รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางภาวะไม่ปรกติของประเทศไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

วันที่ 31 ส.ค.57 เรามีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ ท่ามกลางการรัฐประหาร และการประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่รู้ว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะมีอายุการทำงานกี่ปี อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ก็มีการดำเนินการทางสภานิติบัญญัติที่กำลังพิจารณา กฎหมายงบประมาณปี 2558 ด้วย ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข มีหมอ 2 ท่านมาเป็นรัฐมนตรี ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้วยในทันที ตามที่กฎหมายระบุไว้ สิ่งที่ท้าทาย รมว.สธ.และประธานบอร์ดหลักประกันสุขภาพ คือการชี้แจงเพื่อขอปรับเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวประชากรของระบบหลักประกันสุขภาพ ที่มีการแช่แข็งโดย คสช.ไม่ยอมปรับขึ้นให้ตามข้อเสนอของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ จังหวะนี้คงต้องให้เป็นบทบาทภาระหน้าที่ของประธานคนใหม่ ได้แสดงฝีมือและวิสัยทัศน์ในการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชน

เหตุผลที่ คสช. ไม่ปรับเพิ่มงบคือ ประเทศไทยต้องจำกัดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคม นับเป็นเหตุผลที่ไร้ความเข้าใจอย่างแท้จริงในการลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมไทยดังเป้าหมายของ คสช.ที่ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การสมานฉันท์ การปรองดอง คนในสังคมจะปรองดองกันได้ก็ต่อเมื่อสามารถลดช่องว่างการกระจายรายได้ที่ต่างกันกว่า 15 เท่า คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน การจัดสวัสดิการโดยรัฐเช่น ระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นการลดช่องว่างทันทีโดยคนจนไม่จนยิ่งขึ้นจากการล้มละลายในการจ่ายค่ารักษา ขณะที่คนรวยก็ไม่ล้มละลายเช่นกันเมื่อป่วยด้วยโรคค่าใช้จ่ายสูง เพราะระบบหลักประกันสุขภาพคุ้มครองดูแลคนทุกคนเสมอภาคกัน ด้วยการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายบนหลักการคนป่วยได้รับบริการ คนไม่ป่วยก็ยังไม่ต้องใช้บริการ แต่รับประกันว่าใครป่วยเมื่อไร อย่างไร จะสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทุกคนเท่าเทียมกัน การแช่แข็งงบประมาณทั้งที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศยังไม่เกินร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ประเทศที่จะก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศได้ต้องมีการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับประชาชนในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ด้านอาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย การศึกษา และความยุติธรรม

ดังนั้น นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน และ นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศม์ ที่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.และรมช.สธ.ในยุคไม่ปรกติของประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งรีบสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างหลักประกันสุขภาพ ด้วยการปกป้องระบบให้ได้รับค่าใช้จ่ายรายหัวประชากรที่เหมาะสม ซึ่งจะถือเป็นผลงานที่มีคุณค่าในห้วงเวลาที่ประชาชนอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท