คนท้องถิ่นหนุนไทย-พม่าเปิดด่าน 'กิ่วผาวอก’ ที่เชียงดาว-ส่งเสริมการค้าชายแดน

หลายฝ่ายในเชียงดาวสนับสนุนเปิดด่านชายแดนถาวรกิ่วผาวอก ชายแดนไทย-พม่า ติดต่อกับรัฐฉาน เชื่อส่งผลดีทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเชียงดาวและเชียงใหม่ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ระบุหากมีการเปิดด่านกิ่วผาวอก จะเกิดมูลค่าการค้าและการท่องเที่ยวประมาณ1,200 ล้านบาทภายในปี 2557 และมีโอกาสในการเติบโตร้อยละ 5-7 ต่อปี

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ช่องทางกิ่วผาวอก บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างภาคเหนือของไทยเข้าสู่รัฐฉาน และพื้นที่ตอนในพม่าในอดีต ปัจจุบันกลับมาเปิดเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า ขณะที่ภาคเอกชนและท้องถิ่นหวังว่าหากเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวร จะช่วยส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่

เชียงใหม่มีแนวชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือพม่า เป็นระยะทางยาวประมาณ 227 กิโลเมตร และเชียงดาวเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่มีพื้นที่อยู่ติดชายแดน และหากใครมีโอกาสไปเยือนบ้านอรุโณทัย ของตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว แล้วมุ่งตรงไปยังถนนสายหนึ่งจนสุดชายแดน ก็จะพบกับช่องทางกิ่วผาวอก ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเชียงดาวประมาณ 50 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 120 กิโลเมตร

แต่เดิมนั้น กิ่วผาวอก เป็นช่องทางทำมาค้าขายของคนสองฟากฝั่งไทย-พม่า มาช้านาน ครั้นเมื่อมีความขัดแย้งระหว่างทหารกลุ่มชาติพันธุ์กับทหารพม่า จึงมีการปิดช่องทางนี้ไว้ ต่อมาได้มีการเปิดเป็นจุดผ่อนปรน ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งทำให้การค้าชายแดนกิ่วผาวอกมีความคึกคักกันอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง รถแทรกเตอร์ รถจักรยานยนต์ ปูนซีเมนต์ ยานพาหนะ ส่วนประกอบรถยนต์ และที่นอนใช้ในโรงพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ครบชุด อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม น้ำมันปาล์มอาหารกระป๋อง วัสดุก่อสร้าง และน้ำมันที่ได้จากพืชและสัตว์ ต้นข้าว อาหารสำเร็จรูป ผงชูรส เป็นต้น

ส่วนสินค้านำเข้ามายังไทย ได้แก่ ไม้สัก ไม้เต็ง และไม้รังที่ยังไม่ได้แปรรูป โค กระบือ พรรณไม้ เครื่องจักเครื่องจักรกล เส้นด้าย ผ้าทอ เปลือกไม้ น้ำยางรัก ปอสา เป็นต้น ซึ่งดูจากข้อมูลของด่านศุลกากรเชียงดาว ก็จะรู้ว่าตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ปริมาณมูลค่าการค้าไทย-พม่า บริเวณกิ่วผาวอก มีมูลค่าการส่งออกสูงกว่ามูลค่าการนำเข้าอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่ง มีการสั่งให้ปิดด่านกิ่วผาวอก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2545ส่งผลให้ภาวะการค้าซบเซาลง

ต่อมา ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 มีมติเห็นชอบให้มีการยกฐานะเป็นจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก ขึ้นมา แต่ก็ดูเหมือนว่าประชาชนทั่วไปไม่ค่อยรับรู้ และยังไม่กล้าเดินทางไปมาค้าขายตามปกติ

จนกระทั่งในปี 2557 หลายฝ่ายหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หยิบประเด็นเรื่องด่านกิ่วผาวอกขึ้นมาถกกันอีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ในขณะนั้น ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการการค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ (ด่านกิ่วผาวอก) เพื่อให้รับรู้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดอาเซียน ซึ่งในปี 2558 พม่าจะเป็นประธานกลุ่มอาเซียนตามวาระด้วย

