จี้ รบ.ไทย เร่งยกเลิกโทษประหารอย่างเป็นรูปธรรม

9 ต.ค. 2557 สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และองค์กรสมาชิกในประเทศไทย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ร่วม เนื่องในวันต่อต้านโทษประหารชีวิตโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ต.ค.ของทุกปี เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งยกเลิกโทษประหาร โดยมีมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการให้สัตยาบันรับรองกฎบัตรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และการบัญญัติกฎหมายในประเทศ

รายละเอียดมีดังนี้

แถลงการณ์ร่วม
สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (FIDH)
และองค์กรสมาชิกในประเทศไทย
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
ประเทศไทย: ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่แค่พูด เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต

กรุงเทพฯ ปารีส 9 ตุลาคม 2557: รัฐบาลไทยต้องไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องทำตามขั้นตอนอย่างรวดเร็วเพื่อยกเลิกโทษประหาร FIDH (International Federation for Human Rights) และองค์กรสมาชิกอย่างสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) กล่าวหนึ่งวันก่อนวันต่อต้านโทษประหารชีวิตโลกครั้งที่ 12 (10 ตุลาคม 2557)

ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ในจดหมายถึงประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งจะพิจารณาการสมัครเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกของประเทศไทยในคณะมนตีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สำหรับวาระ 2558-2560 ตัวแทนประเทศไทยสัญญาที่จะ “ศึกษาความเป็นไปได้” ที่จะยกเลิกโทษประหาร  ในแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กำหนดถึงความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกโทษประหารเช่นกัน

“ประเทศไทยจะต้องเร่งเปลี่ยนการแสดงพันธกิจที่จะยกเลิกโทษประหาร ให้เป็นมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการให้สัตยาบันรับรองกฎบัตรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และการบัญญัติกฎหมายในประเทศ ซึ่งจะทำให้การสังหารชีวิตด้วยคำสั่งของรัฐกลายเป็นเรื่องในอดีตไป” คาริม ลาฮิดจี (Karim Lahidji) ประธานของ FIDH กล่าว 

การเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและสังคมในประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เกิดเงื่อนไขที่บั่นทอนความพยายามยกเลิกโทษประหาร เดิมคาดว่าจะมีการเสนอแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อต้นปีนี้ แต่ในปัจจุบันไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใดภายหลังการทำรัฐประหารของทหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม

นอกจากนั้น แทนที่จะเสนอให้ลดจำนวนฐานความผิดที่มีโทษประหาร ผู้กำหนดนโยบาย นักการเมืองและนักกิจกรรมกลับหันมาสนับสนุนการออกกฎหมายเพื่อเพิ่มประเภทความผิดที่มีโทษประหารมากขึ้น

ในวันที่ 19 กันยายน มีรายงานข่าวว่า ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารเสนอร่างพระราชบัญญัติกำหนดโทษประหารสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปิดสนามบิน หรือสร้างความเสียหายต่ออาคารสถานที่ในสนามบินหรือเครื่องบินในท่าอากาศยาน กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาวาระแรกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่แต่งตั้งโดยทหารไปแล้ว

ในวันที่ 14 กรกฎาคม มีรายงานข่าวว่านายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายปัจจุบันเพื่อกำหนดโทษประหารสำหรับความผิดฐานซื้อเสียง

หลังเหตุการณ์ข่มขืนฆ่าเด็กผู้หญิงอายุ 13 ปีบนขบวนรถไฟที่เข้าสู่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นักกิจกรรมและบุคคลสำคัญทางสังคมร่วมกันรณรงค์เรียกร้องให้ลงโทษประหารกับผู้ข่มขืน

“การใช้อารมณ์เพื่อตอบโต้กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรืออาชญากรรมร้ายแรง เป็นอุปสรรคสำคัญของเส้นทางการยกเลิกโทษประหารในประเทศไทย” นายแดนทอง บรีน (Danthong Breen) ที่ปรึกษาอาวุโสของ สสส.กล่าว “ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่ใช้โทษประหารเป็นทางออก การแก้แค้นไม่ทำให้เกิดประโยชน์ ไม่ช่วยในการป้องปราม และยังส่งเสริมวัฒนธรรมความรุนแรง”

FIDH และ สสส.กระตุ้นให้รัฐบาลไทยประกาศข้อตกลงชั่วคราวอย่างเป็นทางการเพื่อยุติการใช้โทษประหาร และให้ลงนามและให้สัตยาบันต่อพิธีสารเลือกรับฉบับที่ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกโทษประหาร และให้ออกเสียงยอมรับมติซึ่งเรียกร้องให้มีข้อตกลงชั่วคราวระดับโลกเพื่อยุติการประหารชีวิตในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สมัยที่ 69 ในเดือนธันวาคม

จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม มีนักโทษในแดนประหารของไทยอยู่ 623 คน (ชาย 572 คนและหญิง 51 คน) 40% ของผู้ชายและ 82% ของผู้หญิงที่ต้องโทษประหาร เกิดจากความผิดด้านยาเสพติด

ประเทศไทยไม่มีการประหารชีวิตบุคคลนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2552 ซึ่งมีการประหารชีวิตนายบัณฑิต เจริญวานิช อายุ 45 ปี และนายจิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ อายุ 52 ปี ด้วยการฉีดยา โดยมีการแจ้งล่วงหน้าเพียงหนึ่งชั่วโมงที่เรือนจำบางขวาง ตอนเหนือของกรุงเทพฯ ทั้งคู่ถูกศาลตัดสินลงโทษในข้อหาค้ายาเสพติดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2544

FIDH เป็นสมาชิกของพันธมิตรโลกเพื่อต่อต้านโทษประหาร (World Coalition Against the Death Penalty)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์