท้วงและมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทางการรัฐมิสซูรี่ในเวลาต่อมา

โดยเหตุการณ์ที่ไมเคิล บราวน์ถูกยิงและเหตุการณ์ประท้วงต่างเกิดขึ้นใกล้กับร้านอาหารแมคโดนัลด์ในย่านเวสต์ฟลอริสซานต์ ทำให้มีผู้ประท้วงและนักข่าวเข้าไปใช้แม็กโดนัลด์เป็น 'พื้นที่สาธารณะอย่างไม่เป็นทางการ' (Informal Public Space) กล่าวคือใช้เป็นที่พักผ่อน ชาร์จโทรศัพทฺ์มือถือและกล้องถ่ายรูป รวมถึงแลกเปลี่ยนข่าวสารสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้น

แต่การที่แมคโดนัลด์ในย่านดังกล่าวกลายเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้ชุมนุมไม่ใช่เรื่องใหม่ ผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านคนจนทั่วสหรัฐฯ ต่างใช้แมคโดนัลด์เป็นแหล่งนัดพบขางชุมชนแทนร้านกาแฟเนื่องจากอาหารที่นั่นมีราคาถูก มีที่นั่งจำนวนมาก มีห้องน้ำ อินเตอร์เน็ต Wi-Fi และการที่ร้านแมคโดนัลด์มีจำนวนมากก็ทำให้คนหันมานัดพบกันที่นี่

นอกจากนี้แมคโดนัลด์ในย่านเวสต์ฟลอริสซานต์ยังเป็นแหล่งที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่นเมื่อตอนที่ตำรวจจัมกุมนักข่าว 2 คน พวกเขากำลังชาร์ตแบตเตอร์รี่โทรศัพท์อยู่ในร้าน ในช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 ส.ค.) มีกลุ่มผู้ประท้วงทุบกระจกหน้าร้านเพื่อนำนมมารักษาดวงตาคนที่ถูกแก็สน้ำตาจากตำรวจ

ในแง่การปฏิบัติตัวของแมคโดนัลด์ นักข่าวที่ใช้ร้านเป็นเสมือนสำนักงานชั่วคราวเปิดเผยว่าพนักงานแมคโดนัลด์สาขาเวสต์ฟลอริสซานต์ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดีและอนุญาตให้พวกเขานั่งอยู่เป็นเวลานานได้โดยไม่ซื้ออะไร นักข่าวบางคนถึงขั้นไปขอน้ำเปล่าจากพนักงาน

นอกจากนี้ในช่วงที่มีการปะทะกันชุลมุนผู้ประท้วงยังพากันเขียนทวิตเตอร์แนะนำว่าแมคโดนัลด์ใช้เป็นสถานที่หลบภัยได้

แม้แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกทุบกระจกและอยู่ในระหว่างสืบสวนหาผู้กระทำผิด แมคโดนัลด์ก็ยังเปิดทำการในอีกเช้าวันถัดมาและมีประชาชนจำนวนหนึ่งพากันมารวมตัวดูข่าวเรื่องผลการขันสูตรศพของบราวน์

อย่างไรก็ตามผู้จัดการสาขาของแมคโดนัลด์ได้ตัดสินใจให้ร้านในย่านเวสต์ฟลอริสซานต์ปิดในเวลา 4 โมงครึ่งช่วงเย็น จากเดิมที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย แต่ลิซ่า แมคคอมบ์ โฆษกของแมคโดนัลด์ก็บอกว่าคนในชุมชนก็ยังคงรู้สึกขอบคุณที่ทางร้านเปิดบริการสำหรับพวกเขาในช่วงที่มีเหตุขัดแย้ง

คริส เบอร์นาโด ผู้ก่อตั้งบริการให้เช่าพื้นที่ธุรกิจในย่านกล่าวว่าแมคโดนัลด์มีดำเนินการอย่างระมัดระวังระหว่างการให้พื้นที่แก่ผู้ประท้วงกับการปกป้องลูกค้าที่พยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่สงบ

"คุณไม่อยากยับยั้งคนที่ต้องการแสดงสิทธิ์เหล่านี้" เบอร์นาโดกล่าว "ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่อยากโดดเดี่ยวและกีดกันคนที่แค่เข้ามาใช้บริการ"

