ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีให้ชาวบ้านคลองไทรพัฒนาอยู่ในที่ดินโดยปกติ รอศาลฎีกาตัดสินคดีที่ดิน ส.ป.ก.

ผลเจรจากรณีที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนา ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานียืนยันให้อยู่ในที่ดินได้โดยปกติ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ในคดี ส.ป.ก.ฟ้องขับไล่บริษัทเอกชน ด้านทหารเตรียมส่งกำลังเข้าดูแลความเรียบร้อย จนเสร็จสิ้นกระบวนการคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของทางจังหวัด
 
 
 
2 ต.ค. 2557 นักข่าวพลเมืองรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีนัดเจรจาระหว่างตัวแทนชาวบ้านคลองไทรพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ผู้ใหญ่บ้านและกำนันในพื้นที่ เพื่อหาทางออกและป้องกันความขัดแย้งระหว่างกลุ่มทุนอิทธิพล ผู้ซื้อขายและมีผลประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว และสมาชิกชุมชนคลองคลองไทรพัฒนา
 
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2557 ตัวแทนชุมชนคลองคลองไทรพัฒนาได้เดินทางไปติดตามหนังสือที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนฯ ส่งถึงผู้ว่าฯ และ กอ.รมน. จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าหนังสือยังไม่ถูกส่งถึงมือผู้ว่าฯ แต่มีเจ้าหน้าที่ลงนามรับหนังสือแล้วและจะส่งให้กับผู้ว่าฯ ภายหลัง ต่อมาทางผู้ว่าฯ ได้โทรแจ้งผ่านมายังตัวแทน สกต. ในช่วงเย็นวันเดียวกัน (1 ต.ค.) เพื่อนัดเจรจา
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเจรจาดำเนินไปร่วม 2 ชั่วโมง ผลการพูดคุยในเบื้องต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่ภายใน 15 วัน โดยกำหนดให้คณะกรรมการประกอบด้วย รองผู้ว่าฯ เป็นประธาน มี กอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นรองประธาน และกรรรมการคือ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชุมชนคลองไทร 3 คน และตัวแทนชาวบ้านที่ซื้อที่ ส.ป.ก. 3 คน
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานียืนยันว่าจะให้สมาชิกชุมชนคลองไทรอยู่ในพื้นที่ ตามปกติสุขจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งในคดีความระหว่าง ส.ป.ก.กับบริษัทเอกชน นอกจากนี้ กอ.รมน.ยังมีคำสั่งส่งกำลังทหารไปดูแลความเรียบร้อยหน้าชุมชนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ
 
ทั้งนี้ คดี ส.ป.ก. ฟ้องบริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด ในปี 2550 ส.ป.ก. ชนะคดีศาลสั่งให้ บ.จิวกังจุ้ยพัฒนา และบริวารออกจากพื้นที่ แต่ บ.จิวกังจุ้ย ขอยื่นอุทธรณ์ทุเลาบังคับคดียังอยู่ในขบวนการของศาลฎีกา
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเจรจา สมาชิกที่อยู่ในชุมชนโทรแจ้งข้อมูลกับตัวแทนชุมชนฯ ว่ามีกลุ่มบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจขับรถมาจอดที่แค้มป์เก่าของ บริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด จำนวน 5- 6 คัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงสั่งให้ทหารและตำรวจนำกำลังเข้าไปตรวจสอบภายในพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้าย ซึ่งขณะนั้นการเจรจาก็ได้ยุติลงกลุ่มสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้และชาวบ้านชุมชนคลองไทรที่ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจตัวแทนการเจรจาจึงร่วมเดินทางเข้าไปยังที่ชุมชนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร
 
ระหว่างทางรถเจ้าหน้าที่ทหารได้แวะไปทำธุระ สมาชิกบางส่วนจึงได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อน พอผ่านไปถึงหน้าแค้มป์ก็พบว่ามีรถจำนวนกว่า 10 คัน และกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ตรงที่พักของคนงานที่แค้มป์เก่าของบริษัทฯ สักพักรถเจ้าหน้าที่ตามมาและได้แวะคุยกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่แค้มป์ โดยมีสมาชิก สกต.บางส่วนที่ขับรถมาพร้อมกับรถของเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อยู่
 
ต่อมา ทั้งเจ้าหน้าที่และกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้มาถึงที่หน้าชุมชน แต่ชาวบ้านไม่อนุญาตให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวเข้าไปในชุมชน เพราะเกรงว่าอาจเกิดเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อสมาชิก สกต. จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่เดินทางเข้าไปในชุมชน
 
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงและยืนยันกับสมาชิก สกต.ว่าจะไม่มีการไล่รื้อชุมชน และให้อยู่อย่างสบายใจจนกว่าจะตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเพื่อยุติความขัดแย้งในพื้นที่ภายใน 15 วัน และจะส่งกำลังทหารไปดูแลความเรียบร้อยจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของทางจังหวัด
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์