อัยการสูงสุดชี้หลักฐานพอฟ้อง 'สรยุทธ-ไร้ส้ม-จนท.อสมท.' รอประชุมร่วม ป.ป.ช.อีกครั้ง

โฆษกอัยการแถลงหลักฐานพอฟ้อง ‘สรยุทธ-ไร้ส้ม-จนท.อสมท.’ กรณีไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลา 138 ล้านให้ อสมท. เตรียมนำความเห็นประชุมร่วมคณะทำงาน ป.ป.ช. อีกครั้งก่อนได้ข้อยุติดำเนินการฟ้องคดีโดยเร็ว

12 พ.ย.2557 นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าการพิจารณาพยานหลักฐานของคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีที่นางพิชชาภา หรือชนาภา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน), นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำกัด , บริษัทไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม ฯ ผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 8 , 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และ 91 กรณีนายสรยุทธ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม กระทำการโฆษณาเกินเวลา ขณะจัดทำรายการ”คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ระหว่างปี 2548 - 2549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ บริษัท อสมท. จำกัด ( มหาชน) รวมทั้งสิ้น 138,790,000 บาท

โดยคณะผู้แทนของอัยการสูงสุด พิจารณาแล้ว เห็นว่ามีหลักฐานรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 กระทำความผิด ซึ่งหลังจากนี้คณะผู้แทนของอัยการสูงสุด จะนำความเห็นดังกล่าว เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานของ ป.ป.ช. เพื่อหารือกันอีกครั้ง

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีดังกล่าวหลังจาก อัยการสูงสุด ได้รับสำนวน ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดแล้ว ต่อมาวันที่ 5 ก.ย.56 อัยการสูงสุด ได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ เพื่อให้คณะทำงานอัยการ และ ป.ป.ช. ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์และได้ข้อยุตินั้น ขณะนี้คณะทำงานผู้แทนทั้งฝ่ายอัยการ และ ป.ป.ช. รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ซึ่งเสนออัยการสูงสุดแล้วเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา จึงจะมอบให้คณะทำงานผู้แทนของอัยการสูงสุด นำความเห็นไปประชุมร่วมกับคณะทำงาน ป.ป.ช. อีกครั้งก่อนเพื่อให้ได้ข้อยุติในการดำเนินการฟ้องคดีต่อไปโดยเร็ว ซึ่งเชื่อว่าคณะทำงาน ป.ป.ช. จะไม่มีความเห็นต่างจากนี้ เนื่องจากในการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ก็สรุปความผิดผู้ถูกกกล่าวหาทั้ง 4 รายตามที่กล่าวมา ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะมีความเห็นแตกต่างจากนี้อีก โดยหลังจากนี้ก็ต้องให้ผู้แทนฝ่ายอัยการ และ ป.ป.ช. ประชุมร่วมกันซึ่งยังไม่ได้มีการกำหนดวัน หากประชุมได้ข้อยุติเรียบร้อยแล้ว เมื่อจะมีการฟ้องคดีสำนักงานอัยการสูงสุด ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนโดยมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 รับผิดชอบต่อไปสำหรับอัตราโทษความผิดดังกล่าว

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวเสริมว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การ ฯ มาตรา 6 ฐาน พนักงานเรียกรับสินบน ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 - 40,000 บาท, มาตรา 8 ฐาน เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 - 40,000 บาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนายสรยุทธ เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาฐานร่วมสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดนั้นหากพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องรับโทษ 2 ใน 3 ของความผิดดังกล่าว

 

เรียบเรียงจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น., มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์