ทหารไล่รื้อชุมชนคลองไทรฯ จี้ย้ายออกใน 7 วัน–องค์กรสิทธิฯ ระหว่างประเทศ ร้อง DSI คุ้มครอง

ชุมชนคลองไทรพัฒนา สุราษฏร์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ-ผู้มีอิทธิพลเข้าข่มขู่ให้ออกจากพื้นที่ เผยอาศัยกระบวนการศาลกรณีข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก.กับบริษัทเอกชนมากดดันชาวบ้าน ด้านองค์กรสิทธิฯ ระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ด่วน ห่วงความปลอดภัยของชุมชน ร้อง DSI คุ้มครอง
 
 
25 ก.ย. 2557 ผู้สื่อข่ายรายงานจากพื้นที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี ว่า วานนี้ (24 ก.ย.2557) เวลา 13.26 น. มีกลุ่มชาย 7 คนเข้ามาในชุมชนคลองไทรฯ หนึ่งในนั้นชาวบ้านแจ้งว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและนายหน้าซื้อขายที่ดินที่มีปัญหาเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ นอกจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาพนม 2 นาย และทหารในเครื่องแบบ 1 นาย ที่เหลืออีก 3 คน ชาวบ้านไม่ทราบว่าเป็นใคร ทั้งหมดเข้ามาหาข้อมูลและยืนยันว่าจะนำป้ายมาติดประกาศให้ชุมชนโยกย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เพื่อรอการจัดสรรที่ดินทำกินของ ศูนย์ปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.)
 
วันนี้ทางชุมชนฯ จึงขอเข้าไปชี้แจงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ที่ค่ายวิภาวดี จ.สุราษฏร์ธานี และนำข้อมูลการซื้อขายของกลุ่มทุน รวมถึงหนังสือตอบรับการยื่นขอรับการจัดสรรที่ดิน ของ สจพ.ไปด้วย
 
ส่วนความเคลื่อนไหวต่อไป ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย. 2557) ตัวแทนชาวบ้านชุมชนคลองไทรพัฒนาจะเข้าพบนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในช่วงเช้าเพื่อร้องเรียนและชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2557 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้มี กอ.รมน. จ.สุราษฎร์ธานี นำโดยพันเอกสมบัติ ประสานเกษม รอง กอ.รมน. จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังทหาร จำนวน 50 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา โดยมีผู้มีอิทธิพลและนายหน้าซื้อขายที่ดินที่มีปัญหาเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่เดินทางร่วมขบวนมาด้วย ทั้งนี้กลุ่มเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลแต่อย่างใด แต่อ้างหนังสือคำสั่งการทุเลาบังคับคดีการคุ้มครองผลอาสิน ของ บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด มาแสดงการเข้าตรวจค้นชุมชน
 
ชาวบ้านในพื้นที่ตังข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่อาศัยข้ออ้างว่ายังอยู่ในกระบวนการของศาลฎีกามาใช้ในการเรียกร้องแกมบังคับให้สมาชิกชุมชนโยกย้ายออกจากพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นการใช้คำสั่งการทุเลาบังคับคดีเกินขอบเขตอำนาจที่ศาลได้ให้ไว้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทหารยังอ้างการปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการคืนความสุขให้ประชาชน จากนั้นพันเอกสมบัติ ได้นัดหมายให้ ตัวแทนชุมชน 5 คนไปชี้แจงที่ กอ.รมน.จังหวัด ในวันที่ 22 ส.ค.2557
 
ต่อมา ตัวแทนชุมชนคลองไทรพัฒนาได้เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อชี้แจงการอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวตามที่นัดหมาย แต่หลังจากการเข้าชี้แจงก็ยังไม่มีความคืบหน้า ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ซึ่งมีชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นสมาชิกจึงได้เดินทางเข้าพบ เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ส.ป.ก.) เพื่อสอบถามข้อมูลที่ กอ.รมน. ให้ตัวแทนชุมชนคลองไทรฯ ไปชี้แจงการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน และให้ทางเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ยืนยันการเข้าใช้ประโยชน์ เนื่องจากพื้นที่ตั้งชุมชนเป็นที่ดิน ส.ป.ก. แต่กลับถูกโยนให้ไปคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด
 
 
องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศร้อง DSI คุ้มครองชาวบ้าน
 
วันนี้ (25 ก.ย.2557) Front Line Defenders องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ แจ้งข่าวกรณีเกษตรกรชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี ระบุว่า ได้รับการแจ้งจากภาคใต้ว่าเมื่อวานนี้ผู้ใส่ชุดทหาร 1 นาย พร้อมกับชายอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งชุมชนจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลและนายหน้าที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์การซื้อขายที่ดินที่มีปัญหาเอกสารสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่คลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี โดยชายกลุ่มดังกล่าวแจ้งว่าชาวบ้านต้องออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน
 
