'ประยุทธ์' เผยผู้นำเอเปค-อาเซียนเข้าใจสถานการณ์ไทย ย้ำยังไม่เซ็นสัญญารถไฟกับจีน

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ "พล.อ.ประยุทธ์" เผย "โอบามา-ปูติน" เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย ย้ำจุดยืนประชาธิปไตยในการประชุมเอเปค ส่วนเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนชาติสมาชิกพร้อมร่วมเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน ระบุจีนสนใจรับซื้อยางพารา-ข้าว ย้ำยังไม่เซ็นสัญญาสร้างทางรถไฟแต่เป็นการหารือในหลักการเท่านั้น
 
 
14 พ.ย.2557 เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ตอนหนึ่งว่าได้ย้ำจุดยืนประชาธิปไตยในการประชุมเอเปค ขณะที่เวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ชาติสมาชิกพร้อมร่วมเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน เห็นพ้องแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ด้าน "รัสเซีย-อินเดีย-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนในไทย จีนสนใจรับซื้อยางพารา-ข้าว ย้ำไทย-จีน ยังไม่เซ็นสัญญาสร้างทางรถไฟแต่เป็นการหารือในหลักการเท่านั้น
 
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุว่าตนได้พูดคุยกับผู้นำหลายประเทศในลักษณะทวิภาคี ประเด็นสำคัญๆ เป็นเรื่องของปัญหาการอุดหนุนราคาหรือการ subsidize สินค้าทางการเกษตร ราคาน้ำมัน ราคาเชื้อเพลิง ทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคนี้มีปัญหาเดียวกันหมด ต้องร่วมมือกับเอกชนแก้ไขปัญหา อีกทั้งเรื่องของการจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องของคนที่เข้ามารับราชการใหม่ และชี้แจงเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
"ระหว่างงานเลี้ยง มีการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้นำทั้ง 21 ประเทศได้พบทักทายจับไม้จับมือกัน ผมมีโอกาสได้พบท่านประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งท่านได้แสดงความห่วงใย ผมก็ขอบคุณและยืนยันกับท่านว่ารัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด ได้พบกับท่านประธานาธิบดีปูติน ท่านถามว่า ประเทศไทยเป็นอย่างไร เรียบร้อยหรือยัง ตนตอบว่าเรียบร้อยดี ขอเวลาเราหน่อย ท่านก็เข้าใจ ผมบอกทุกประเทศว่า สำหรับวันนี้ประเทศไทยสงบสุขพอสมควรแล้ว ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย และการท่องเที่ยวดีขึ้น รัฐบาลไทยขอเชิญทุกประเทศให้มาเยือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นบอกว่าจะยกเลิกคำเตือนนักท่องเที่ยวที่มีอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
โดยรายละเอียดทั้งหมดของรายการมีดังต่อไปนี้
 
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2557 เวลา 20.15 น.
 
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน  สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมมีภารกิจสำคัญที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายวัน ห้วงนี้มีการประชุมที่สำคัญ ๆ ในระดับภูมิภาค ระดับโลกหลายเวที การเดินทางไปประชุมนั้น เป็นการเยี่ยมเยีอนประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าการลงทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความคืบหน้าหลายประการจากการประชุมหารือกับมิตรประเทศที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ซึ่งผมจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป
 
ก่อนอื่นวันนี้อยากให้พวกเราทุกคนได้รำลึกถึง วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี  หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริโครงการฝนหลวง ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 และได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของราษฎรจากการขาดแคลนน้ำ อุปโภค บริโภค และการทำการเกษตร นับตั้งแต่นั้น พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศชาติได้รอดพ้นวิกฤติภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน
 
ดังนั้น เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ในวันพระบิดาแห่งฝนหลวงนี้  ผมขอเชิญชวนให้ประชาชนทั้งในปัจจุบัน และอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ชื่นชมในพระบารมี และร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านในวันนี้ด้วย
 
จากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ระหว่างการรักษาพระอาการ ผมก็ขอให้ชาวไทยทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานให้พระองค์มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้นในเร็ววัน
 
ส่วนของการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ลดความหวาดระแวง และแสวงหาความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการแสดงจุดยืนของประเทศไทย ในการเป็นประชาธิปไตยและสนับสนุนเรื่องสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นวาระสำคัญ พันธะผูกพันระดับนานาชาติ ในเรื่องนี้ผมขอเรียนว่ารัฐบาลพร้อมจะสนับสนุน การลงทุนของทุกประเทศที่ต้องการเข้ามาลงทุนบนพื้นฐานหลักก็คือในเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
 
การเดินทางเยือนต่างประเทศในแต่ละครั้งนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราได้เผยแพร่นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในรัฐบาลปัจจุบันให้ทราบโดยทั่วกัน อาทิ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมธุรกิจ SMEs การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่งทั้งระบบ เช่น การพัฒนาและปรับปรุงถนน โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟมาตรฐาน Standard Guage ความเร็วปานกลาง โครงการรถไฟฟ้าในเขต กทม. และปริมณฑล การขนส่งทางน้ำ และทางอากาศ การเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจ Digital Economy เป็นต้น
 
การเลือกเดินทางไปต่างประเทศเท่าที่จำเป็นนั้น ผมจะพิจารณา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยให้มากที่สุดเท่านั้น โดยระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมานั้น ผมและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 22  โดยวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2557 ได้ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 ที่กรุงเนปิดอร์ สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งทั้ง 2 เวทีนั้น นับว่าเป็นเวทีที่สำคัญ ที่ผู้นำสามารถหารือกันในเรื่องต่าง ๆ พร้อมกันได้ในหลายมิติ มีการแบ่งกลุ่มกันพูดคุยการประชุม หลายครั้ง หลายกลุ่มด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน+1 อาเซียน+3 และในเรื่องของโครงการเกี่ยวกับในส่วนของกลุ่มแม่น้ำโขง หลายประเทศมีส่วนเกี่ยวข้อง
 
ในปัจจุบันนั้นประเทศไทยมีสัดส่วนการค้า การลงทุน กับเขตเศรษฐกิจเอเปค สูงถึงร้อยละ 70  ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นเวทีที่สำคัญ เวทีแรกคือ เอเปคนั้นในการที่จะผลักดันประเด็นที่สำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งของไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
 
วันนี้ประเทศไทยได้ยกเรื่องสำคัญหลายเรื่องขึ้นหารือ เช่น ทำอย่างไรการเปิดเสรีทางการค้า จะนำมาซึ่งประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงทุกประเทศ ตลอดจนคนทุกกลุ่มในแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีเกษตรกรเป็นจำนวนมาก และธุรกิจที่เกี่ยวกับ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราเป็นห่วงในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จะได้มีการพัฒนาไปด้วยกัน โดยจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ได้รับการพัฒนา ไม่ได้เข้าถึงกองทุน ทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นภาระผูกพัน และไม่เป็นผลดีต่อประเทศเราในอนาคต ว่าทำอย่างไรจะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราอาจจะไม่เน้นในเรื่องของการเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากนัก แต่เป็นการพัฒนาที่ต้องยั่งยืน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรเราจะเติบโตด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ มาทำให้คุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศเดินหน้าไปให้ดียิ่งขึ้น  อีกเรื่องหนึ่งคือการหารือเรื่องการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคเป็นสิ่งสำคัญ การลดช่องว่างทางการพัฒนา การรับมือกับปัญหาข้ามชาติ เช่น อีโบลา ปัญหาสิ่งแวดล้อม
 
