ทอม ดันดี: จดหมายระบายความในใจ-การถูกจับกุม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หมายเหตุ: ข้อความระบายความในใจและสภาพการถูกจับกุมจากปากเจ้าตัว ‘ทอม ดันดี’ อดีตนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองและล่าสุดเป็นเกษตรกรปลูกไผ่  ปัจจุบันเขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากข้อหามาตรา 112 และฝ่าฝืนคำสั่งไม่รายงานตัวตามประกาศ คสช.

แรกเริ่มปัญหาที่เกิดขึ้น หลังมีประกาศกฎอัยการศึก ผม(ทอม ดันดี) ทำสวนอยู่บ้านพ่อ จ.เพชรบุรี และบอกสั่งเพื่อนไว้ถ้ามีประกาศเรียกมารายงานตัว คสช. ชื่อ นายธานัท ธนวัชรนนท์ ให้รีบแจ้งข่าว เหตุเพราะที่บ้านสวนไม่มีทีวีและวิทยุ จึงมิอาจทราบหมายเรียกตัวตามประกาศ คสช. ซึ่งใช้ชื่อเดิม คือ นายพันธิวา ภูมิประเทศ และมิได้มีการส่งข่าวจากเพื่อน

วันที่ 8 มิถุนายน 2557 เวลา 3 ทุ่มเศษ มีข่าวประกาศเรียก นายธานัท ธนวัชรนนท์ ให้มารายงานตัว จึงได้รับโทรศัพท์บอกกล่าวจากเพื่อน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ประมาณเวลา 5 โมงเช้า ขณะผมดูแลคนงานทำไร่ พักเที่ยงจึงได้ทราบข่าวกับคนที่บ้านจึงได้โทรศัพท์ติดต่อประสานไปยังเพื่อนที่ทำงานในโครงการพระราชดำริ “สันติภาพ” สมเด็จพระเทพฯ ที่ อ.จะนะ สะบ้าย้อย และได้เรียนคุยกับท่านพลโทธนายศ เพื่อนัดหมายเข้ารายงานตัวกับ คสช. ซึ่งท่านก็ได้แจ้งประสานไปยังพันเอกนิธิ ซึ่งจากนั้นผม (ทอม ดันดี) ได้โทรศัพท์ติดต่อท่าน พันเอกนิธิได้ให้คำแนะนำว่า ณ เวลาที่กำลังโทรศัพท์ น่าจะมิทันเวลาเข้ารายงานตัวในวันนี้ จึงรับเรื่องนัดหมายให้มาในวันรุ่งขึ้น 10 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00-11.00 น. ณ สโมสรกองทัพบก เทเวศน์ กทม.

หลังจากตกลงนัดหมายเป็นที่เรียบร้อย เวลาบ่ายสามโมงวันเดียวกัน ผมจึงได้ขับรถปิคอัพขนผลผลิตในไร่ คือ หน่อไม้ไผ่หวานกิมซุง ไปส่งให้กับลูกค้า ขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางสายแก่งกระจาน ห่างจากบ้านประมาณ 10 กม. ได้มีรถจี๊ป เชอโรกี วิ่งตามจี้ท้ายและขับปาดหน้า พร้อมขบวนรถยนต์อีก 4 คัน ขับมาจอดปิดท้าย จากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือ (ปืนสงคราม และปืนสั้น) จำนวน 15-20 คน เข้ารายล้อมพร้อมตะโกนให้ห้ามทำการต่อสู้ขัดขืนและให้ออกมาจากรถ สร้างความตกตะลึงและหวั่นหวาดต่อผมและภรรยาเป็นอย่างมาก ในเวลาเดียวกับที่มีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบ พร้อมนายตำรวจนอกเครื่องแบบแสดงตัวขอทำการจับกุมในข้อหาไม่เข้าไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. โดยไม่มีหมายจับ โดยไม่รับฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น และมีขวบนรถทหารพร้อมทหารในเครื่องแบบใส่เสื้อเกราะกันกระสุน อาวุธสงครามครบมือ มารับส่งต่อตัวผมไปยังกองพันทหารราบที่ 15 จังหวัดเพชรบุรี

เมื่อไปถึงได้มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมาทำการสอบสวนโดยยัดข้อหาหลบหนีและขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และพยายามยัดเยียดเรื่องอาวุธสงคราม, การซ่องสุมกำลังพล, แผนผังการวางระเบิดที่จังหวัดราชบุรีและความผิดในข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายเบื้องสูง (มาตรา 112)

