8 เครือข่ายสุขภาพเสนอประธานบอร์ดองค์การเภสัช เร่งแก้ปัญหายาขาด

17 ก.ย.2557  เวลาประมาณ 15.00 น.ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) พล.ท.ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานองค์การเภสัชกรรมซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งได้เชิญตัวแทน 8 เครือข่ายองค์กรสุขภาพเข้าร่วมหารือถึงสถานการณ์และข้อเสนอในการจัดการปัญหาเร่งด่วนของ อภ.ตามที่ได้ทำหนังสือถึงบอร์ด อภ.ชุดใหม่ และอีกหลายหน่วยงานตรวจสอบ อาทิ สตง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซุปเปอร์บอร์ด และ คสช.

นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของผู้บริหาร อภ.ในช่วงที่ผ่านมาทำให้การสั่งซื้อวัตถุดิบ การสั่งผลิตและจัดหายาวิกฤตอย่างหนัก รวมถึงการก่อสร้างโรงงานรังสิตที่ล่าช้า ทำให้ตอนนี้ผู้ติดเชื้อในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก

“จากเดิมรพ.สามารถจ่ายยาให้ครั้งละ 2-3 เดือน ปัจจุบันหลายรพ.ต้องจ่ายยาเป็นรายสัปดาห์ บางแห่งสั่งจ่ายโดยการลดจำนวนลงครึ่งหนึ่ง เช่นจาก 1 เดือนได้ 15 วัน หลาย รพ. ต้องให้คนไข้ไปรับยาเพิ่มที่สภากาชาด สูตร kaletra, AZT,3TC ที่ให้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ บางแห่งนัดรับยาแต่พอผู้ป่วยไปรับยาพบว่าไม่มียาให้ และไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้รับยาเมื่อไหร่ ซึ่งการขาดยาต้านไวรัสมีความหมายถึงชีวิตของผู้ติดเชื้อ เราจึงอยากทราบนโยบายของประธานบอร์ดว่ามีทางออกหรือไม่อย่างไร การเปิดใช้งานโรงงานผลิตยารังสิตเพื่อรองรับการขาดแคลนเวชภัณฑ์อันเนื่องมาจากการปิดปรับปรุงพัฒนาโรงงานผลิตยาพระรามหกมีความคืบหน้าอย่างไร จะใช้ระยะเวลายาวนานเท่าไร เพราะความล่าช้าอีกเดือนครึ่งเดือนหมายถึงความตายของคนจำนวนมาก และเราเสนอให้บอร์ดสอบสวนหาสาเหตุ เพื่อหาผู้กระทำผิดและนำไปสู่การพัฒนา อภ.”

ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี จากมูลนิธิสาธารณสุชกับการพัฒนาระบุเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงเฉพาะยาต้านไวรัสแต่ยังรวมถึงยาโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา ดูเหมือนผู้บริหาร อภ.ไม่ตระหนักถึงพันธกิจของ อภ.ที่มีต่อสังคม ทั้งไม่มีการวางแผน ลดผลิตยาที่ตัวเองถือครองตลาดไว้มาก และลดหรือเลิกผลิตยาที่ทำกำไรน้อย เกิดปัญหาการจัดหายาของสถานพยาบาล และอาจก่ออันตรายแก่ผู้ใช้ยาด้วย

“เราจึงต้องการทราบวิสัยทัศน์ของประธานบอร์ดและบอร์ดชุดใหม่ว่าจะสามารถทำพันธกิจของ อภ.ได้อย่างไรบ้าง เพราะภารกิจรัฐวิสาหกิจด้านยา ไม่ใช่มุ่งแสวงหากำไร แต่ต้องช่วยสังคม ดังนั้น นอกจากเรื่องการผลิตจัดการยาแล้ว ยังต้องรวมถึงการเร่งโรงงานวัคซีน และการมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความมั่นคงด้านยาของประเทศไทย”

ทางด้าน นพ.วชิระ บถพิบูลย์ ชมรมแพทยชนบท กล่าวว่า เสนอให้บอร์ดสางปัญหาความไม่โปร่งใส และโครงการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดธรรมาภิบาลต่างๆ ด้วย

“ความล่าช้าหรือพยายามเตะถ่วงโรงงานยารังสิตที่ผ่านมาควรสอบสวนหาคำตอบว่าเกิดจากสาเหตุใด การที่บริษัทวัคซีนจากญี่ปุ่นถอนความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือแม้แต่ การเช่า รพ.มหาสารคามอินเตอร์เพื่อเก็บน้ำยาล้างไต ซึ่งมีประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ดำเนินตามระเบียบข้อบังคับพัสดุ อีกทั้งเป็นการจัดจ้างวิธีพิเศษตามอำนาจ ผอ.ทำได้ แต่ยังไม่รายงานบอร์ดเลยด้วยซ้ำ เรื่องเหล่านี้ต้องถูกสะสางโดยเร่งด่วน ไม่เช่นนั้น เราคงเห็นองค์การเภสัชกรรมพังต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นความปรารถนาของอุตสาหกรรมยาข้ามชาติเพื่อสกัดคู่แข่งที่เคยทำให้ตลาดราคายามีความเป็นธรรม”

ทั้งนี้ 8 เครือข่ายองค์กรสุขภาพ ประกอบด้วย ชมรมแพทย์ชนบท, ชมรมเภสัชชนบท, กลุ่มศึกษาปัญหายา, กลุ่มคนรักหลักประกัน, เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ, สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค, มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา และมูลนิธิเภสัชชนบท

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์