สนช.ผ่านวาระแรก พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร ให้กองทัพเปิดหลักสูตร ป.เอก

สนช.ลงมติเห็นชอบวาระแรกร่างพ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร ให้กองทัพเปิดหลักสูตร ป.เอก - ผ่านสองวาระรวด ร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิ์ในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 

9 ต.ค.2557 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วนร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ  

พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการศึกษาวิชาการทหารจัดการเรียนการสอนได้เพียงระดับปริญญาโท ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในกองทัพให้มีความรู้ความสามารถทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

พลเอกอุดมเดช ระบุว่า เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปมาก จึงเห็นควรกำหนดให้สถาบันการศึกษาวิชาการทหารมีอำนาจการสอนได้ถึงระดับปริญญาเอก และมีอำนาจให้ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง และประกาศนียบัตรบัณฑิต แก่นักเรียนวิชาการทหาร รวมถึงปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาทหารให้เหมาะสมยิ่งขึ้นปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

โดย ร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดปริญญาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า​โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ให้มีปริญญาสามชั้น คือปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี และกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะ และกำหนดให้มีตำแหน่งทางวิชาการคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษาให้มีสิทธิใช้เป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้

ทั้งนี้ ในการอภิปรายของสมาชิก สนช. เห็นด้วยในร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว แต่เห็นว่า ควรเป็นร่างกฎหมายของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เนื่องจากครอบคลุมถึงการสอนระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอกและจะมีผลต่อตำแหน่งอาจารย์ผู้สอนด้วย

โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 206 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง​เห็นชอบหลักการ วาระแรกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คน เพื่อพิจารณา​ 30 วัน 

ต่อมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิ์ในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ในวาระ 2 และ 3 ด้วยมติเอกฉันท์ 203 งดออกเสียง 5 และให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้บุคคลมีสิทธิ์ขอกลับไปใช้สิทธิ์ในบำเหน็จบำนาญ ได้แก่ ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ผู้รับบำนาญ ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด ซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ก่อนปี 2539 โดยกรรมาธิการฯ แก้ไขเพิ่มเติมให้รวมถึงข้าราชการที่โอนไปยังท้องถิ่นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เคยเป็นสมาชิก กบข. ก่อนปี 2539 หากกลับไปใช้สิทธิ์ตามปี 2494 จะต้องคืนเงินประเดิม เงินสมทบและผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนที่รัฐจ่ายให้คืน

 

ที่มา: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ และไทยรัฐออนไลน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์