เรื่องนี้ทำให้เกิดมุมมองในด้านการใช้พื้นที่สาธารณะ โดยดอน มิตเชลล์ ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อพื้นที่สาธารณะกล่าวว่าพื้นที่อย่างแมคโดนัลด์และพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันซึ่งคนสามารถมารวมตัวกันได้จัดว่าเป็นพื้นที่เปิดให้กับสาธารณะ ทำให้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะชั่วคราวได้ และพวกเขาก็มีความรับผิดชอบในการคุ้มครองความเป็นพื้นที่สาธารณะนี้

แมคโดนัลด์ในอีกหลายๆ ที่ของสหรัฐฯ ก็มีการใช้พื้นที่ในลักษณะแบบที่กล่าวมา เช่นในเทศมณฑลควีนส์ เมืองนิวยอร์กซิตี้ กลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนสูงอายุชาวเกาหลีหลังจากที่ร้านเบเกอรี่ของชาวเกาหลีปิดตัวไป ทำให้แมคโดนัลด์สาขาเทศมณฑลควีนส์เคยเรียกตำรวจมาเพื่อขับไล่ลูกค้าที่นั่งอยู่เป็นเวลานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งนักการเมืองท้องถิ่นต้องเข้าไปไกล่เกลี่ย

นอกจากนี้กลุ่มโบสถ์ศาสนาคริสต์ ยังได้อาศัยพื้นที่แมคโดนัลด์หลายแห่งในสหรัฐฯ ในการจัดศึกษาพระคัมภีร์ เว้นแต่กลุ่มพระคัมภีร์เพื่อคนไร้บ้านในแคมเดน รัฐนิวเจอร์ซี ได้ย้ายสถานที่ไปจัดที่อื่นตั้งแต่เมื่อปี 2555 หลังจากที่มีลูกค้าร้องทุกข์ในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้แมคโดนัลด์ก็ยังเคยเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประท้วง 'ออคคิวพายวอลล์สตรีท' ในย่านใจกลางเมืองแมนฮัตตันปี 2554 เพื่อใช้ห้องน้ำและใช้เป็นที่พักผ่อน

เมื่อปีที่แล้ววอลล์สตรีทเจอนัลรายงานว่าวัยรุ่นที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ที่บ้านก็มักจะออกมาใช้แมคโดนัลด์เป็นที่ทำการบ้านเพราะว่าเป็นร้านที่เปิดนานกว่าห้องสมุดในท้องถิ่น ซึ่งห้องสมุดประชาชนในสหรัฐฯ ยังถูกตัดงบประมาณลงร้อยละ 3.8 ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยในปี 2551

มิตเชลล์กล่าวอีกว่าการที่แมคโดนัลด์มีกระจกใหญ่ๆ รอบร้านทำให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในช่วงที่มีการปราบปรามอย่างหนักจากตำรวจ เนื่องจากเป็นที่ๆ มีคนทั่วไปมองเห็นได้ อีกทั้งคนในพื้นที่ยังมีความรู้สึกคุ้นเคยและสำรวจพื้นที่ได้ง่าย

นี้ควรจะเป็นเรื่องเศร้าหรือเรื่องน่ายินดีกันแน่ที่แมคโดนัลด์กลายเป็นสถานที่สำหรับการเรียกร้องสาธารณะ เนื่องจากในแง่หนึ่งมันก็สะท้อนว่าพื้นที่สาธารณะเดิมๆ เช่นห้องสมุดหรือร้านค้าในท้องถิ่นถูกแทนที่ด้วยบรรษัทยักษ์ใหญ่อย่างแมคโดนัลด์และสตาร์บัคส์

"เมื่อแมคโดนัลด์กลายเป็นสถานที่รวมตัวหลักๆ มันอาจแสดงให้เห็นว่าไม่มีพื้นที่สาธารณะมากพอที่จะให้ผู้คนได้ใช้สิทธิตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 (ซึ่งระบุถึงเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออก)" เบอร์นาโดกล่าว

เนื้อความรายงานของฮัฟฟิงตันโพสต์ระบุไว้ช่วงท้ายว่า "เมื่อพื้นที่สาธารณะถูกยึดครองโดยกองกำลังตำรวจที่ติดอาวุธทหาร เมื่อนั้นพวกเราคงอาจจะรู้สึกยินดีกับทางเลือกที่มี"

เรียบเรียงจาก

How One McDonald's Became The Epicenter Of The Ferguson Conflict, Huffington Post, 19-08-2014 http://www.huffingtonpost.com/2014/08/19/ferguson-mcdonalds_n_5689428.html

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์