นอกจากการหารือกับเพื่อนสมาชิกเอเปคแล้ว ผมยังได้เข้าพบกับบุคคลสำคัญ ๆ จากหลายประเทศ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะท่านประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง และท่านนายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง ซึ่งทั้งสองท่านได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และถวายพระพรพระบรมวงศานุวงค์ของไทยทุกพระองค์ รวมทั้งยกย่องความสัมพันธ์ไทย – จีน ว่าเป็นมิตรภาพระหว่าง “มหามิตร” อีกด้วย
 
ผมได้มีโอกาสหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีจีน เกี่ยวกับประเด็นสำคัญ ซึ่งมีหลายมิติ ไทยและจีนนั้นมีความสัมพันธ์กันมานานนับพันปีแล้ว ความสัมพันธ์ทางการทูตแม้จะเปิดมาเพียง 40 ปี จะครบรอบในปีหน้า ดังนั้นก็ได้หารือกันว่าทำอย่างไรความสัมพันธ์ไทย – จีนนั้น จะเข้มแข็งได้มากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความเป็นมหามิตรที่เคารพซึ่งกันและกัน
 
ปัจจุบันรัฐบาลจีนเองก็มีปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรบางตัวของเขา ซึ่งมีผลผลิตเป็นจำนวนมากภายในประเทศ แต่เขาก็ต้องการแสดงความจริงใจกับเรา ด้วยการตอบรับที่จะซื้อสินค้าทางการเกษตรของไทย เช่น ข้าว ยางพารา และผลไม้ เพิ่มขึ้น และอาจจะเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป โดยเราจะต้องเร่งหารือเรื่องการจัดทำ MOU ว่าด้วยเรื่องการซื้อขายผลผลิตการเกษตรไทย ถือว่าเป็นของขวัญจากรัฐบาลจีนให้กับเกษตรกรไทย ผมจะเรียนความคืบหน้าให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป
 
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้ขอให้เขาช่วยกำกับดูแลและอำนวยความสะดวกต่อการนำเข้าสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ไทย ข้าวไทย ซึ่งวันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีน ก็ขอให้เขาช่วยทำกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดกับเรา สอดส่องดูแลไม่ให้มีใครนำข้าวไทยคุณภาพต่ำไปขายปะปนกับข้าวคุณภาพดี อันนี้ก็คงต้องสอบสวนกันต่อไปทั้งต้นทาง ปลายทาง และการกำกับดูแลเรื่องการขนส่ง
 
ในเรื่องของการเชิญชวนฝ่ายจีนมาลงทุนในโครงการที่จะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันนั้น ผมก็ได้แจ้งกับฝ่ายจีนไปว่าเราพร้อม และขอเชิญนักลงทุนของเขามาร่วมลงทุนในประเทศไทย และถ้าหากว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยมีนโยบายและต้องการการสนับสนุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพลังงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม   สีเขียวเหล่านี้ เป็นความจำเป็นต่อพวกเราในการพัฒนาประเทศ รัฐบาลไทยก็ยินดีจะพิจารณาให้การสนับสนุนเป็นพิเศษในการลงทุนสำหรับโครงการนั้น ๆ เพิ่มเติม ตามกติกาของ BOI ซึ่งวันนี้ผมได้สั่งการให้มีการปรับปรุงใหม่เพื่อให้เกิดตรงกับความต้องการของประเทศไทย และสอดคล้องกับพันธสัญญาของนานาชาติด้วย  ด้วยความยุติธรรมและโปร่งใสทุกระดับต้องช่วยกัน
 
นอกจากการเข้าพบท่านผู้นำจีนแล้ว ผมก็ได้มีโอการพบกับท่านผู้นำอีกหลายท่าน ที่เข้าร่วมการประชุมเอเปคที่ประเทศจีน และได้พบกับภาคเอกชนจีนที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ผมขอเรียนว่าในการพบปะหารือทุกครั้งนั้น ผมให้เป็นการพูดคุยกันแบบเต็มคณะ มีการพูดคุยอย่างเปิดเผย ไม่มีวาระแอบแฝง และย้ำกับทุกท่านที่ผมได้พบว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในการจัดระเบียบประเทศของเราให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เรากำลังเร่งดำเนินการ ในเรื่องที่เร่งด่วนตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในโอกาสต่อไป ในแต่ละบริษัทที่มานั้นก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทคโนโลยี ICT โทรคมนาคม เรื่องยาง เรื่องผลผลิตทางการเกษตร ที่ประเทศของเรายังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ราคายางตกต่ำ ผลผลิตมีจำนวนมาก มีหลายบริษัทสนใจจะตั้งโรงงานแปรรูปยางเพื่อผลิตยางรถยนต์  หรือยางรถขนาดใหญ่ แม้กระทั่งยางอากาศยานในประเทศไทย โดยผมได้บอกไปว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไปอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบเหล่านี้ ก็จะเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการหารือกันต่อไปให้ได้โดยเร็ว
 
บางบริษัทก็มาพูดคุยในเรื่องของอุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงงานกำจัดขยะในรูปแบบที่ไม่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และก็เป็นนโยบายของรัฐบาลของเราอยู่แล้วในปัจจุบัน ก็เลยถือโอกาสให้เขาสนับสนุนหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ทั้งในเรื่องของการกระจายโรงงานไปตามจังหวัดต่าง ๆ ให้พี่น้องมีรายได้ และขอให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมคนงานไทย จ้างคนไทยให้มากขึ้น มีความก้าวหน้าในทุกระดับ อันนี้คงต้องเร่งในเรื่องของภาษาอังกฤษด้วย เพราะว่าจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการควบคุม ในการสั่งการ และช่วยสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา หรือเรียกว่า R & D มีการใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยให้มากขึ้น และขอให้ทุกคนนั้นช่วยกันสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยในภาพรวมอีกด้วย
 
เรื่องของความร่วมมือในการสร้างทางรถไฟ ทั้งแบบทางคู่ ทางมาตรฐาน ไปถึงความเร็วปานกลาง ความเร็วสูงผมยังไม่พูด พูดความเร็วปานกลางก่อน เรื่องนี้ อย่างที่เรียนไปข้างต้นแล้วว่า มีการหารือในหลักการ ก็แน่นอนว่าประเทศจีนนั้น สนใจในโครงการนี้ เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมต่อทางด้านการตลาดที่เรียกว่า Connectivity ซึ่งวันนี้ก็ทั้งทุกประชาคมก็พูดกันในเรื่องนี้ ทำให้คนไปมาหาสู่กันได้มากขึ้น มีการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงถึงกันในระหว่างประชาคมที่ห่างไกลกัน เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงภูมิภาค วันนี้เราเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทย เพราะฉะนั้นวันนี้ ถนน รถไฟ เรายังไม่มีพร้อม วันหน้าเราก็จะเสียเปรียบ เสียโอกาส ล้าสมัยไม่ทันใครเขา วันนี้ทุกประเทศรอบบ้านเรามีการพัฒนาอย่างกว้างไกล
 
เพราะฉะนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นเรื่องจำเป็น เป็นอนาคตของประเทศ ถ้าเราไม่ทำวันนี้ วันหน้าก็ต้องทำอยู่ดี  ราคาก็จะแพงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันความร่วมมือต่าง ๆ ก็จะไปที่ประเทศอื่นหมด เพราะฉะนั้นเราต้องรีบทำให้เกิดความโปร่งใส และแน่ใจว่าคุ้มค่า อย่าคอร์รัปชั่นกัน ไม่ให้เกิดหนี้สาธารณะ ได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นไทยก็สนใจที่จะคุยเรื่องรถไฟ ขนาดรางมาตรฐาน และรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางกับประจีน ก็คงไม่ใช่เส้นเดียว มีหลายเส้นทาง หลายประเทศ ก็คงเป็นการพูดคุยเจรจาหารือกัน ตั้งคณะทำงานร่วมกัน ในการที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณในการลงทุน ก็มีหลายธนาคาร หลายแหล่งเงินกู้ ซึ่งประเทศมหาอำนาจก็มีกองทุนเหล่านี้อยู่บ้างพอสมควร กองทุนเกี่ยวกับเรื่อง Infrastructure มีการตั้งขึ้นมาใหม่หลายกองทุนด้วยกัน แต่เราก็คุยกับหลาย ประเทศก็พร้อมจะร่วมมือกับเรา โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทุกประเทศก็มีการลงทุนเช่นเดียวกัน ถึงจะเชื่อมต่อกัน ถ้าเราไม่พร้อมเราก็ต่อไม่ได้ วันนี้เราก็คุยในเรื่องหลักการไปก่อน รายละเอียดมีอีกมากมาย ที่เรียนไปแล้ว เรื่องรูปแบบการลงทุน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ประชาพิจารณ์ เราจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป
 
นอกจากนี้ ผมได้พูดคุยกับผู้นำหลายประเทศในลักษณะทวิภาคี คือตัวต่อตัว ประเทศต่อประเทศประเด็นสำคัญก็คือในเรื่องของปัญหาการอุดหนุนราคาหรือการ Subsidize ทุกประเทศมีปัญหาหมด ไม่ว่าจะเป็น สินค้าทางการเกษตร ราคาน้ำมัน ราคาเชื้อเพลิง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีปัญหาเดียวกัน วันนี้ทุกรัฐบาลก็กำลังแก้ปัญหาอยู่เช่นเดียวกัน และก็ยกเลิกไปเกือบหมดแล้ว หลาย ๆ ประเทศก็พยายามทำอยู่ ก็ติดปัญหาเรื่องประชาชน แต่เขาบอกว่าอย่างไรก็ต้องทำ เป็นปัญหาที่สลับซ้ำซ้อน และสืบเนื่องมาเป็นเวลานาน และมีผลต่อการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศในภาพรวม
 
ในระหว่างงานเลี้ยงนั้น มีการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้นำทั้ง 21 ประเทศได้มีโอกาสพบทักทายกันจับไม้จับมือกัน  ก็ได้มีโอกาสได้พบท่านประธานาธิบดีโอบามา ท่านก็ได้แสดงความห่วงใย ผมก็ขอบคุณ ยืนยันกับท่านว่าเราจะทำให้ดีที่สุด ได้พบกับท่านประธานาธิบดีปูติน ท่านก็ถามว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างไร ผมก็ตอบไปว่าเรียบร้อยดี ในปัจจุบันเรากำลังดำเนินการในการปฏิรูปอยู่ ท่านก็ให้กำลังใจเข้าใจเรา ก็ขอเวลาเราหน่อย
 
อยากให้ต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศได้เข้าใจว่า เราอยู่ในสถานการณ์อะไรกันในขณะนี้ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจกันบ้าง ไม่ใช่พูดถึงเรื่องความขัดแย้งอยู่ทุกวัน ๆ ในประเทศเราเอง ต่างประเทศเขาเลิกไปแล้ว เขาไปมองว่าจะเดินหน้าประเทศไปอย่างไร ขับเคลื่อนอย่างไร มีวิสัยทัศน์ชัดเจน 2015 แล้วจากนั้นเขาก็วางไปอีก 10 ปี 2025 วันนี้ 2014  ปีหน้าก็ 2015 แล้ว ก็เป็นเรื่องของการประชาคมเศรษฐกิจ AEC เพราะฉะนั้นทุกอย่างเขามองอนาคตหมด
 
วันนี้ประเทศไทยเราก็มีความสงบสุขพอสมควร ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเราก็ได้เชิญทุกประเทศให้มาเยือนประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ หลายประเทศก็ได้ให้ความสนใจแล้วก็เข้าใจถึงสถานการณ์ดี ก็จะปรับแก้ในเรื่องนี้ให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นก็บอกว่าจะยกเลิกคำเตือนนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ ผมก็ได้เรียนทุกประเทศไปว่า เรามีงบประมาณกองทุนในเรื่องของการประกันชีวิตไว้ให้ด้วย ทุกคนก็ค่อยสบายใจขึ้น
 
ในเรื่องการหารือเป็นคณะใหญ่ ทั้งหมด 21 คณะนั้น  เป็นการที่ผู้นำระดับ นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีทั้งสิ้น เป็นการพูดคุยในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ด้านอาหาร ด้านการสร้างความเชื่อมโยงระบบสาธารณูปโภค ให้มีการเชื่อมต่อกัน เศรษฐกิจเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ซึ่งคงต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ผมก็ได้แสดงความกังวลไว้ว่าเราอาจเสียประโยชน์ไปบ้างประเทศในอาเซียน เพราะเราเป็นประเทศที่ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นมูลค่าในการซื้อขายกัน อาจจะน้อยกว่าประเทศที่ใหญ่กว่าอันนี้ก็ต้องพูดคุยกันให้ชัดเจน ก็ขอยืนยัน ประเทศเราเป็นประเทศเล็กแต่เราก็ต้องมีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นข้อตกลงทั้งหมดต้องตั้งอยู่กับความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ลดความหวาดระแวง มีผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกันและยั่งยืน
 
ทุกครั้งนั้น ผมถือว่า ผมและคณะที่ไปเยือนต่างประเทศนั้น เรานำเกียรติยศของคนไทยไปด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจว่า ผ่านมาหลายครั้งหลายรัฐบาลแล้ว ก็ไม่เคยทำอะไรได้สำเร็จเลย เพราะว่ามีข้อตกลงทุกอย่างเขาก็อ้างถึงข้อตกลงทุก ๆ อัน ผมก็เรียนว่า เราไม่พูดถึงเรื่องเก่าแล้วกัน เราจะมาทำในเรื่องใหม่แล้วก็ทำให้ก้าวหน้าให้เกิดให้ได้ ในรัฐบาลปัจจุบันให้ได้ก็ขอให้คนไทยได้เข้าใจด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเรายังเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นการต่อต้านขัดแย้งอยู่แบบนี้ เดินไม่ได้แล้วผมก็ไม่เห็นประโยชน์ในการที่จะอยู่ในสถานการณ์วันนี้ เพราะฉะนั้นทุกประเทศพร้อมจะลงทุนกับไทย ประโยชน์ได้รับก็คือ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในวันนี้ ในอดีต ในวันนี้ และในอนาคต ไว้วางใจว่าจะร่วมกันอย่างไร สนับสนุนประเทศเล็ก ประเทศที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์น้อยอย่างไรก็มีหลายประเทศ เพราะฉะนั้นก็มีทั้งรายได้น้อยมาก รายได้น้อย รายได้ปานกลาง รายได้สูง ฉะนั้นทำอย่างไรในประชาคมทุกประชาคมจะมีความเท่าเทียม ผมก็ยืนยันในที่ประชุมไปแบบนี้ ไปหาทางคิดกันมา ก็เดี๋ยวขณะทำงานเขาไปคุยกันต่อ
 
ผมยืนยันกับทุกประเทศว่า การทุจริต การคอร์รัปชั่นจะต้องไม่เกิดขึ้นในทุกโครงการแล้วก็บอกว่าก็จะดำเนินการในลักษณะเป็น G2G ถ้าหากเป็นอย่างอื่นก็ต้องรับทราบ รับผิดชอบกัน โดยรัฐบาลต่อรัฐบาลต้องเป็นผู้รับทราบ อันนี้ทางรัฐมนตรีของเราก็ได้ไปร่วมการประชุมด้วยทุกครั้งก็รับทราบและบันทึกไว้แล้ว เพื่อนำสู่การปฏิบัติ
 
หลังจากเสร็จภารกิจที่ประเทศจีน ก็ได้เดินทางต่อไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเนปิดอว์ สหภาพเมียนมาร์ อันนี้เป็นการประชุมผู้นำประเทศทั้งหมด 10 ประเทศก่อน อันนี้เป็นการประชุมประจำปี ถือว่าเป็นการประชุมที่สำคัญมาก แล้วก็มีผู้นำต่าง ๆ มาด้วยตัวเอง เข้าร่วมด้วยก็ถือเป็นเวทีที่สำคัญ สำหรับภูมิภาคของเรา ภูมิภาคอาเซียน โดยตลอดการประชุมนั้น เราได้รับไมตรีจิต ความชื่นชม ในความสวยงาม ในความเป็นมิตรที่ดี ในความเป็นกันเองรอยยิ้มต่าง ๆ ของคนไทย เขาประทับใจอยู่ตลอดมา เขาก็เสียดายเวลาต่าง ๆ ที่มีความขัดแย้งกันในประเทศไทย เขายินดีที่จะให้การสนับสนุนเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการท่องเที่ยว
 
วันนี้ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ต้น  แล้วเป็นสมาชิกตั้งแต่เริ่มการประชุมส่วนใหญ่ของทุกการประชุมอาจจะเกิดในประเทศไทยมาแล้วทั้งสิ้น วันนี้ก็อยากจะถือโอกาสนี้เรียนให้เขาทราบ เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยหลายครั้งในเรื่องของความมั่นใจ ในเรื่องแนวทาง ทางการเมืองของรัฐบาลปัจจุบัน ผมก็ยังคงยืนยันกับเขาว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับอาเซียนและภูมิภาค
 
ประเด็นหลัก ๆ มีการหารือกันที่เมียนมาร์ ประเด็นแรกคือ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้านี้ กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ของเราก็จะต้องรีบเร่งสปีคหน่อย เพราะว่าช้าไปนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการด้วย เพราะเป็นพันธะสัญญาที่มีการร่างไว้ มีการพูดคุยกันไว้หลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าเราจะเป็นการรวมกลุ่มของตลาดที่มีคนมากกว่า 600 ล้านคน แล้วก็มีการบวกไปกับ +1 +3 +5 อะไรอีก เพราะฉะนั้นก็จะมีมูลค่าการลงทุนการขายมากที่สุดในโลกนี้ในการร่วมกัน ถ้าเรารวมกันได้ทั้งหมดเราก็จะมากขึ้น ๆ ทั้งคน ทั้งปริมาณสินค้า มูลค่าสินค้าอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นอับดับหนึ่งในโลกด้วยซ้ำไป
 
เป็นฐานการผลิตเดียวกัน เราจะทำอย่างไรจะได้มีอำนาจในการต่อรองของอาเซียนมากยิ่งขึ้นในเวทีโลกอื่น ๆ แล้วก็จะทำให้ไทยเข้มแข็ง  อาเซียนเข้มแข็งเราจะต้องมีการค้าการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะต้องเกิดขึ้นให้ได้อย่างรวดเร็ว เราต้องใช้ความได้เปรียบ ใช้โอกาสนำประเทศไทยเป็นศูนย์กลางให้ได้ นอกจากนั้น ผู้นำประเทศยังเห็นตรงกันว่าเราจะต้องมีบทบาทที่เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นแกนนำในการรักษาสันติภาพในภูมิภาคอาเซียนแล้วก็ประชาคมโลกด้วย
 
ประเด็นที่สอง ที่ถือว่าเป็นประเด็นที่เป็นหัวใจ ก็คือ การมองไปในอนาคต กำหนด Vision วิสัยทัศน์ในอีก 10 ปี ข้างหน้าเพื่อจะกำหนดทิศทางของประชาคมอาเซียน โดยผมและผู้นำอื่น ๆ ก็เห็นตรงกันว่า เราจะต้องเน้นการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง อันนี้ก็ตรงกับรัฐบาลทำอยู่ในปัจจุบันต้องนึกถึงว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปการออกกฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ต้องไปดูตรงนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องการยกระดับความเป็นอยู่ เพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ของประชาชน แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบที่อาจจะกระทบความเป็นอยู่ของประชาชน  มีการส่งเสริมการค้าเสรีที่เราจะต้องระมัดระวังด้วย การอำนวยความสะดวกทางการค้าให้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนอุปสรรคทางการค้า ในส่วนที่ไม่ใช่ภาษี ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม ลดการกีดกันทางการค้า และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการคิดค้นนวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ ตอนนี้เรากำลังเร่งดำเนินการอยู่
 
เอกชนต้องช่วยกัน ธุรกิจ SME ขนาดเล็กต้องช่วยกันรีบเข้ามา แล้วที่สำคัญก็คือการดูแลพี่น้องเกษตรกรที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของอาเซียน เราจะต้องมาดูร่วมกันว่าจะทำอย่างไรทุกประเทศมีปัญหาเหมือนกันหมด ผมนั่งคุยกับผู้นำอาเซียนรอบบ้านเราที่เป็นประเทศเกษตรกรรมเป็นหลัก เราจะทำอย่างไร ผมก็ได้ถามเขาหลายเรื่องก็มีประโยชน์ ซึ่งผมก็คงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมหารือกันต่อไป เราจะทำอย่างไรในเรื่องของการส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต การเก็บเกี่ยว การตลาด การลดต้นทุนทางการผลิต การแก้ไขราคาผลผลิตตกต่ำ ผมก็เรียนไปว่าเราต้องรู้ตัวพวกเราอาเซียนด้วยกันว่า เราเป็นอู่ข้าว อู่น้ำของโลกเราต้องรวมกันให้ได้ เพราะเราจะได้เป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าการเกษตรรายใหญ่ที่สุดของโลก เหมือนกับเป็นแหล่งอาหารของโลกไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา หรือผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ที่นำมาจากพืช ผมถือว่าอาเซียนเป็นแหล่งที่สำคัญของโลก วันหน้าไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อาจจะแห้งแล้งอาจจะเพาะปลูกเที่ยวนี้ เราต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้เพื่อจะเป็นคลังอาหารโลกให้ได้ เราไม่ควรที่จะแข่งขันตัดราคา แย่งตลาดกัน
 
