ศาลฎีกาตัดสินคุก 20 เดือน 2 หนุ่มสกล คดีระเบิดปิงปอง'53 ไม่ลดโทษ-ไม่รอลงอาญา

ศาลไม่รับพิจารณาข้อแย้งในฎีกาเรื่องพยานในเหตุการณ์ เชื่อใน จนท.รัฐที่ทำการจับกุม-ไต่สวน ไม่ลดโทษแม้ว่าจะเป็นความผิดครั้งแรกหรือพิจารณาภาระรับผิดชอบต่อครอบครัวของ2จำเลย

13 พฤศจิกายน 2557  ศาลอาญา รัชดาฯ ห้องพิจารณาคดี 811   ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.2514/2553 (หมายเลขแดง อ.4100/2554) ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สายพิมพ์ และนายจักรกริช จอมทอง ในฐานความผิดฝ่าฝืนประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และร่วมกันมีวัตถุระเบิด(ระเบิดปิงปอง) ไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทนายจำเลยได้ยื่นฎีกาถึงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ว่าวัตถุของกลางระเบิดปิงปองจำนวน24ลูก ไม่มีพยานระบุว่าเป็นของใคร  แต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าเป็นความผิดเนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรกของจำเลยประกอบกับจำเลยทั้งสองคนมีภาระรับผิดชอบต่อครอบครัว บิดามารดาสูงอายุต้องดูแล จึงขอความเมตตาให้ลดหย่อนโทษหรือรอลงอาญา

ศาลฎีกาได้พิพากษาว่า กรณีที่ระบุว่าไม่มีพยานรู้เห็นนั้น ศาลเชื่อใน เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุมและเจ้าพนักงานสอบสวน จึงไม่เป็นสาระแก่การวินิจฉัย สำหรับระเบิดปิงปองจำนวน24ลูก หากเกิดระเบิดอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง ยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์โดยให้ลงโทษ นายวีระ สายพิมพ์ จำเลยที่ 1 และนายจักรกริช จอมทอง จำเลยที่ 2 จำคุกคนละ 20 เดือน

ในระหว่างถูกจับกุม นายวีระและนายจักรกริชได้ถูกคุมขังทั้งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและที่เรือนจำหลักสี่ไปแล้วเป็นเวลา5เดือนก่อนที่จะได้ประกันตัว ดังนั้นคงเหลือเวลาที่จะต้องถูกกักขังอีกเป็นเวลาประมาณ 15 เดือน

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) ระบุว่า จากการสอบถามกับญาติของนายจักรกริชทราบว่าในวันที่ถูกจับกุม(19 พ.ค.53) ผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 คน(อีก 1 คน เป็นเยาวชน) ได้เรียกแท็กซี่เพื่อที่จะไปขึ้นรถที่หมอชิตเพื่อกลับบ้าน โดยระหว่างทางได้เจอเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่ร่วมกันตั้งด่านตรวจอยู่บนทางยกระดับด่านแจ้งวัฒนะ จึงถูกเรียกให้ลงจากรถเพื่อทำการตรวจค้น ในรถคันดังกล่าวมีถุงผ้าอยู่ซึ่งเป็นของเด็กที่นั่งรถมาด้วยกัน  ซึ่งในถุงผ้านั้นมีเพียง หนังสติ๊ก มีดพับ หัวน็อต ลูกแก้ว ไฟแช็ก ไม้ขีด แต่ไม่มีระเบิดปิงปองทั้ง 24 ลูก แต่อย่างใด และในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้พวกเขายืนหันหน้าเข้าเสาทางด่วนและใช้อาวุธปืนจ่อบังคับ ข่มขู่ให้รับสารภาพด้วย

คดีหมายเลขดำ อ.2514/2553 (หมายเลขแดง อ.4100/2554) พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สายพิมพ์กับพวกรวม 3 คน (นายจักรกริช จอมทอง และนางไกรรุ่ง อ่อนคำ) ในฐานความผิดฝ่าฝืนประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และร่วมกันมีวัตถุระเบิด(ระเบิดปิงปอง) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ  จำเลยที่ 1 และ 2 จำคุกคนละ 20 เดือน  จำเลยที่ 3 ลงโทษฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ข้อหาเดียว จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาเอาไว้ 1 ปี

จำเลย 1,2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา

 

 ===========

คำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด  ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน  พ.ศ. 2490 มาตรา 38, 55, 74, 78 วรรคหนึ่ง และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 4,5,9,11,18 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 4,5,9,11,18 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83  การกระทำของจำเลยที่ที่ 1 และ 2 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จึงให้มีลงโทษตามพ.ร.บ.อาวุธฯ ปืน ม.78 วรรคหนึ่งอันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 จำคุกคนละ 2 ปี และลงโทษฐานฝ่าฝืนประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยการเข้าร่วมการชุมนุม จำคุกคนละ 6 เดือน รวมคนละ 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม  เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้กระทงละ คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 20 เดือน ลงโทษ จำเลยที่ 3 ฐานฝ่าฝืนประกาศหรือข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยการเข้าร่วมการชุมนุม จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฎว่า จำเลยที่ 3 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาศจำเลยที่ 3 กลับตัว เป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบหนังสติ๊ก มีดพับ หัวนอต ลูกแก้ว ไฟแช็ก ไม้ขีด ของกลางข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 3 ให้ยกเสีย

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์