โดยในที่ประชุมเห็นชอบให้สนับสนุน ให้ยกระดับด่านกิ่วผาวอก จากจุดผ่อนปรน ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร เช่นเดิม และจะมุ่งเน้นให้เป็นด่านด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเส้นทางกิ่วผาวอกนั้น สามารถเดินทางได้สะดวกหลายเส้นทาง คืออยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่เพียง 120 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอไชยปราการเพียง 70 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอฝางไม่ถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางกิ่วผาวอก สามารถเชื่อมผ่านไปยังเมืองสำคัญๆ ของพม่าหลายเมือง เช่น นากองมู เมืองหาง เมืองแกน เมืองต่วน เมืองสาด เมืองปั่น เมืองตองจี และเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้าในทางเหนือของพม่า และมีระยะทางการคมนาคมสั้นกว่าจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่น่าสนใจ ก็คือ อีกฟากฝั่งของพม่าในขณะนี้ ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน เพื่อให้มาบรรจบกับด่านกิ่วผาวอก ไว้แล้ว หากมีการเปิดเป็นด่านถาวร หลายฝ่ายเชื่อว่า ด่านกิ่วผาวอก จะมีศักยภาพในด้านการค้าชายแดนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม

และเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้หยิบเรื่องด่านกิ่วผาวอกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยตัวแทนองค์กรหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่ เพื่อยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นจุดผ่านแดนถาวร กรณีจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก ณ รร.เชียงใหม่ออร์คิด เชียงใหม่

นายวิรุฬ พรรณเทวี หัวหน้า สนง.จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าสำนักบริหารยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นประธานการประชุมในวันนั้น กล่าวว่า ทาง จ.เชียงใหม่ ได้เสนอให้ทีมวิจัยของ ม.เชียงใหม่ ได้ทำการสำรวจข้อมูลด่านกิ่วผาวอก

“เราไม่ได้มองการเชื่อมกับพม่าอย่างเดียว แต่เรามองเชื่อมโยงไปถึงลาว จีน อินเดีย ศรีลังกา ด้วย ซึ่งมีประชากรร่วม 2,500 ล้านคน ซึ่งไม่น้อยเลย ดังนั้น ทุกส่วนนั้นจะเชื่อมโยงถึงกันหมด งานวิจัยชิ้นนี้ เมื่อสรุปรายงานเสร็จสิ้น ทางจังหวัดจะเสนอไปยัง คสช.และรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป” หัวหน้า สนง.จ.เชียงใหม่ กล่าวในตอนท้าย

ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการศูยน์วิจัยเซิร์ค (SCERC) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าทีมวิจัยโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นจุดผ่านแดนถาวร 2557 กรณีจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เดินทางลงพื้นที่เก็บข้อมูลจุดผ่อนปรน และด่านถาวรในหลายพื้นที่ เพื่อนำมาประมวลวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน

“กรณีกิ่วผาวอก นั้น จะแตกต่างกับจุดผ่อนปรน ด่านถาวรที่อื่นๆ ซึ่งเราอาจต้องศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความสัมพันธ์ความเป็นเครือญาติพี่น้องของผู้คนสองฝั่ง ต้องดูตัวเลขการค้าชายแดนในอดีตที่ผ่านมา และมองศักยภาพในอนาคต รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมด้านการเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากด่านกิ่วผาวอก ผ่านตองจี มัณฑะเลย์ และทะลุไปจีน อินเดีย

ทั้งนี้ จากการพยากรณ์เบื้องต้นของศูนย์ SCERC โดยการพิจารณาข้อมูลจากด่านชายแดนอื่นมาประกอบ พบว่า หากมีการเปิดด่านกิ่วผาวอกและทางการเมียนม่าร์มีการสนับสนุนให้การค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวแล้ว มีโอกาสที่จะสามารถเกิดมูลค่าการค้าและการท่องเที่ยวประมาณ1,200 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2557 และมีโอกาสในการเติบโตได้อีกประมาณปีละร้อยละ5-7 ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจเลยทีเดียว

ด้าน นายนพดล อนันต๊ะ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง กล่าวว่า กิ่วผาวอกในอดีตนั้นค้าขายรุ่งเรืองมาก ตั้งแต่รถ น้ำมัน เหล็ก จักรยาน แม้กระทั่งรองเท้าแตะ แต่พอปิดด่าน พ่อค้าแม่ค้าก็หันไปซื้อสินค้าที่แม่สาย ท่าขี้เหล็ก แล้วนำมาขายแถบนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า หากเปิดด่านถาวรอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มเดิมนี้จะหันกลับมาซื้อขายที่กิ่วผาวอกเหมือนเดิม อีกอย่างคือ เส้นทางคมนาคมตอนนี้ไปมาสะดวก เราได้ข่าวว่าทางพม่าได้ทำถนนลาดยางมาถึงบ้านโป่งป่าแขมกันแล้วเพื่อรอเปิดด่าน