สิ่งที่เจ้าหน้าที่คิดและสรุปเอาเองตามวิสัยทัศน์ของผู้มีอำนาจ ทำให้ผมรู้สึกเสียใจ เสียดายเงินภาษีที่ต้องนำมาเลี้ยงดูบุคคลเหล่านี้ อ่อนเยาว์ ต่อการบริหารประเทศเหลือเกิน

ผมถูกสอบสวน ตั้งแต่เวลา 20.30-23.20 น. ก็มีทหามารับตัวไปส่งควบคุมตัวไว้ที่กองร้อยทหารพราน อ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี หน่วยทหารพรานนี้ดูแลผมดีมาก เขารู้จักคุ้นเคยกับผมเพราะเคยปลูกป่าร่วมกัน งานเฉลิมพระเกียรติที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2 คืนที่อยู่กับหน่วยนี้ ผมได้เข้าไปช่วยแนะแนวการเล่นดนตรีอยู่หลายชั่วโมง

วันที่ 12 มิถุนายน 2557 เวลา 5.00 น. มีทหาร สห.5 นายจากกทม.และพลขับ มารับตัวผมเดินทางโดยรถตู้เพื่อนำตัวมาสอบสวน ณ สโมสรกองทัพบก เทเวศวร์ กทม. ถึงที่หมายเวลา 7.30 น. สห.ที่ควบคุมตัวจึงนำผมลงจากรถไปนั่งรอในห้องเล็ก ประมาณ 2 ชม.แล้วจึงคุมตัวไปยังอีกห้อง พร้อมนำถุงผ้ามาคลุมศีรษะและใส่กุญแจมือ พาจูงไปขึ้นรถยนต์อีกคันหนึ่งแล้วขับออก

ระยะเวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง จึงจอดรถ แล้วพาเดินวกวนเข้าไปในห้องติดแอร์เล็กๆ ห้องหนึ่ง ให้นั่งเก้าอี้และกดศรีษะให้ก้มลง ซักครู่จึงมีคนอีกชุดซึ่งน่าจะมี 3 คน เข้ามาเริ่มทำการสอบสวน

-คนที่หนึ่งน่าจะนั่งอยู่ด้นขวามือ ทำหน้าที่บันทึกการสอบวนและส่งคำถาม

-คนที่สอง ทำหน้าที่เปิดคลิปเสียง ประกอบการสอบสวน

-คนที่สาม คือ คนยืนข้างหน้าและเป็นผู้สอบถาม

ตลอดเวลาในการสอบสวน ผม (ทอม ดันดี) ได้ยินแต่เสียงขู่ เสียงด่า ตะโกนคำหยาคาย ประโยคซ้ำๆ ด้วยการข่มขู่ว่าสามารถจะฆ่าผมทิ้งได้โดยไม่มีความผิดและจะนำลูกเมียมาทรมานจนกว่าผมจะรับสารภาพ

มีชุดสอบสวนในคำถามซ้ำๆ เปลี่ยนเข้ามาสอนผมไม่ต่ำกว่า 3 ชุดด้วยคำถาม

“มึงเอาอาวุธไปไว้ไหน”

“มึงมีกองกำลังเท่าไหร่”

“กูมีหลักฐานทุกอย่างพร้อม”

ผมตอบตามความจริงเท่าที่รู้ ผมบอกว่า “ผมไม่รู้เรื่องการวางระเบิด ไม่มีอาวุธสงคราม ไม่มีกองกำลัง และได้ค้าขายอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น”

“ถ้าคุณทหารมีภาพผมถืออาวุธสงครามจริง มันอยู่ในหนังเรื่องไหนพราะผมเป็นพระเอกหนังบู๊ ถือปืนเกือบทุกเรื่อง และผมเป็นนักร้องมีชื่อเสียง จะไปทำให้เสียชื่อตัวเองทำไม ผมขี่รถช็อปเปอร์ ขับรถเก๋ง เที่ยว กิน ดื่มไวน์ ไม่สนุกกว่าเหรอ
ที่ผมออกมาต่อสู้ก็เป็นเรื่องประชาธิปไตย และปากท้องของประชาชนเท่านั้น ผมไม่นิยมสงครามและไม่ชอบความรุนแรง ผมรักคนชอบกันและชอบคนรักกัน ‘make love not war’ ถ้าคุณทหารมีหลักฐานชัดเจนอย่างที่พูดก็ต้องเสียเวลา เชิญเอาผมไปแขวนคอได้เลย เอาเลยครับท่าน”