กรณีที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวและกังวลใจต่อสมาชิกในชุมชนเป็นอย่างมาก และสิ่งที่ค้างคาใจคือ ชายกลุ่มดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หากจริงปฏิบัติตามคำสั่งไหน และมีอำนาจหน้าที่ทำอะไร แล้วในสถานการณ์อย่างนี้จะไปถามหาความจริงและแสวงหาความยุติธรรมกับใคร สายด่วนศูนย์ดำรงธรรมหรือ 1567 ลองโทรไปหลายครั้งแล้ว แต่สายถูกตัดทิ้ง สงสัยจะด่วนจนไหม้ใช้การไม่ได้ในพื้นที่ภาคใต้
 
Front Line Defenders ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ภาคใต้ มีกรณีคนจนไร้ที่ดินบางกลุ่มลุกขึ้นมาตรวจสอบการถือครองที่ดินรัฐและของนายทุน แต่กลับถูกคุกคาม ทำร้าย สังหาร โดยสมาชิกของคลองไทรซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิในที่ดินของชุมชนได้ถูกสังหารไปแล้ว 3 ราย

การลุกขึ้นมาตรวจสอบการถือครองที่ดินของนายทุนตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรที่ดินของคนจน ไม่สามารถพึ่งพากระบวนการยุติธรรมให้ตรวจสอบความจริงและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการครอบครองที่ดินของนายทุนก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2553 ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้พร้อมด้วยเกษตรกรชุมชนคลองไทรพัฒนา ยื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ภายหลังถูกข่มขู่ผลักดันให้ออกจากพื้นที่ ตั้งแต่เดือน ส.ค.2553

 
เนื่องจากชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ก่อตั้งปี 2551 ในเขต ส.ป.ก. โครงการปฏิรูปที่ดินป่าบ้านหมากและป่าปากพัง พื้นที่ 1,051 ไร่ และคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบให้ผ่อนผันให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าว แต่กลับมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลข่มขู่คุกคามให้เกษตรกรออกจากพื้นที่รวมถึงแบ่งที่ดินในเขต ส.ป.ก.แปลงละ 50 ไร่ แล้วนำไปขายให้ข้าราชการและผู้มีอิทธิพลอื่นๆ เพื่อกดดันให้ชาวบ้านคลองไทรพัฒนาออกจากพื้นที่
 
Front Line Defenders ระบุข้อเรียกร้องขอให้ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้นำชุมชนคลองไทรที่กำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะตรวจสอบการบุกรุกที่ดินพบการซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลวงเงินประมาณ 21,400,000 บาท พร้อมทั้งขอให้ดีเอสไอรับคดีการฆาตกรรมเกษตรกรชุมชนคลองไทร 3 ราย เป็นคดีพิเศษ คือนายสมพร พัฒภูมิ นางปราณี บุญรักษ์ และนางมณฑา ชูแก้ว เนื่องจากเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและนักการเมือง บัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจาก DSI

นอกจากนี้ Front Line Defenders ยังออกแถลงการณ์เร่งด่วนเกี่ยวกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในชุมชนคลองไทร แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน รายละเอียดตามเว็บไซต์ http://www.frontlinedefenders.org/node/24231  (คลิกอ่าน)
 

 
 
ข้อมูลพื้นที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา
 
ชุมชนตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัด สุราษฎร์ธานี 
มีสมาชิกชุมชนทั้งหมด จำนวน 45 ครัวเรือน
สถานะของพื้นที่ตามกฎหมายเป็นที่ ส.ป.ก. พื้นที่ทั้งหมด จำนวน 906 ไร่
เรื่อง คดี ส.ป.ก. ฟ้องบริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัดในปี 2550 ส.ป.ก. ชนะคดีศาลสั่งให้ บ.จิวกังจุ้ยพัฒนา และบริวารออกจากพื้นที่ แต่ บ.จิวกังจุ้ย ขอยื่นอุทธรณ์ทุเลาบังคับคดียังอยู่ในขบวนการของศาลฎีกา
 
ความชอบธรรมการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่
 
1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 71 / 52 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของ เครือข่าย ปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติเห็นชอบให้ผ่อนผันให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำกินในที่ดิน ตามวิถีชีวิตปกติไปพลางก่อนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ
 
2. มติคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหา ของ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) วันที่ 11 มีนาคม 2553 ส.ป.ก. ได้มีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการมายัง ส.ป.ก.ให้ผ่อนผันให้ชุมชนต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ สามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้จนกว่า กระบวนการฟ้องขับไล่บริษัทและนายทุนจะแล้วเสร็จ
 
3. มติคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มี โฉนดชุมชน (ปจช.) ให้ชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นพื้นที่ นำรองโฉนดชุมชน วันที่ 6 ตุลาคม 2553 (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นเป็นประธาน ปจช.)
 
