สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี : บัวใหญ่ โคราชเล็ก?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

เป็นชาวโคราชจะเอาแต่พูดเรื่องยางพาราก็ใช่ที่ เพราะเพื่อนๆเขากำลังเถียงกันว่าจะแยกสก็อตแลนด์จากสหราชอาณาจักรดีหรือว่าให้บัวใหญ่รวมอยู่กับโคราชต่อไปกันแน่

ปัญหาที่เขาเถียงกันคือ โคราชใหญ่เกินไปในแง่ของขนาดพื้นที่ ทำให้บริการของรัฐจากอำเภอเมืองเข้าไปค่อยถึงอำเภอชายขอบ ดังนั้นแยกตัวออกไปตั้งจังหวัดใหม่ดีกว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโต้แย้งว่า ถ้าแยกออกไปชาวบัวใหญ่จะสูญเสียความเป็นหลานย่าโมทันที ส่วนย่าโมคงจะว่า "กูละเอิมไอ้พวกลูกหลานหน่าสะเมอลึ่มพวกนี้แท้ๆ"

มาคิดดูแล้ว ถ้าเถียงกันแบบนี้น่าจะแยกโลกกันเลยจะดีกว่า เพราะพูดกันคนละเรื่อง กล่าวคือ

ประการแรก การแยกหรือไม่แยกอำเภอใดออกไปเป็นจังหวัดใหม่นั้น เป็นปัญหาเรื่องกิเลสตัณหาของข้าราชการและนักการเมืองล้วนๆ การตั้งจังหวัดใหม่นั้นทำให้อำเภอบัวใหญ่และใกล้เคียงที่ถูกดึงไปอยู่ด้วยนั้น กลายเป็นหน่วยการปกครองใหม่ของรัฐ ก็แปลว่า กระทรวงมหาดไทยได้ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและตำแหน่งอื่นๆเพิ่มขึ้น กระทรวงอื่นๆก็พลอยได้ เพราะเกษตรอำเภอ พัฒนากรอำเภอ ฯลฯ ก็กลายเป็นตำแหน่งประจำจังหวัด ก็ขยายระบบราชการเพิ่มขึ้น ก็แค่นั้นเอง

ปัญหาเรื่องไกลปืนเที่ยงนั้น ไม่ใช่ปัญหาของโลกยุคปัจจุบันสักเท่าไหร่ บัวใหญ่ไกลจากอำเภอเมืองก็จริง แต่หนทางไปมาก็สะดวกกว่าแต่ก่อนมาก หมายความว่าบริการของรัฐที่จะส่งจากอำเภอเมืองไปถึงบัวใหญ่ ถ้าเทียบกับประทายหรือปากช่อง โชคชัย ครบุรี คงไม่ต่างกันมากนัก

ถ้าจะเถียงว่ายกระดับอำเภอเป็นจังหวัดแล้วโรงพยาบาลบัวใหญ่ก็จะได้เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดให้บริการทางการแพทย์ดีขึ้นเท่ากับโรงพยาบาลมหาราชหรือก็คงไม่ใช่ เพราะโรงพยาบาลมหาราชก็ให้บริการคนจากจังหวัดชัยภูมิและบุรีรัมย์ด้วย ทั้งๆที่พวกเขาก็มีโรงพยาบาลประจำจังหวัดเหมือนกัน คนบัวใหญ่ที่มีจังหวัดเป็นของตัวเองก็อาจจะยังจำเป็นต้องไปเข้าโรงพยาบาลมหาราชอยู่อย่างเดิมก็ได้หรือบางทีพวกเขาก็จะไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่นก็ได้ ไม่แน่ ถ้าบัวใหญ่ที่เป็นจังหวัดแล้วให้บริการไม่ได้

ประการที่สอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับประการแรก ความเป็นหลานย่าโมนั้นคืออะไร ย่าโม เป็นใคร การเป็นหลานของท่านจึงมีความหมายและทำไมมันมีหรือไม่มีความหมายเพียงแค่การแบ่งหน่วยการปกครองของกระทรวงมหาดไทย