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.เชียงดาว ก็ออกมาสนับสนุนให้เปิดด่านถาวรกิ่วผาวอก เนื่องจากเส้นทางนี้มีความสะดวก และระยะทางใกล้ สามารถขนส่งสินค้าการเกษตร สินค้าวัสดุก่อสร้างไปยังเมืองต่างๆได้ง่าย เมื่อพูดถึงประเด็นความมั่นคงและยาเสพติด ที่หลายฝ่ายเกรงกันว่าหากเปิดด่าน จะกลายเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดนั้น พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ บอกว่า ที่ผ่านมา จากสถิติการจับกุม พบว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจะไม่ขนมาทางด่าน แต่จะลักลอบไปเส้นทางอื่น เพราะฉะนั้น การเปิดด่านจึงไม่ใช่ปัญหาด้านยาเสพติด และตนเชื่อว่า ต่อไปหากบ้านเมืองเขาเจริญ เขาก็คงไม่ต้องมาค้ายากันหรอก ส่วนเรื่องความมั่นคง เชื่อว่ารัฐบาลไทย ซึ่งมีพลเอกประยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะทำการประสานงานกับรัฐบาลพม่าได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่าย ทุกองค์กรมาช่วยกันสนับสนุนให้มีการเปิดด่านถาวร

ในขณะที่ นางศิริพรรณ วิสุทธิพรผล นายด่านศุลกากรเชียงดาว กล่าวว่า ต้องมีการเตรียมพื้นที่รองรับสำหรับการจัดสร้างอาคารที่ทำการ ที่พักเจ้าหน้าที่ รวมทั้งพื้นที่คลังสินค้ารองรับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 นี้ และจำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่รองรับประมาณ 200 ไร่ ซึ่งถือว่าต้องใช้พื้นที่เยอะเหมือนกัน

น.ส.ลาเคละ จะทอ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเมืองนะ กล่าวว่า เมื่อมีมติ ครม. 15 ม.ค.2555 ให้ยกฐานะจุดผ่อนปรน อย่างไร กิ่วผาวอก ก็ต้องเปิดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุดผ่อนปรน หรือด่านถาวร แต่ทำอย่างไรถึงจะให้ทุกฝ่ายชี้แจงข้อมูลเรื่องการเปิดด่านให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบด้วย เพราะที่ผ่านมาคนเชียงดาวยังไม่รู้เลยว่าด่านเปิดแล้ว

“และเห็นด้วยที่ต้องมีการเตรียมพื้นที่รองรับในการจัดสร้างสถานที่ อาคาร รองรับเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยว แต่เราจะหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ 200 ไร่นั้นอย่างไร ในเมื่อเวลานี้ พื้นที่บริเวณใกล้ๆ กิ่วผาวอกตอนนี้ ได้กลายเป็นไร่ข้าวโพดของชาวบ้านไปหมดแล้ว อันนี้ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันหารือและแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

พ.ท.ณรงค์ ศรีทิพย์ นายทหารยุทธการ นพค.32 ตัวแทน พล.อ.ยงยุทธ พิมสาร อดีตที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด ก็ได้เสนอแนะว่า มาถึงตอนนี้ เรื่องเปิด ไม่เปิดด่านไม่ใช่ประเด็นแล้ว แต่อยู่ที่วิธีการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะว่าตอนนี้ คนสองฟากฝั่งพร้อมอยู่แล้ว แต่อยากให้คิดกันต่อว่า เราจะเตรียมพื้นที่รองรับนี้อย่างไรถ้าเปิดด่านถาวร

“มีปัญหาที่น่าเป็นห่วงก็คือ พื้นที่แหล่งน้ำ ซึ่งจำเป็นและสำคัญมากหากมีการเปิดด่าน เพราะที่ผ่านมา บ้านเมืองนะมีต้นน้ำปิงก็จริง แต่ในพื้นที่ชุมชน ชายแดน น้ำยังไปไม่ถึง ที่ผ่านมา หลายพื้นที่เช่น บ้านหนองเขียว หรืออรุโณทัย นั้นมีปัญหาเรื่องน้ำ จนต้องไปขอต่อน้ำประปาภูเขาในเขตของอำเภอไชยปราการ”