4. บันทึกขัอตกลง (MOU) ข้อ 1,3 ระหว่าง พีมูฟ กับ ตัวแทนรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ใน วันที่ 22 พฤษภาคม 2556
 
5. เจ้าหน้าที่ชุดรังวัดของ ส.ป.ก.ลงพื้นที่รังวัดแนวเขตให้ชัดเจน ในเดือน พฤษภาคม 2557 และได้เข้ามาปักป้าย ส.ป.ก. เพื่อยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก.
 
ผลกระทบหลังจากการยึดอำนาจ
 
วันที่ 16 สิงหาคม 2557 เวลา17.00.น ได้มี กอ.รมน. จ.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ ในชุมชนคลองไทรฯ นำโดย นายสุนทร ช่วยบำรุง, นายวิสิฐษ์ ปานพรหมมินทร์ ซึ่งเป็นกลุ่มอิทธิพลที่ซื้อขายที่ดินต่อจาก บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา และพันเอกสมบัติ ประสานเกษม รอง กอ.รมน. จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังทหาร จำนวน 50 นาย เข้ามาตรวจค้น โดยไม่มีหมายศาลแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ อ้างหนังสือ คำสั่งการทุเลาบังคับคดีการคุ้มครองผลอาสิน ของ บริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา มาแสดงการเข้าตรวจค้นชุมชนในครั้งนี้ และอ้างว่ายังอยู่ในขบวนการของ ศาลฎีกา มาใช้ในการเรียกร้องแกมบังคับให้สมาชิกชุมชนโยกย้ายออกจากพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นการใช้คำสั่งการทุเลาบังคับคดีเกินขอบเขตอำนาจที่ศาลได้ให้ไว้ เจ้าหน้าที่รัฐ (ทหาร) อ้างการปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ในการคืนความสุขให้ประชาชน ต่อมาพันเอก สมบัติ ประสานเกษม ได้นัดหมายให้ ตัวแทนชุมชน 5 คนไปชี้แจงที่ กอรมน.จังหวัด ในวันที่ 22 สิงหาคม2557
 
ต่อมา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2557 เวลา 16.30 น. ได้มีชายไม่ทราบชื่อแต่งตัวชุดคล้ายทหารหนึ่งคน แต่งตัวชุดลำลองห้าคน อ้างตัวว่าเป็นทหารจากค่ายวิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ ในชุมชนคลองไทรพัฒนา เมื่อสอบถามกับชาวบ้านว่ารู้จักใครบ้างชาวบ้านบอกว่ารู้จัก นายสุนทร ช่วยบำรุง (มือปืน ลูกน้องเจ้โส อ.เวียงสระ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาพนม 2 นาย และจ่าสิบเอกสมศักดิ์ กล่อมเอี่ยม ซึ่งเป็นทหารฝ่ายข่าว ที่เหลืออีก 3 คน ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะทั้งหมดนี้ได้นั่งมาในรถ 2 คัน เป็น รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ กต 4221 สุราษฎร์ธานี และปิคอัพ อีซูสุ สีขาว บธ 3031 กระบี่ ผลการเจรจาฝ่ายเจ้าหน้ารัฐ ฝ่ายทหาร ยังคงยืนยันว่าจะนำป้ายมาติดประกาศให้ทุกชุมชนโยกย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เพื่อรอการจัดสรรที่ดินทำกิน ของ ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาชนบทตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียง (ศจพ. )
 
ทางชุมชนฯ จึงขอเข้าไปชี้แจงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน วันที่ 25 กันยายน 2557 ที่ค่ายวิภาวดี จังหวัดสุราษฏร์ธานี และนำข้อมูลการซื้อขายของกลุ่มทุน รวมถึงหนังสือหลักฐาน การยื่นรายชื่อสมาชิกขอรับการจัดสรรที่ดิน ของ ศจพ. ไปด้วย
 
ความจริงที่ดินแปลงนี้ เป็นของ ส.ป.ก. ทางสหกรณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ได้ยื่นขอใช้ประโยชน์จาก ส.ป.ก. แล้ว เขาก็ส่งช่างของ ส.ป.ก. มารังวัดแล้ว แต่ติดขัด ที่ยังมีคดีค้างอยู่ที่ศาลฏีกา จึงจัดสรรให้เกษตรกรไม่ได้
 
ใน ส่วนคดีดังกล่าวนั้น ส.ป.ก. เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ บริษัท จิวกังจุ้ย จำกัด ศาลตัดสินให้ ส.ป.ก.ชนะคดีทั้งในศาลชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์ ตอนนี้เรารอคำพิพากษาศาลฎีกามาร่วม 3 ปี แต่ยังไม่มีวี่แววความยุติธรรม
 
ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม
 
25 กันยายน 2557
สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)
 
 
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น