ร้องรัฐเลิกคำสั่งไล่ชาวบ้านพ้นป่า เปิดเขื่อนปากมูล ยึดมติที่ประชุมร่วม ขปส.-รัฐบาล

ขปส.-สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้เรียกร้องรัฐบาลหยุดไล่ชาวบ้านออกจากป่า ให้เจ้าหน้าที่ยึดมติที่ประชุมร่วม ขปส.-รัฐบาล  เบรก กฟผ.ปิดประตูเขื่อนปากมูล

14 ต.ค.2557 เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิยุติการผลักดันชาวบ้านออกจากพื้นที่พิพาทกรณีสวนป่าคอนสาร และสั่งการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานียกเลิกการปิดประตูเขื่อนปากมูล

ทั้งนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่า มีการจัดประชุมวางแผนขอคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติภูมิซำผักหนาม อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ โดยนายอำเภอคอนสารให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่าอาศัยคำสั่ง คสช.ที่ 64/57 และอำนาจคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า จ.ชัยภูมิ โดยที่ประชุมมีมติให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่พิพาทภายใน 19 วัน และหากยังไม่เคลื่อนย้ายออกไป ภายหลังจากวันที่ 25 ต.ค.นี้ก็จะมีปฏิบัติการขั้นเข็ดขาด

ในขณะที่กรณีของเขื่อนปากมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เสนอให้ปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลในวันที่ 13 ต.ค.

ขณะที่แถลงการณ์ของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ระบุถึงผลการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เกี่ยวกับกรณีสวนป่าคอนสาร และสวนป่าโคกยาว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยในแถลงการณ์ระบุว่าที่ประชุมมีมติต่อกรณีดังกล่าว “ให้ยุติการดำเนินการใดๆ ไว้ก่อน แล้วให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป”

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังระบุถึงมติของที่ประชุมร่วมของ ขปส.กับรัฐบาลต่อกรณีปัญหาเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี ว่า “เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนปากมูล โดยในระหว่างนี้ให้ทำการเปิดเขื่อนต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีนี้ได้มีข้อสรุปจากการศึกษาวิจัยเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การสร้างเขื่อนปากมูลได้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชาวบ้านลุ่มน้ำมูลอย่างมีนัยสำคัญ”

แถลงการณ์ของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานกล่าวว่า “เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับข้อตกลงจากการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาล กับ ขปส. แล้วพบว่า  ตรงกันข้าม โดยสิ้นเชิง และได้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับกระบวนการทำงานระหว่างฝ่ายนโยบายกับข้าราชการในระดับพื้นที่ว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติถึงดำเนินการขัดแย้งกับฝ่ายนโยบายได้มากถึงเพียงนี้”

สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานที่มีต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีข้อพิพาทกรณีพื้นที่สวนป่า อ.คอนสาร และกรณีเขื่อนปากมูล

1. ให้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ ยกเลิกประกาศจังหวัดชัยภูมิ กรณีให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่พิพาทสวนป่าโคกยาว และสวนป่าคอนสาร (ชุมชนบ่อแก้ว) และสั่งการให้นายอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ยุติแผนการผลักดันชาวบ้านออกจากพื้นที่ ตามผลการประชุมวันที่ 8 ตุลาคม 2557

2. ให้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ยกเลิกการปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลโดยทันที

3. ให้รัฐบาลเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2557

ขณะที่สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเสนอให้มีการปิดประตูเขื่อนปากมูลด้วยเช่นกัน โดยเสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อดังนี้

1. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนให้แล้วเสร็จ จากนั้นจึงนำปัญหาตลอดถึงข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่ายขึ้นสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ทั้งในทางหลักการและแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ให้ลุล่วงต่อไป

2. ในระหว่างที่ยังไม่มีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน และมาจากข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย ให้คงไว้ซึ่งการเปิดประตูเขื่อนปากมูนทั้ง 8 บาน ไว้ก่อน

3. ให้มีผู้แทนของสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล เพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำ ทำหน้าที่ในการกำหนดฤดูกาลและระยะเวลาการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนปากมูน

4. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2557 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนานกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมระหว่างตัวแทนภาครัฐ กับตัวแทนองค์กรสมาชิก ขปส. ทั่วประเทศ

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์