‘พล.ต.อ.วัชรพล’ ดัน พ.ร.บ.การชุมนุมฯ ต้องแจ้งให้ จนท. ก่อน ห้ามชุมนุมสถานที่ราชการ

รักษาราชการฯ ผบ.ตร. เผยได้จัดทำประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ แล้ว เร่งลงนามก่อนสิ้นเดือน เพื่อส่ง ครม. กำหนดต้องแจ้งให้ จนท. ก่อน ห้ามสถานที่ราชการ เป็นต้น ด้าน ‘รศ.สมชาย’ ชี้ไม่ควรรีบผลักดัน ควรเปิดรับฟังความเห็น ปชช. ให้รอบด้านก่อน

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ

24 ก.ย.2557 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ....  ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้จัดทำประชาพิจารณ์เรื่องการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีหลายภาคส่วนเข้าร่วม อาทิ หน่วยงานราชการ องค์กรด้านสื่อสารมวลชน องค์กรอิสระ เป็นต้น ซึ่งตอนนี้กำลังจัดทำผลสรุปเพื่อใช้ประกอบการจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้หลังการทำประชาพิจารณ์ไปปรับแก้เนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าวเล็กน้อยในบางประเด็น โดยต้องมีการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมด้วย จึงกำหนดว่าหากใครจะจัดการชุมนุม ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อน เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก อีกทั้งจะกำหนดช่วงเวลาของการชุมนุมนั้นๆ และระบุพื้นที่ที่ต้องห้ามสำหรับการชุมนุม เช่น สถานที่ราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้จะมาชุมนุม แต่เป็นการดูแลไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน และให้ตำรวจเตรียมตัว

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตนพยายามจะลงนามในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวโดยเร็วก่อนที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนนี้ เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงภายในเดือน ต.ค. และเมื่อที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว จะส่งไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างก่อนบรรจุในวาระการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนคงได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วว่าอะไรก็ตามที่ทำกันเกินเลยไปนั้นได้สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.... โดยมี พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงานยกร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งหรือประกาศเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมสาธารณะ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ครั้งนี้ ได้มีการนำเอาร่างเดิม ซึ่งได้มีการพิจารณาและผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่ตกไปเมื่อมีการยุบสภามาทบทวนแก้ไข อยู่ในกรอบเดิม เน้นย้ำในเรื่องของการส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมภายใต้ระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมเป็นเสรีภาพ ไม่มีการกำหนดว่าจะต้องมีการขออนุญาต เพียงแต่เป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบและไปดำเนินการดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อย เนื่องจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบในภาพใหญ่ของประเทศ จึงจำเป็นต้องดูแลสถานที่สำคัญเป็นพิเศษ กำหนดรัศมีการชุมนุมห้ามใกล้ พระบรมมหาราชวัง, รัฐสภา, ทำเนียบรัฐบาล และศาลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม สำหรับสถานที่อื่นๆ นั้น ประชาชนสามารถใช้ในการชุมนุมได้ แต่จำกัดว่าจะต้องไม่มีการปิดกั้นสถานที่ราชการหรือสร้างผลกระทบต่อการบริการภาครัฐ

‘รศ.สมชาย’ ชี้ไม่ควรรีบผลักดัน ควรเปิดรับฟังความเห็น ปชช.ให้รอบด้าน

ด้าน รศ.สมชาย ปรีชาศิลปะกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนาว่า การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... ไม่ควรเร่งรีบทำในตอนนี้ เพราะยังอยู่ในสถาการณ์กฎอัยการศึก ควรรอให้สถานการณ์ปกติผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน เพื่อประชาชนที่เห็นต่างกล้าจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และควรเปิดกว้างในการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านกว่านี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชน เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคู่กรณีกับประชาชน ส่วนสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ... ที่ได้มีการกำหนดเกี่ยวกับการแจ้งเพื่อทราบนั้น ประชาชนสามารถชุมนุมได้ โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่อนุญาต แต่เจ้าหน้าที่สามารถสั่งห้ามได้ หากเห็นว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นการชุมนุมที่ผิดเงื่อนไขของกฎหมาย เพราะการแจ้งเพื่อทราบเป็นเชิงนิตินัย ในส่วนของการควบคุมและการสั่งห้ามการชุมนุมนั้น ควรเป็นการตัดสินใจจากหลายฝ่าย โดยดึงเอาเอาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนมองว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคู่กรณี และในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องมีความชัดเจนในการกำหนดบทบาทของรัฐและสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้ชัดเจน ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติคิดจะผลักดันแล้ว ต้องผลักดันให้สุด และทำทุกอย่างให้ครอบคลุมด้วย

 

เรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย และ ผู้จัดการออนไลน์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์