คสช.อนุมัติ 5.9 พันล้านแก้ราคายาง-ย้ำระบายสต็อกยาง 2.1 แสนตันค่อยเป็นค่อยไป

คสช. เทงบ 5.9 พันล้านแก้ปัญหาราคายาง-เรื่องขายยางในสต็อก 2.1 แสนตันยืนยันว่าจะทยอยขาย ไม่ให้ส่งผลกระทบราคา-อนุมัติงบ 8.5 พันล้านให้ท้องถิ่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-ฝึกอาชีพ แต่ห้ามจัดดูงาน-เห็นชอบการเคหะลงทุน 3 หมื่นล้าน พัฒนาที่อยู่อาศัยแก้ชุมชนแออัด 1.6 หมื่นยูนิต

ที่มาของภาพ: ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล

คสช. อนุมัติงบ 5.9 พันล้าน พัฒนายางพาราทั้งระบบ

ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่หอประชุม สโมสรกองทัพบก (เทเวศร์) นั้น เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษก คสช. แถลงผลการประชุม คสช. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ห่วงใยการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำจึงได้อนุมัติงบประมาณ วงเงิน 5,938.25 ล้านบาท ภายใต้แผนพัฒนายางทั้งระบบ ระยะ 10

โดยมาตรการเร่งด่วนระยะสั้น ให้อนุมัติงบกลางปี 57 จำนวน 977.75 ล้านบาท เพื่อยกระดับราคายาง โดยเพิ่มสภาพคล่องของตลาด และเพิ่มมูลค่าคุณภาพผลผลิตรวมถึงส่งเสริมสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางพารา 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำถึงแผนพัฒนายางทั้งระบบ ว่าอยากให้มีการตั้งสถาบันวิจัยยางขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลพัฒนายกระดับเกษตรกร และยางพารา ในอนาคต ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด

ส่วนความเข้าใจผิดเรื่องพลังงานในประเทศ พ.อ.วินธัย ระบุว่า ในวันที่ 27 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่สโมสร ทบ. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ พร้อมกระทรวงพลังงาน และผู้เกี่ยวข้อง จะเปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องพลังงาน ให้เข้าใจตรงกัน และจะมีการให้กองปราบปรามนำตัวนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น มาร่วมรับฟังในเวทีนี้ด้วย

 

อนุมัติ 8.5 พันล้านให้ อปท. ทำโครงสร้างพื้นฐาน-อาชีพ-ท่องเที่ยว ย้ำห้ามนำไปดูงาน

ด้านนางสาวปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. ฝ่ายพลเรือน ระบุว่า ที่ประชุม คสช. อนุมัติงบประมาณ 8,500 ล้านบาท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เพื่อสนับสนุนงานพัฒนาท้องถิ่น ทั้งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถาวร การส่งเสริมอาชีพ การท่องเที่ยว ซึ่งจัดสรรให้ อปท.ละ 1 ล้านบาท ซึ่งหัวหน้า คสช. ได้ห้ามนำเงินงบประมาณนี้ให้บุคลากรท้องถิ่นนำไปใช้ศึกษาดูงานเป็นอันขาด

นอกจากนี้ คสช.ยังอนุมัติงบประมาณ 18,000 ล้านบาท ให้การประปาส่วนภูมิภาค ไปปรับปรุงงานทั้งระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ขาดแคลน เช่น เกาะสมุย

 

พ.อ.วินธัยย้ำการระบายสต็อกยางจะค่อยเป็นค่อยไป

ในรายงานเพิ่มเติมของเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย กล่าวถึงข้อกังวลของเกษตรกรชาวสวนยางในเรื่องแผนการระบายยางในสต็อกว่า กนย. จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบราคายางในปัจจุบัน สำหรับข้อมูลที่ได้ในเบื้องต้น ทั้งนี้หากมีการดำเนินการระบายยางพาราจะทยอยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปริมาณที่จำกัด มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคายางในปัจจุบันอย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้ คสช. และหน่วยเกี่ยวข้องจะพยายามทำให้ราคายางอยูในราคาที่เหมาะสมโดยเร็ว โดยได้มีการเตรียมมาตรการ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว รวมทั้งมีการขอความร่วนมือทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชาวสวนยางได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมอย่างสูงสุด ทั้งนี้ ในระยะยาวจะเริ่มดำเนินการมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อธุรกิจการแปรรูปเบื้องต้นให้แก่องค์กรเกษตรกร และผู้ประกอบการทั่วไปที่ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง พร้อมทั้งจะเร่งให้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยยางในประเทศ เพื่อดูแลยางพาราทั้งระบบอย่างยั่งยืน และเพื่อพัฒนาไปสู่ธุรกิจอย่างครบวงจรให้มากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า คสช. มีแผให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หารือคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติกํากับดูแลในการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและแนวโน้มการระบายยางในสต็อกรัฐบาล 2.1 แสนตัน ที่รับซื้อไว้ราคาเฉลี่ย 104 บาทต่อกิโลกรัม หลังมีผู้เสนอราคาซื้อเข้ามากว่า 10 ราย แต่มีผู้ซื้อรายเดียวที่ให้ราคาสูงกว่าราคากลาง (อ่านข่าวในกรุงเทพธุรกิจ)

 

เห็นชอบหลักการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย 3 หมื่นล้านบาท 1.6 หมื่นยูนิต

ส่วนมาตรการเรื่องที่อยู่อาศัยนั้น ในรายงานของ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนระดับล่าง หรือที่ชุมชนแออัดในอนาคต ทางภาครัฐจะร่วมกับ กทม. และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดหาอาคารสถานที่ที่มีความเหมาะสมไม่ให้เกิดความแออัดกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเห็นชอบในหลักการแผนการลงทุน โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ของการเคหะแห่งชาติในกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท รวม 38 โครงการ จำนวน 16,146 หน่วย วงเงินลงทุนรวมประมาณ 9,577 ล้านบาท เงินอดหนุนรวม 1,249 ล้านบาท และเงินกู้ภายในประเทศ 7,113 ล้านบาท และเงินรายได้ของการเคหะ 1,214 ล้านบาท ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังจัดการและค้ำประกันเงินกู้ และเห็นชอบวงเงินอุดหนุนของรัฐบาลจำนวน 1,249 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 2554 ที่เห็นชอบพลิกฟื้นองค์กรการเคหะแห่งชาติ โดยทางการเคหะแห่งชาติ ได้จัดทำแผนการลงทุนเสนอให้ครม. พิจารณาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์