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีนั้นสร้างขึ้นเมื่อ 81 ปีก่อน (สร้างหลังจากท่านเสียชีวิตไปแล้ว 81 ปีเลยทีเดียว) นัยว่าเพื่อเชิดชูเกียรติคุณหญิงโม ภรรยาปลัดทองคำ เมืองนครราชสีมา ในวีรกรรมต่อสู้กับเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ สมัยรัชกาลที่ 3 โน่น วีรกรรมในคราวนั้นถกเถียงกันมากว่ามีอยู่จริงหรือไม่ในประวัติศาสตร์ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่สำคัญสำหรับชาวโคราช เพราะเราไม่ได้นับถือย่าโมแบบนั้น

ย่าโม ในสำนึกของชาวโคราชคือ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิคู่บ้านคู่เมือง คนโคราชสมัยนี้กราบไว้บูชาอนุุสาวรีย์ย่าโม ก่อนที่จะรู้จักอย่างถ่องแท้ว่า ย่าโมคือใครด้วยซ้ำไป ความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ย่าโม เป็นเสาหลักเมืองของโคราช ในขณะที่เสาหลักเมืองจริงๆที่ตั้งอยู่ถัดออกไปทางด้านทิศตะวันออกอีกหน่อยนั้น คนส่วนใหญ่ไม่ได้ไปไหว้

เวลาเราไหว้ย่าโม เราขอโชคลาภจากท่านเป็นส่วนใหญ่ บ้างก็ขอให้สอบได้เป็นโน่นเป็นนี่ บ้างก็ขอให้รำรวย ถูกหวย ล๊อตเตอลี่ บ้างก็ขอให้ได้ผัวได้เมีย ถ้ามีแฟนแล้วอยากได้อยู่ด้วยกันจริงๆให้พาไปไหว้ย่าโม เสร็จแล้วให้พาเขาหรือเธอไปลอดซุ้มประตูชุมพล (โปรดทราบว่าให้พาลอดเข้าสู่ตัวเมืองเท่านั้น) ใครบนบานศาลกล่าวย่าโมแล้วได้ดังใจหวัง ต้องแก้บนด้วยเพลงโคราช เพราะท่านชอบฟัง พวกที่แก้บนด้วยอย่างอื่นแปลว่าไม่ใช่ชาวโคราช ดูท่าคงจะได้สมหวังกันไม่น้อย เพราะหมอเพลงโคราชมีงานอยู่ไม่ค่อยขาด

ย่าโมจึงอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของชาวโคราชแบบนี้เรื่อยมา และระยะหลังๆนี่ดูเหมือนจะใกล้ชิดกับย่าโมมากขึ้น เมื่อก่อนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราเรียกท่านว่าคุณหญิงโม ทำให้ท่านดูเป็นผู้ปกครอง เป็นเจ้าเป็นนายมากไป เดี๋ยวนี้เรียกย่ากันเป็นแถว เพราะต้องการสร้างความรู้สึกเป็นญาติ เป็นลูกเป็นหลานกับท่าน โดยไม่แคร์ว่าลูกหลานท่านจริงๆอยู่ไหนหรือมีหรือไม่ บ้างว่าย่าโม นั้นมีครอบครัวก็จริงแต่ท่านไม่มีบุตรธิดาเลย ดังนั้นใครๆก็เป็นหลานย่าโมได้ ขอให้เกิดในโคราชก็พอ หรือ ต่อให้ไม่เกิดโคราช ก็ย้ายไปอยู่โคราช (ที่ไหนก็ได้ในโคราช) ก็เป็นหลานย่าโมได้ ชาวบัวใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับการแยกจังหวัดก็อาจจะรู้สึกแบบนี้ก็ได้ว่า คือ ไม่รู้จะนับญาติกับย่าโมอย่างไร แต่ก็น่าจะรู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งคือ ความเป็นหลานย่าโมโดยกำเนิดนั้นลงว่าได้เป็นแล้ว ย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ยังเป็นอยู่ ดังนั้นชาวบัวใหญ่ยังอ้างได้ว่าเราเคยเกิดอยู่และเป็นส่วนหนึ่งของเมืองย่าโมก็เป็นหลานย่าโมเหมือนกัน ในชีวิตจริงเราก็ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับย่าตั้งแต่เกิดจนตายกันเสียเมื่อไหร่