อันนี้ ผมได้พูดคุยกับทางมาเลเซียไปแล้วว่า จะต้องหาทางประชุมประเทศที่ผลิตยางได้ก็คงจะมีไทยกับมาเลเซียและประเทศบางประเทศ ตอนนี้สองประเทศผลิตมากก็ต้องคุยกันว่าทำอย่างไร เราจะไม่แข่งขันกันมากนัก ตัดราคาแย่งตลาดกันเราต้องคุมราคาเหล่านี้ให้ได้ ไม่งั้นก็เป็นปัญหาอยู่อย่างที่พี่น้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่สบายใจไม่มีความสุขเลย ถ้าตราบใดที่ทุกคนยังไม่มีรายได้ที่พอเพียง ความพึงพอใจไม่เกิดเราก็จะมีความขัดแย้งอยู่นั้นแหละ ผมก็บอกไปว่าปัญหาส่วนใหญ่ในโลกนี้เกิดความขัดแย้งก็เพราะความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ถ้าเราดูแลคนทุกประเทศในโลกได้ก็ทุกอย่างก็คงจะลดลงไม่ต้องรบกันมากนัก วันนี้ก็มีความขัดแย้งในหลายพื้นที่หากทำให้เกษตรกรหรือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ที่เพียงพอ อันนี้ของเราคงต้องเสริมด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
 
ในประเด็นที่สาม ก็คือการหารือเรื่องสถานการณ์ระหว่างประเทศ ก็มีเรื่องสำคัญที่ให้ความสนใจกันมากทุกประเทศคือ ไวรัสอีโบลา การก่อการร้ายสุดโต่งแล้วก็สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ผมก็ได้ยกตัวอย่างประสบการณ์ไทย ในเรื่องของการผลักดันการแก้ไขปัญหาโรคซาร์และหวัดนกในอดีต ซึ่งมีประสิทธิภาพแล้วทุกครั้งที่มีโรคระบาดจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักลงมาตลอด เพราะว่าเกิดความวิตกกังวล เพราะฉะนั้นเราต้องเน้นในเรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสาร มีระบบการแจ้งเตือนถึงอันตรายและจะป้องกัน กันอย่างไรแล้วก็มีการประสานงานกันที่มีประสิทธิภาพ  ผมก็ได้เสนอที่ประชุมไปว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขของประเทศอาเซียน กับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ในเร็ววันนี้ เพื่อกระชับความร่วมมือหลายประเทศก็ยินดีจะมาร่วมการประชุมก็มีการเสนอความเห็นร่วม เพราะว่าเราต้องเตรียมภูมิภาคของเราไว้ด้วยถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการแพร่ระบาดก็ตาม
 
ในเรื่องของการต่อต้านหรือป้องกันการก่อการร้ายนั้น เป็นภัยคุกคามร่วมกันของทุกประเทศในโลก  ก็ต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วย  ในส่วนของประเด็นทะเลจีนใต้นั้น   เราก็ได้รับความชื่นชมจากที่ประชุมว่าประสบความสำเร็จในการลดความตึงเครียด เพราะเราทำในฐานะเป็นผู้ประสานงานจัดทำ DOC : Declaration on the Conduct of Parties in the South China sea และ COC : Code of conduct in the South China Sea คือทำอย่างไรจะให้ยุติความรุนแรงหรือหยุดอะไรที่เป็นผลกระทบในเรื่องเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเล ทำอย่างไรประเทศสมาชิกจะยอมรับซึ่งกันและก็มีหลายประเทศเห็นด้วยว่าอะไรที่ทำได้ก่อนก็ทำไป ในเรื่องของสิทธิเรื่องของพื้นที่ต่าง ๆ ก็เดี๋ยวค่อยคุยกันอีกที่ก็กำลังเดินหน้าอยู่ ในขณะนี้ในเรื่องของการกำหนดกรอบกติกา
 
เช่นเดียวกันกับการประชุม APEC ซึ่งได้มีโอกาสหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการกับผู้นำหลายประเทศเพิ่มเติม ก็ได้พบหลายประเทศอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ท่านประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรีอินเดีย นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ท่านเลขาธิการสหประชาชาติในการประชุมครั้งนี้ก็น่ายินดี ทุกท่านก็มีความเข้าใจในสถานการณ์ในประเทศไทยแล้วก็ให้กำลังใจผมก็บอกว่าผมก็เป็นทหารประชาธิปไตยเหมือนกัน แล้ววันนี้ผมก็เกษียณแล้ว แต่ผมเป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็เดินหน้าตาม Road map ที่มีอยู่เพื่อต้องการที่จะไปสู่ตรงนั้น ผมเรียนว่าผมไม่ได้ทำลาย ผมสร้างให้แข็งแรงขึ้นอะไรขึ้นวันนี้ความขัดแย้งก็ยังมีอยู่ เขาก็เข้าใจแต่เขาจะพูดอย่างอื่นคงไม่ได้หรอก
 
ในส่วนของรัสเซีย สนใจก็จะร่วมมือกับไทยให้มากขึ้นถึงแม้ว่าจะไกลกัน เรามีความสัมพันธ์กับรัสเซียมา 120 ปี ผมคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าเราต้องร่วมมือให้มากขึ้น ให้เป็นอีก 120 ปีต่อไป ผมก็ดีใจก็ในเรื่องไม่ว่าจะเป็นพลังงาน การท่องเที่ยว การค้าการลงทุน รวมทั้งสนใจที่จะจัดซื้อสินค้าการเกษตรกับไทยเพิ่มเติม ก็เดี๋ยวหารือกันต่อไป
 
ในส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ก็สนใจเรื่องของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน แล้วก็ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย ทั้งนี้ คงต้องไปดูเรื่องกฎกติกากันอีกครั้งให้ดี
 
สำหรับประเทศอินเดียนั้น  เราก็ร่วมมือกัน เพราะว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก พื้นที่ใหญ่ ถ้ารวมกันได้อีกก็จะมีมูลค่าการค้าการลงทุนที่มากของอาเซียนเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ข้อตกลงที่ร่วมมือกันในเรื่องของการเพิ่มโอกาสการค้าการลงทุนในหลาย ๆ กิจการแล้วก็ตกลงว่าเราจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวร่วมกัน   มีโครงการต่าง ๆ ในกรอบของราชวงศ์เราก็จะมีการขยับขยายไปให้กว้างขวางขึ้น เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วยหรือศาสนาอื่น ๆ ในทั้งสองประเทศ มีการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ  การส่งเสริมการความเชื่อมโยงระหว่างไทย เมียนมาร์ และอินเดีย ผ่านโครงการถนน 3 ฝ่าย ตอนนี้กำลังดำเนินการทั้งหมดเรื่องถนน 3 ฝ่าย ในแต่ละประเทศเขามีการเชื่อมโยงเราก็ต้องไปเชื่อมโยงให้ได้ อันนี้ต้องไปต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของเราที่ผมกำหนดไว้ ตามแนวชายแดนทั้ง 5 เขตในปีนี้
 
ในประการที่สำคัญผมได้มีโอกาสพบกับเลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้ขอบคุณท่านที่เข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน ผมได้ชี้แจงทุกเรื่อง ชี้แจงในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ชี้แจงในเรื่องกฎอัยการศึก แล้วก็ทุกเรื่องที่เป็นปัญหากับประเทศไทย ผมก็อธิบายแล้วก็ให้ท่านตอบ ให้ท่านถาม เสียเวลาประมาณชั่วโมงเศษ ๆ ท่านก็เข้าใจแต่ท่านก็บอกว่าก็ขอให้มุ่งสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ผมก็เรียนท่านว่ามี Road Map อยู่แล้ว รัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิรูปอยู่เพื่อจะทำให้ยั่งยืน ไม่มีความขัดแย้งอีกในอนาคต สหประชาชาติก็ได้ชื่นชมบทบาทสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการรักษาสันติภาพ ที่ผ่านมาเรามีประมาณ 20 กองกำลัง 20,000 กว่าคนที่ไปทำงานต่างประเทศมาแล้ว ผมก็เรียนท่านว่าถ้าเราไปดูประเทศอื่นที่มีความขัดแย้ง ให้เขาสงบลง ให้เขามีความสุขขึ้น แล้วทำไมผมจะต้องดูให้คนไทยไม่ได้หรือ ท่านก็ยิ้ม ๆ ว่าก็จริงนะ เพราะว่าประเทศไทยมีความขัดแย้ง เราต้องทำให้สงบให้ได้ เหมือนกับที่เราไปทำให้ต่างประเทศ แต่ในประเทศเราใช้วิธีการอีกคนละวิธี ไม่ได้ใช้อาวุธหรือใช้กำลัง ก็เป็นการใช้กฎหมายกระบวนการยุติธรรม เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
 
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขปัญหาไวรัสอีโบล่า ก็เรียนท่านว่าเรามีความพร้อมและเตรียมการในขณะนี้ จากการเยือนในครั้งนี้นั้นผมอยากจะเรียนว่า เรามีความคืบหน้า เรามีอนาคต ก็ขอร้องกัน คนไทยทุกคนวันนี้ต้องมองไปข้างหน้า ประเทศไทยเราอยู่ตรงกลาง เส้นทางการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เราน่าจะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์มากพอสมควรในอาเซียน แต่ถ้าเรามีความขัดแย้งกันต่อไป ไม่เสียสละ ไม่ลด ไม่ละ ไม่เลิก หรือต่อสู้กันเองอีก ก็ลำบากครับ การเมืองผมเข้าใจ การเมืองคือการเมืองของระบบประชาธิปไตย แต่ต้องทำให้ถูกต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้เป็นประชาธิปไตยของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนมากหรือเสียงส่วนน้อยแล้วแต่ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดูแล
 
วันนี้นะครับ ก็ขอบคุณในช่วงที่ผ่านมา อยากให้ข้าราชการทุกคนได้ทุ่มเทเสียสละ ในเรื่องการทำงานตามนโยบายรัฐบาลในปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นเวลาจำกัด ต้องเร่งดำเนินการ และอยากให้ทุกคนทำด้วยความเต็มใจ พอใจ อย่าให้ต้องบังคับกันอีกเลย ไปลงโทษ ไปตรวจสอบ ดำเนินคดี มันไม่ไหว ผมว่าหลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คงจะหยุดได้แล้ว เพราะฉะนั้นภาพรวมเศรษฐกิจในวันนี้เริ่มมีสัญญาณ เริ่มดีขึ้นแล้วนะครับ นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจจะมาลงทุนมากขึ้น ทุก ๆ ประชาคม ทุกสมาคมก็มีการพบปะพูดคุยทั้งหมด ไม่ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อะไรก็ตาม แต่ธุรกิจคือธุรกิจ เขาก็เดินหน้าที่จะเข้ามาในประเทศไทย แต่ขอให้มีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการประท้วง เขาก็พร้อมจะลงทุนกับเราทั้งหมด
 
วันนี้จากผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 39 ประเทศ ในปีนี้ได้จัดอันดับให้ไทยเป็นอันดับที่ 8 ของตลาดที่น่าลงทุนของภูมิภาคในช่วงระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้านี้ด้วยครับ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องพัฒนาอีกหลายด้าน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเทคโนโลยี ความทันสมัย หรือว่ากฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์ Single Window พิธีการผ่านแดนที่รวดเร็วอะไรทำนองนี้ มีมากมายที่จะต้องปรับปรุง ต้องใช้กฎหมายทั้งสิ้น เตรียมการทั้งคน สถานที่ กฎหมาย มากมาย ต้องดำเนินการทั้งสิ้นเพื่อเตรียมการรองรับสู่ประชาคมอาเซียน และมีเวลาจำกัด 2558 ต้องเข้าแล้ว ต้องเป็นอย่างเขาที่เขาเป็นกันแล้ว โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ทักษะฝีมือแรงงาน การใช้ภาษา เหล่านี้ต้องเร่งนะครับ สถานศึกษาทุกแห่งเร่งการให้ความร่วมมือภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสายอาชีวะ อะไรแบบนี้ เพราะว่าผลิตพวกช่าง พวกวิศวกร อะไรเหล่านี้ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็ให้เป็นแรงงานขั้นต่ำ ไม่เป็นแรงงานสูงขึ้นไประดับหัวหน้าไม่ได้ เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นภาษากลาง เพราะฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน
 
การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น นักท่องเที่ยวมามากขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ยอดการจองที่พักในเดือนธันวาคมมีปริมาณมากขึ้น หลายแห่งก็เต็มแล้วนะครับ การจองเที่ยวบิน การจองโรงแรม ก็อย่าให้มีเรื่องก็แล้วกัน ประเทศไทยคนอยากมาหมด อากาศดี อากาศเริ่มเย็นลง ภาคเหนือน่าไปเที่ยว ผมยังอยากไปเลยถ้ามีเวลานะ ก็ไม่มีหรอกตอนนี้ เพราะฉะนั้นคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากกว่า 25 ล้านคนในปีนี้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รัฐบาลได้กำหนดไว้ให้ปีหน้าเป็น “ปีแห่งท่องเที่ยววิถีไทย” หรือ “Discover Thainess 2015” จะส่งเสริมภาพลักษณ์อันเป็นเนื้อแท้ของคนไทยที่มีรอยยิ้ม มีน้ำใจ และมีความเผื่อแผ่แบ่งปัน เป็นนิสัยของคนไทยอยู่แล้ว ผู้มาเยือนมีความสุข จะต้องมีความสบายใจถ้าหากว่ามาเที่ยวผ่านวิถีไทย ทั้งนี้ก็เกิดจากการที่ให้นโยบายไปเรื่องการให้ไปผสมผสานของบริบทต่าง ๆ ของไทยให้ได้ แม้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว การท่องเที่ยวนั้นอยากให้ท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นหลัก แล้วก็ต่อเนื่องไปประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันนะครับ น่าจะทำได้ ทุกประเทศก็พร้อมจะร่วมมือ เราพร้อมที่จะสร้างความสุขให้ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่จะเข้ามานะครับ เป็นการแบ่งปันความสุข คืนความสุขให้กับเขาด้วย
 