(เพิ่มเติม) เมื่อตอนที่ผมกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงขู่บังคับนั้น ผมพยายามอธิบายเรื่องข้อหาหมิ่นเบื้องสูงว่า “ผมทำงานโครงการพระราชดำริ “สันติภาพ ภาคใต้” ให้กับพระเทพฯ ทำงานเฉลิมพระเกียรติปลูกป่า แปรตัวอักษาเทิดไท้องค์ราชันย์ กับ big bike (แปรอักษรโดยใช้รถมอเตอร์ไซด์ใหญ่จำนวน 7,000 คัน) ที่สนามกีฬาเมืองกาญจน์ และที่สนามกีฬาธูปเตมีย์ กองทัพอากาศ” และอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้สอบคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ไอ้ตอแหล เหี้ย! กูไม่สนใจหรอก”

เมื่อทหารปรักปรำผมไม่สำเร็จ ก็กลับมาแนวพูดดีกับผม ขอเป็นเพื่อนและถามคำถามเดิม ผมก็ตอบเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

อ้อ! เกือบลืม ช่วงสอบสวนและขณะที่ผมบอกว่าเป็นพระเอกหนัง กลุ่มคนที่กำลังสอบสวนผมชะงักการสอบสวนไปชั่วครู่ แล้วถามว่าผมเป็นใคร ผมบอกว่าผมคือ ทอม ดันดี เขาอึ้งไป แล้วผลุนผลันออกไปนอกห้อง ซักพักก็แล้วเข้ามาอีกครั้งพร้อมลีลาการซักถามที่เปลี่ยนจากฝ่าเท้าเป็นหน้ามือ เปลี่ยนสรรพนาม มึง, กู หยาบคาย สำราก เป็น คุณ, ผม, ครับ เราเป็นเพื่อนกัน อย่าโกรธกันนะ ผมทำตามหน้าที่ 555 เออหนอทหารไทย!

กระบวนการสอบสวนเริ่มตั้งแต่เช้าจนถึง 5 ทุ่มเศษ ได้รับข้าวผัดพริกมาให้ 1 กล่องแต่กินไม่ได้ เพราะถูกใส่กุญแจมือ ยังดีที่มีกล้วยน้ำว้าห่ามๆ 1 หวีพอได้ประทังความหิว เมื่อสอบสวนเสร็จจนพวกเขาพอใจ (อาจจะไม่) ก็บังคับให้ผมเซ็นชื่อว่า “ทหารไม่ได้ขู่ ทหารพูดจาดีกับผู้ต้องหาตลอด ทหารไม่ได้ใช้กำลังซ้อม ทำร้ายร่างกาย” เผอิญนี่ถ้าไม่ใช่ ทอม ดันดี ผมคงกระอักเลือด เหมือนผู้ต้องหารายอื่นไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน

หลังสอบเสร็จ 5 ทุ่มครึ่ง คืนวันที่ 12 มิถุนายน 2557 ทหาร สห.นำผมกลับมาส่งที่สโมสรกองทัพบก ที่เดิมกับเมื่อตอนเช้า โดยใช้เวลาขับรถแค่ 5 นาที ผิดกับขาไปเมื่อตอนเช้าที่ขับรถวนไปวนมากว่าครึ่งชั่วโมง ซึ่งผมเดาเอาว่า คงเป็นสถานที่ในอาณาเขตเดียวกันกับสโมสรกองทัพบกนั่นเอง ซึ่งผมก็ได้พูดกับทหารที่เป็นผู้นำพาว่า “ในหนังที่ผมเคยแสดง เขาก็ใช้เทคนิคนี้แหละ” พวก สห.เขาก็ถามว่ารู้ได้ยังไง แล้วก็พากันหัวเราะ

จากนั้นเขาก็นำผมขึ้นรถ เปิดถุงคลุมหน้า พาไปนอนที่ถนนอักษะ ซึ่งเป็นที่ตั้งชั่วคราวของทหาร ได้เจอพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ก่อน 4 คน เป็นชาย 1 หญิง 3 แต่ห้ามพูดคุยกัน ผมถูกแยกไปนอนคนเดียว

