ศาลหัวหินพิพากษาประหารชีวิต จำเลยฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 13 โยนร่างทิ้งรถไฟ

 

30 ก.ย.2557 เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดหัวหินนัดอ่านคำพิพากษาคดีสะเทือนขวัญ กรณีฆ่าข่มขืน ‘น้องแก้ม’เด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ แล้วโยนศพออกจากหน้าต่างรถไฟเพื่ออำพรางคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายวันชัย หรือ เกม แสงขาว อายุ 21 ปี พนักงานรถนอนประจำขบวนรถที่ 174  จำเลยที่ 1 และนายณัฐกรณ์ หรือ หนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดบนรถไฟขบวนเดียวกัน จำเลยที่ 2  

ต่อมาอัยการจังหวัดหัวหินเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยที่ 1-2 ทั้งนี้ได้เริ่มสืบพยานครั้งแรกในวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการนัดสืบพยานรวม 5 นัด ภายหลังจากที่มีการสืบพยานครบถ้วนทั้ง 29 ปาก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดหัวหินจึงได้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ เวลา 10.00 น.
 

สำหรับจำเลยทั้ง 2 คน ได้แก่ นายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องรวม 5 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี 3.ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ 4.ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืน และ 5.เสพยาเสพติด โดยมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ซึ่งนายวันชัย รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายณัฐกรณ์ ชำนาญ จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องในข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี รับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล

สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้ามีดาราสาวชื่อดัง ‘บุ๋ม’ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่เคลื่อนไหวให้ลงโทษประหารในคดีข่มขืน เดินทางมาร่วมรับฟังการพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดหัวหินด้วย พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจกับครอบครัวของผู้ที่สูญเสีย เกี่ยวกับกฎหมายคดีข่มขืน อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของบทลงโทษให้สูงสุด คือ ประหารชีวิต คนร้ายจะได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยหลังจากนี้จะยังเดินหน้าในการรณรงค์เรื่องกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนต่อไป โดยมีญาติของน้องแก้มจำนวน 11 คน เดินทางมาร่วมรับฟังคดี โดยครอบครัวของน้องแก้ม ได้เดินทางมาศาลจังหวัดหัวหิน ทั้งหมดใส่เสื้อยืดสีขาว และสีดำ ที่สกรีนคำว่า 1 คนตายเท่ากับ 1 ล้านชีวิตตื่น และ ข่มขืนเท่ากับประหาร ขณะเดียวกันญาติของนายณัฐกรณ์ ชำนาญก็เดินทางมาร่วมฟังคดีด้วยเช่นเดียวกัน

 ดาราสาว ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กล่าวว่า ความตั้งใจในการรณรงค์เรื่องของกฎหมายมีมาก่อนหน้าคดีของน้องแก้ม แต่ด้วยคดีที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับทุกฝ่ายการรณรงค์จึงเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วมากกว่า 1 แสนคน ตนจึงอยากจะรู้ผลของคดีด้วยตนเอง อยากทราบว่ากฎหมายจะมีความเป็นธรรมมากน้อยขนาดไหน แม้น้องแก้มจะไม่สามารถคืนกลับมาได้แล้วก็ตาม และอยากมาให้กำลังใจกับครอบครัวของน้องแก้ม โดยเฉพาะคุณแม่ที่เครียดและเสียใจตลอดเวลา ต้องใช้ธรรมะเป็นที่พึ่ง ทราบว่าน้ำหนักลดลงไปหลายกิโลกรัมแล้ว ขณะนี้คดีที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนเกิดขึ้นทุกวัน อยากให้กฎหมายที่ตนและประชาชนร่วมรณรงค์ได้รับการพิจารณาโดยเร็ว อยากให้กำลังใจไปยังทุกคนที่ประสบปัญหา ทุกครอบครัวได้มีกำลังใจในการต่อสู้เรื่องร้ายที่เกิดขึ้น

นายพัฒนชัย ธานินทร์พงศ ญาติของ ด.ญ.วัย 13 ปี กล่าวว่า ทางครอบครัวหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม แต่ถึงแม้ว่าการตัดสินจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม ทางครอบครัวก็ยอมรับ ทางครอบครัวอยากขอความยุติธรรมกับทางศาล เรื่องที่เกิดขึ้นครอบครัวยังคงเสียใจอย่างมาก ที่ผ่านมาทางครอบครัวติดตามคดีมาโดยตลอด จึงมั่นใจในหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่มีอยู่แม้ว่าผู้ต้องหา 1 ใน 2 คน จะมีการปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาลก็ตาม แต่เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดได้ สงสารแต่แม่ ซึ่งยังคงคิดถึงน้อง ทำบุญตักบาตรให้น้องทุกวัน ไปวัดฟังธรรมทุกสัปดาห์ โดยทางครอบครัวจะร่วมกับทุกฝ่ายในการเดินหน้าในการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีข่มขืน ให้มีโทษเท่ากับประหาร หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไป

ล่าสุด ศาลพิพากษา ประหารชีวิต นายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง และเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม เป้นเรื่องร้ายแรง สมควรลงโทษสถานหนัก

พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานฆ่าผู้อื่น ให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ลงโทษจำคุก 9 ปี ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี ฐานซ่อนเร้นศพ ให้จำคุก 1 ปี ฐานเสพยาบ้า ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน โดยเมื่อรวมความผิดแล้ว ให้ลงโทษสูงุสดประหารชีวิต และการกระทำของนายวันชัย ที่อ้างว่าสารภาพ เพราะสำนึกผิดนั้น ศาลเห็นว่า นายวันชัย รับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ

ส่วนจำเลยที่ 2 นาย ณัฐกร  หรือ หนึ่ง มีความผิดฐานให้การสนับสนุน จำคุก 6 ปี สารภาพ ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลตัดสินประหารชีวิต จำเลยมีสีหน้าเรียบเฉยต่างกับก่อนขึ้นศาลที่มีสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวจำเลยส่งกลับไปยังเรือนจำ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์