ญาติเหยื่อสลายชุมนุมแดง53 เตรียมเคลื่อนขอความเป็นธรรมพรุ่งนี้ วอนคสช. เข้าใจไม่ได้ต้าน

หลังศาลอาญายกฟ้องคดี ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ ร่วมกันก่อให้เกิดการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ จากการสลายการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 ล่าสุดกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตเผยเตรียมเคลื่อนขอความเป็นธรรมพรุ่งนี้ 4 จุด วอนให้โอกาสเคลื่อนเพราะไม่ได้ต่อต้าน คสช.

30 ส.ค.2557 หลังจากเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83, 84 และ 90 จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เมื่อปี 2553 ทำให้เห็นมีผู้ถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บจำนวนมาก

โดยศาลระบุว่ามูลเหตุแห่งคดี เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศอฉ. ซึ่งเป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ และเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาใช่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไม่ ศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจรับคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 2 สำนวน จึงพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 2 และยกฟ้องการขอเป็นโจทก์ร่วม

ล่าสุด นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตระหว่างสลายการชุมนุมที่วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ในวันที่ 19 พ.ค. 2553 เปิดเผยว่าทางญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 จะมีการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมฟ้องศาลประชาชน 4 จุด ในวันพรุ่งนี้(31 ส.ค.57)บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS  โดยเริ่มจากสวนจตุจักร ประมาณ 10 โมงเช้า จากนั้นจะมีการพูดคุยปรึกษาหารือกับผู้ร่วมกิจกรรมว่าจะดำเนินการอย่างไรและเคลื่อนต่อมายัง อนุสาวรีย์ชัยฯ เเยกปทุมวัน และหน้าวัดปทุมฯ กิจกรรมที่จะจัดนี้เกิดจากการพูดคุยกันกับกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ พ่อน้องเฌอ 

นางพะเยาว์ กล่าวด้วยว่า ความเป็นธรรมมันไม่เกิด แม้กระทั่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญายังแย้งออกมา(อ่านรายละเอียด)  หากต่อไปคนเป็นนายกรัฐมนตรีมีการสั่งให้ใช้กระสุนจริงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเล็งเห็นผลได้อยู่แล้วว่าจะเกิดความเสียหายกับชีวิตประชาชน จนนำมาสู่การสังหารประชาชน  แล้วกลับบอกว่าให้โอนคดีไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ทั้งที่การสังหารประชาชนนั้นไม่ใช่เรื่องการทุจริต ดังนั้นคดีนี้ต้องเป็นคดีอาญา อีกทั้งตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเองก็พูดตลอดว่าเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและพร้อมที่จะสู้คดี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่กลับมีคำตัดสินแบบนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น

สำหรับความกังวลกับการถูก คสช. ดำเนินการจับกุมตัวหากทำกิจกรรมนั้น นางพะเยาว์ มองว่า คสช. จะเน้นดำเนินการกับผู้ที่เคลื่อนไหวโจมตี คสช. แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มญาตินี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อต้าน คสช. ดังนั้นจึงอยากให้ คสช. พิจารณาถึงการเคลื่อนไหวนี้ด้วย

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์