สถานการณ์ทั่วไปภาคใต้นั้นผมเป็นห่วงครับ 6 จังหวัดภาคใต้ ทั้งชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง กระบี่ ปัตตานี ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบ 3,573 ครัวเรือน ก็สั่งการทุกหน่วยเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งเรื่องชีวิต ทรัพย์สิน ผลผลิตการเกษตร เรือ เส้นทางสุขอนามัย โรคติดต่อ ให้สามารถฟื้นฟูกลับมาใช้ชีวิตประจำวันปกติให้ได้โดยเร็ว เพราะฉะนั้นต้องทำต่อเนื่องครับ อันนี้จะไปต่อเนื่องเชื่อมโยงกับโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศ ซึ่งรัฐบาลกำลังทำอยู่ วันนี้ต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ ต้นทางคือทางภาคเหนือ และลำน้ำต่าง ๆ ที่ลงมาถึงตอนกลาง และตอนท้ายคือภาคใต้ จะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นการเก็บกักน้ำ การพร่องน้ำ การระบายน้ำ การส่งน้ำ และในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วม ฝนแล้ง เป็นทุกปี ซ้ำซาก เขาเรียกว่าซ้ำซาก แล้วทำไมถึงซ้ำซาก ก็ไปหากันมา วันนี้ต้องแก้พวกนี้ให้ได้ น่าเบื่อนะ พี่น้องแทนที่จะมีความสุขก็ไม่มี ต้องคอยระมัดระวังทุกปี เพาะปลูกก็ได้เพียงชั่วระยะหนึ่ง เดี๋ยวก็ต้องเตรียมหนีน้ำ อีกช่วงต้องเตรียมรับภัยแล้งเข้าไปอีก  รัฐบาลไม่อยากเลย ไม่อยากที่จะไปลดการปลูกอะไรทั้งสิ้น  แต่ปัญหาคือน้ำไม่พอ ก็ต้องไปหาว่าทำไมถึงไม่พอ แต่อย่ามาพูดกันวันนี้เลย พูดวันหน้าดีกว่าจะทำอะไรกันต่อ ก็ขอให้หน่วยงานไปตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ ให้มีความมั่นคงแข็งแรงตลอดทางนะครับ ระบายน้ำให้คล่องตัว ผมขอเตือนนะ ในส่วนของการที่ปล่อยให้คูคลองระบายน้ำไม่ออก ประตูน้ำชำรุดนี้เดี๋ยวถ้าท่วมมาหรือน้ำมากมา น้ำน้อยมา ผมจะต้องลงโทษนะ ทุกประตูน้ำอะไรเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของท่าน ไม่พออะไรก็ขอมา  พอผมไปตรวจดูปรากฏว่าประตูพัง แล้วมันพังได้อย่างไร แล้วที่ผ่านมาทำอะไรกันอยู่ ท่อระบายน้ำ คูคลอง ตันไปหมด วันนี้ต้องไปหาทางที่จะพร่องน้ำให้ได้โดยเร็ว ลงทะเลให้ได้โดยเร็ว ทำอย่างไร อยู่ในแผนอยู่แล้ว และจะเก็บกักน้ำไว้ได้อย่างไรคราวหน้า ครั้งนี้เก็บไม่ทัน ปีหน้าต้องเก็บได้ ถ้าเก็บไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องกันอยู่เหมือนกัน ก็ขอให้ช่วยกันนะครับ ระบบเตือนภัยต่าง ๆ เสียงตามสาย เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น ฟังนะครับเวลาเขาแจ้งมานี้ เรื่องสถานการณ์ดิน ฟ้า อากาศ ในเรื่องของวิทยุกระจายเสียงก็ช่วยเตือนกันด้วย  มีคำแจ้งของรัฐบาล ของอุตุนิยมวิทยาอยู่แล้ว ก็เป็นกำลังใจนะครับ พี่น้องชาวใต้ น้ำท่วมหลายครั้ง เพราะว่าฝนมาหลายระลอกด้วยกัน น้ำส่วนหนึ่งลงทะเล ส่วนหนึ่งก็ลงไปใต้นั่นละครับ เพราะฉะนั้นก็น่าเห็นใจ แต่เขาปรับตัวมาโดยตลอด แต่ทำอย่างไรเขาจะไม่ต้องปรับตัวทุกปี ๆ เห็นใจเขานะครับภาคใต้ สถานการณ์ก็ยังไม่ค่อยสงบเรียบร้อยนัก แต่ก็น่าจะต้องดีขึ้นนะครับถ้าเราแก้ปัญหาทั้งระบบได้ ในเรื่องของการระมัดระวังต้องตลอดช่วงนี้นะครับ ช่วงมรสุมด้วย
 
ในเรื่องของการทำงานของรัฐบาล ในเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ขอให้ติดตาม เรื่องนี้ช่วยไปดูกันด้วยนะครับถ้าใครสนใจเรื่องนี้ก็ขอให้ไปดูในช่องของรัฐสภา ถ้าใครที่สนใจกฎหมายอย่าไปคุยกันแล้วไม่มีพื้นฐานความรู้เลย ไม่ได้ เอาใจชอบไม่ได้ ไปดูสิเขาคุยอะไรกันกว่าจะออกมาได้เขาถกแถลงกันอะไรไปบ้าง ที่ไม่ใช่การทะเลาะกัน ผมเห็นเขาก็พูดกันดี มีเหตุมีผล อันไหนที่มันยังไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน ก็ไปว่าต่อไป ถ้าเอาหัวเรื่องมาพูดเรื่องเดียว เหมือนไปดูจากสื่ออย่างเดียว หน้าปกสื่อหน้าแรกจะเป็นเรื่องที่น่าหวาดเสียวทั้งนั้น แต่รายละเอียดดี ๆ อยู่ข้างใน กรุณาเปิดข้างในด้วย หรือไม่ก็ลงกันให้ครบ เอาเรื่องดี ๆ มาขึ้นข้างหน้าบ้าง อันนี้ก็ฝากแล้วกัน
 