วันที่ 13 มิถุนายน 2557 สห.ทหารบกนำตัวผมไปส่งที่กองปราบปรามเพื่อให้ ตร.สอบสวนและฝากขัง เจอพี่น้องชู 3 นิ้วติดอยู่ 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 (คุณหนิง) นอนในห้องขังกองปราบปรามลาดพร้าว 2 คืน เจ้าพนักงานสอบสวนจึงนำตัวไปฝากขังยังศาลทหารกรุงเทพ (สนามหลวง) และให้นำส่งยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แดน1

อยู่ในคุกเหมือนอยู่ยมโลก นรกดีๆ นี่เอง แต่ก็เจอกับพี่น้องเสื้อแดงจำนวนมากที่นั่น อยู่ในคุกแดน 1 ได้ 3 คืน จึงได้รับการประกันตัวจากศาลทหาร โดยให้ทำข้อสัญญาระหว่างกันว่า

1.ทอม ดันดี ต้องไปไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

2.ต้องไม่ขึ้นเวทีปราศรัย

3.ต้องไม่ให้ข่าวกับสื่อมวลชน

4.ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง และออกนอกประเทศ

แล้วทหารจะไม่ยุ่ง เอาผิดใดๆ ต่างจับกันไป ทอม ดันดี สามารถรับงานคอนเสิร์ต และการแสดงได้เต็มที่ แต่ต้องมารายงานตัวตามกำหนด

สัญญาชายชาติทหาร

แน่นอน ลูกผู้ชายรับปากแล้วต้องทำ แต่ฝ่ายทหารกลับกรอกสั่งจับผม หลังจากรายงานตัว แจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 ส่งฟ้องทั้งศาลทหารและศาลอาญา โดยทหารบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านผมถึง 2 ครั้ง ก็ไม่พบคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์ทุกประเภท เล่นไม่เป็นด้วย มีพยานหลักฐานยืนยันพร้อม แต่ทหารก็ไม่รับฟัง ไม่สนใจ ซึ่งการกระทำนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งอย่างแสนสาหัส

ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 เวลาบ่าย 2 โมงกว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยรบพิเศษและนอกเครื่องแบบ อาวุธครบมือ จำนวนกว่า 30 นาย บุกเข้าจู่โจมจับกุมผมในไร่ไผ่ ประหนึ่งดังผมเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ พยายามทำให้ผมเสียขวัญตื่นตระหนก ซึ่งผมก็มิได้ตกอกตกใจ เพราะมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิดอะไร รวมถึงคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับทหาร
แต่ทหารกลุ่มนี้บุกจับกุมตัวผมเหมือนอย่างคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ตรวจค้นบ้านทุกซอกทุกมุมเพื่อจะหาคอมพิวเตอร์ของกลางให้ได้ ซึ่งก็หาไม่เจอเพราะไม่มี พวกเขาจึงคุมตัวผมเข้ากทม. แล้วนำส่งต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ชั้น 4 ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ปอท.ท่านก็ได้กรุณาจัดให้อีก 2 ข้อหา คือ – หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550  มาตรา 14(3)

เสียใจ เสียดาย และน้อยใจ

ศิลปินอย่างผมทำงานเพื่อสังคม ช่วยชาติมาตลอด ต้องตกอยู่ในสภาพน่าอนาถในคุก นรกแท้ๆ

 

ขอร้องเรียนสื่อมวลชนทุกแขนง

ทอม ดันดี
(นายธานัท ธนวัชรนนท์)

 

 

*ปุจฉา – ผมมีข้อสงสัย อยากถามผ่านเพื่อนๆ คือ

1. ทำไมคลิปปราศรัยของผมเมื่อปีที่แล้ว (2556) ถึงมาลง Youtube ในช่วงกฎอัยการศึก

2. ทำไมผู้นำไปอัพโหลดและขยายความบนอินเตอร์เน็ต ถึงไม่โดนจับกุมหรือถูกตรวจสอบใดๆ

3. ทำไมผู้โดนกล่าวหากลับเป็นฝ่ายถูกลงโทษดำเนินคดี ติดคุกทั้งที่โดนละเมิดสิทธิ์

4.นี่คือ กระบวนการยุติธรรม ที่ดีที่สุดแล้วหรือของประเทศไทย

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์