ปัญหาที่จะต้องพิจารณาคือ ย่าโมในฐานะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นท่านมีความลำเอียงให้แต่เฉพาะหลานย่าโมหรือเรื่องนี้เราก็ไม่เคยรู้แน่ชัดนัก ก็คงจะมีคนที่ไม่ได้เป็นชาวโคราชบนย่าโมแล้วสำเร็จและก็อาจจะมีชาวโคราชไม่น้อยที่บนแล้วไม่ได้อะไรเลย ถ้าเป็นเช่นนั้นย่าโมก็ไม่ได้ลำเอียงและความเป็นหลานย่าโมก็คงไม่ได้ทำให้มีอภิสิทธิ์ใดๆ เช่นนั้นแล้วคนบัวใหญ่จะห่วงอะไร ถ้าจะแยกไปตั้งจังหวัดใหม่ แล้วไม่ได้เป็นหลานย่าโม ในเมืองของย่าโม นี่ยังไม่นับว่าความเป็นเมืองย่าโมก็ค่อนข้างคลุมเครืออยู่เหมือนกัน

บางคนว่า ย่าโมเป็นอัตลักษณ์ของชาวโคราช คือคนโคราชพูดได้เต็มปากว่าเป็นหลานย่าโม แต่เรื่องนี้ก็อธิบายยากว่าเป็นหลานย่าโมแล้วยังไง ไม่เป็นแล้วยังไง อัตลักษณ์แบบนี้ออกจะบางเบาอยู่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับอย่างอื่นโดยเฉพาะภาษาซึ่งแตกต่างและโดดเด่น ภาษาโคราชนั้นอยู่กึ่งๆระหว่างลาวกับไทย แต่ก็มีศัพท์แสงของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนในจังหวัดนครราชสีมาทุกคนพูดภาษานี้และคนพูดภาษานี้ก็ไม่ได้เป็นชาวนครราชสีมากันทุกคน แถวบัวใหญ่จำนวนหนึ่งก็พูดลาว แถวนางรองหนองกี่ซึ่งอยู่บุรีรัมย์กลับพูดภาษาโคราช พูดโคราชเท่ากับเป็นหลานย่าโมหรืออย่างไร แต่ถ้าพูดโคราชแต่อยู่นางรองล่ะ เป็นหลานย่าโมได้หรือเปล่า ?

ไม่มีคำตอบหรือความหมายอะไรที่ชัดเจนนักว่า ความเป็นคนโคราช อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา เป็นหลานย่าโม พูดโคราช แต่อยู่จังหวัดอื่น หรือ แม้แต่ที่อื่นในโลก แล้วมันเป็นอะไรสักอย่างที่พิเศษแตกต่างกับคนอื่นๆอย่างไร มันจะเป็นอัตลักษณ์ที่มีความหมายต่อชีวิตจริงๆสักแค่ไหน

ดังนั้น ถ้าคนบัวใหญ่อยากจะแยกจังหวัดเป็นของตัวเองก็ได้ แต่คงก็ต้องหาวิธีสำรวจความเห็นกันให้ได้เอกภาพเหมือนชาวสก๊อตก็ได้ว่า อยากจะแยกกันจริงๆหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ว่าพวกข้าราชการ นักการเมือง อ้างย่าโมสร้างความชอบธรรมกันเรื่อยเปื่อยแบบที่กำลังเถียงกันอยู่ การแยกจังหวัดมีเงื่อนไขง่ายๆแค่ว่า รัฐมีงบประมาณเพียงพอสำหรับขยายระบบราชการหรือเปล่าแค่นั้นแหละ

บัวใหญ่อยากจะแยกตัวไปเป็นจังหวัดใหม่เฉยๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาๆ ถ้าโคราชอยากตั้งสาธารณรัฐใหม่เมื่อไหร่ สงสัยเราต้องคุยกันยาว-- Republic of Koraja น่าอยู่กว่ากันเยอะ ส่งยางไปขายดาวอังคาร ร่ำรวยกันทุกรูปทุกนาม

ปล. สุภาพสตรีที่นี่ ใส่บิกินี่กันทุกคน ปลอดภัยไร้กังวล

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์