โครงการดี ๆ อีกอันคือโครงการรากแก้วครับ ร่วมมือกันอย่างกลมกลืนทั้ง 4 ฝ่าย สถานศึกษา ชุมชน สื่อมวลชน ผู้ใหญ่ใจดีมีวิสัยทัศน์ เราต้องร่วมกันสร้างพลังเครือข่ายทางสังคมในประชุม ASEM  ประชุม APEC ประชุม ASEAN ทั้งหมดพูดหมดนะครับ การสร้างพลังเครือข่าย ให้ความสนใจเรื่องผู้หญิง เด็ก เยาวชน นี่คืออนาคตของชาติ เพราะฉะนั้นต้องส่งเสริม สถาบันอุดมศึกษาก็ขอให้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณาอาจารย์และพลังนักศึกษามาแก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนยั่งยืนนะครับ สร้างแนวคิดดี ๆ ใหม่ ๆ ทั้งในส่วนของความคิดเห็นต่างก็ได้ ในส่วนของเห็นร่วมด้วยกันก็ได้ อะไรที่ดีก็ต้องร่วมกัน อะไรไม่ดีก็เสนอความคิดเห็นออกมาได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เหมือนทุกประเทศเขาเป็นกัน แต่ถ้าขัดแย้งมาก ๆ ตีกันอย่างนี้ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นให้ใช้แนวทางการพัฒนาต่าง ๆ ของรัฐบาล ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีหลายอย่าง และแนวคิดพระราชทาน ทักษะของปราชญ์ชุมชน ผมให้เกียรติท่านเลยนะครับ ปราชญ์ชุมชนมีเป็นจำนวนมาก แต่เราไม่ค่อยได้เอาท่านออกมา วันนี้ผมสั่งให้ทุกหน่วยงานช่วยไปเอาปราชญ์ชุมชนมาขึ้นทะเบียนปราชญ์ชุมชน แล้วเราจะดูแลเขาอย่างไร เอาเขามาร่วมงาน ทำงานกับรัฐบาลอย่างไร ได้รับการยอมรับจากประชาชน บางทีเจ้าหน้าที่อาจจะพูดไม่ได้มากนัก ประชาชนก็ไม่ค่อยเชื่อถือ ถ้าไปร่วมกันได้ก็จะเข้าใจทั้งปราชญ์ เข้าใจทั้งผู้นำท้องถิ่น เป็นการสร้างความร่วมมือ สร้างความเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ที่ดี เพราะฉะนั้นเราต้องให้เกิดสังคมการเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น คิดแล้วก็พูด แล้วก็ทำ ถ้าคิดอย่างเดียวแล้วก็พูดแต่ไม่ทำนี่ไม่ได้ ผมทำทุกอย่างนะ ที่พูดนี้จะทำหมด ฉะนั้นก็อยากให้แก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืนให้ได้
 
รายการที่สำคัญของโครงการรากแก้วมีรายการ “ปั้นฝัน เดอะบัณฑิต” ทางทีวีช่อง NOW TV 26 ทุกวันเสาร์เวลา 14.00-15.00 น. ไปหาดูจากสื่อออนไลน์ทุกแขนงนะครับ เป็นเพียงหนึ่งเดียวในหลาย ๆ ตัวอย่าง ซึ่งเรียกว่าเป็นสื่อสร้างสรรค์ ผมอยากให้ทางบ้านทุกภาคส่วนได้พิจารณาติดตาม นำไปต่อยอด นำไปประยุกต์และสร้างสังคมของเราให้เข้มแข็งนะครับ
 
นอกจากนั้นผมย้ำอีกครั้งนะครับ ในเรื่องของการปรองดอง  หรือการปฏิรูปในปัจจุบันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการกระทำความผิด การสอบสวนดำเนินคดี กระบวนการยุติธรรม เรื่องนั้นก็ไปว่ากัน อะไรที่อยู่ในกระบวนการก็ไปสอบสวนทวนความกันไป ลงโทษอะไรก็ว่ากันไป แต่เราจะต้องปรองดองกันให้ได้ อย่าคิดว่าเราเอากฎหมายมาปรองดอง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้เข้าใจในเรื่องแรกนี้ด้วยครับ
 
เรื่องที่สอง เรื่องเศรษฐกิจ ผมเข้าใจความเดือดร้อน ผมเดือดร้อนกว่าท่านอีก ก็ขออย่าวิตกกังวลกันมากนักในภาวะทางเศรษฐกิจมากนัก ตัวเลขอะไรต่าง ๆ ทุกอย่างจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป  ผมคุยกับผู้นำหลาย ๆ ประเทศก็เป็นเหมือนกัน บางประเทศแย่กว่าเราอีก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเร่งดำเนินการทุกอย่างให้ได้ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ทุกอย่างน่าจะคลี่คลายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายในช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป หลายประเทศก็ดำเนินการอยู่ แก้ไขทั้งระบบ
 
ในส่วนของข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น ผมไม่ไปตำหนิติเตียนใคร วันนี้เราต้องเพิ่มความร่วมมือกันให้มากขึ้น เสียสละกันให้มากขึ้น แล้วเข้าใจนโยบายรัฐบาล เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ช่วยกันกำกับดูแลในเรื่องของโครงการต่าง ๆ การลงทุนต่าง ๆ อย่าให้เกิดการทุจริตเลยนะครับ ก็มีข่าวโน่นข่าวนี่ ผมให้ตรวจสอบก็ยังไม่พบ เรื่องการเรียกเปอร์เซ็นต์ วันนี้มีข่าวลืออีกแล้วในหนังสือพิมพ์ เขียนมาจากไหนผมไม่รู้ 50 เปอร์เซ็นต์ เดิมเรียก 30 เปอร์เซ็นต์วันนี้เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ คสช. ให้ข้าราชการทหาร อย่าให้เจอนะครับ แล้วหนังสือพิมพ์กรุณาไปหามาให้ด้วยว่ามาเอามาจากไหน ถ้าไม่มีก็คงจะต้องว่ากัน แต่ถ้ามีก็ต้องแจ้งผมมา อย่าไปเขียนอย่างนี้ เสียหาย ๆ ต่อรัฐบาลด้วย คสช. ก็เสียหาย ในส่วนของ คสช. ในส่วนของรัฐบาล ถ้าไปทำเองก็ลงโทษสถานหนักนะครับ ก็ต้องดำเนินคดี ขอเตือนทุกคนไว้ด้วย อย่ามาอ้าง หลายคนบอกว่าผมจะพังเพราะเพื่อน พังเพราะพี่ ผมไม่กลัวหรอก ไปหามาไม่ว่าจะใครทั้งนั้น ลงโทษทั้งนั้น ในเมื่อผมเองพยายามยืนยันอยู่เสมอว่าจะต้องโปร่งใส  ทีวีก็ดูรายการที่เป็นประโยชน์บ้างแล้วกัน  จะดูละครบ้างอะไรบ้างผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นความสุขของท่าน วันนี้อาจจะซีเรียสบ้างอะไรบ้าง แต่ผมก็อยากให้ทุกคนได้คิดตาม วันนี้ใช้เวลามากพอสมควร นี่เขาก็เตือนผมแล้วว่าพูดนานไปหรือเปล่า แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่เข้าใจใช่ไหม พูดมากไปก็ไม่เข้าใจ แล้วก็เบื่ออีกต่างหาก พูดน้อยก็ไปอีก แล้วจะให้ผมอยู่ไหน หรือไม่พูดเลยก็แล้วแต่ ก็บอกกันมาแล้วกัน ขอบพระคุณนะครับทุกคนที่กรุณาฟังและคิดตาม อาจจะพูดเร็วบ้าง บางคนก็บอกผมพูดเร็วเกินไป เข้าใจไม่เพียงพอ ก็ขอโทษเพราะเวลาจำกัด แค่นี้ก็ยาวอยู่แล้ว ก็ขอโทษจริง ๆ สำหรับคนที่ไม่อยากฟัง ถ้าคนอยากฟังต้องเห็นใจคนไม่อยากฟังบ้าง ผมไม่รู้จะเอาใจใคร แต่ผมต้องพูด เพราะผมเข้ามาตรงนี้แล้วถ้าไม่พูดก็ไม่ต้องเข้ามา ตกลงนะครับ ขอบคุณครับขอบคุณยินดีที่ได้พบกันอีก สวัสดีครับ
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์