ด้านนายพงศ์ศักดิ์ เสนาใจ กำนันตำบลเมืองนะ กล่าวว่า ทำอย่างไร ถึงจะให้รัฐบาลไทยประสานไปยังรัฐบาลพม่า เจรจาและให้พร้อมกันเปิดด่านถาวรกิ่วผาวอก และอยากฝากไปยังหอการค้าจังหวัดฯ ด้วย ว่าอยากจะให้ช่วยเสนอแนะ แนวทางเรื่องการค้าชายแดนให้กับคนเชียงดาวด้วย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ขณะที่ นายนพพร ประโยชน์เจริญผล ตัวแทนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้บอกว่า ที่ผ่านมา เราสูญเสียรายได้การค้าเป็นหมื่นๆ ล้าน ซึ่งหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นั้นพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ และพร้อมหนุนให้มีการเปิดด่านถาวรกิ่วผาวอกให้ได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนบ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาเป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการและการศึกษาดูงานชายแดนกิ่วผาวอก เรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการศึกษาในพื้นที่ชายแดน เพื่อรองรับ AEC”

โดยนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากนโยบายเร่งด่วนของคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ในด้านที่มุ่งเน้นนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ มีด่านการค้าชายแดนที่เป็นจุดผ่อนปรนสำคัญ ที่จะต้องมีการผลักดันให้มีการเปิดจุดผ่อนปรน เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในพื้นที่ชายแดน คือจุดผ่อนปรนช่องทางกิ่วผาวอก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และจุดผ่อนปรนหลักแต่ง อำเภอเวียงแหง โดยเฉพาะที่จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก ประชาชนชาวเชียงดาวมุ่งหวังให้เปิดเป็นด่านถาวร ซึ่งจะทำให้การค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นไปโดยสะดวกและกว้างขวางและจะเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ทางด้านนายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มองว่าเชียงใหม่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก ถ้านักท่องเที่ยวมา การค้าก็จะตามมาด้วย ถ้าหากสามารถเปิดด่านกิ่วผาวอกเป็นด่านถาวรได้ ทั้งไทยและพม่า จะมองเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก จึงใคร่ขอสนับสนุนด่านกิ่วผาวอก ให้พื้นที่นี้มีความเข้มแข็งเรื่องการท่องเที่ยว ที่ผ่านมา เชียงใหม่ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทางหอการค้าจึงนำเสนอให้ใช้ด่านการค้าชายแดน เปิดเป็นด่านเพื่อการท่องเที่ยว อย่างที่กิ่วผาวอก ตำบลบ้านนะ ถือว่ามีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเชื่อมโยงกับชนชาติจีนมายาวนาน ถือเป็นเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน และชาวจีน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสามารถทำแพ็คเกจท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่อยู่ใกล้เคียง และมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เช่น ดอยอ่างขาง และถ้ำเชียงดาวเป็นต้น

ไม่แน่ ในอนาคตอันใกล้นี้ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อาจกลับมาคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว นักลงทุน จนเป็นที่เลื่องลือกันอีกครั้ง หากมีการเปิดด่านถาวรกิ่วผาวอก.

 

เกร็ดความรู้เรื่องชายแดน

จุดผ่อนปรนทางการค้า’ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านด้านมนุษยธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ของประชาชนในระดับท้องถิ่นเพื่อการผ่อนปรนให้มีการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคและยารักษาโรคที่จําเป็น ซึ่งระดับท้องถิ่นของทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันทั้งนี้การประกาศเปิดจุดผ่อนปรนเป็นอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดและต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยก่อนด้วย ปัจจุบันมีจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าทั่วประเทศทั้งสิ้น 39 แห่ง และช่องทางด้านกิ่วผาวอก ถือเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า

ส่วน ‘จุดผ่านแดนถาวร’ นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศนักท่องเที่ยวและยานพาหนะสามารถสัญจรไปมาเพื่อการค้าการท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศโดยในส่วนของประเทศไทยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและจะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวรทั่วประเทศอยู่ทั้งสิ้น 28 แห่ง

 

ข้อมูลประกอบ : 1.สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่า จังหวัดเชียงใหม่, กระทรวงพาณิชย์,2547 2.ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผอ.ศูนย์วิจัยเซิร์ค(SCERC) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,โครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับจุดผ่อนปรนเป็นจุดผ่านแดนถาวร 2557 กรณีจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก,2557 3.กลุ่มงานความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กองการต่างประเทศ สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (2557) 4.จ.เชียงใหม่ พร้อมผลักดันจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก เป็นด่านการค้าชายแดนถาวร,สทท.เชียงใหม่,11 กันยายน 2557

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์