ฟังความในใจ น.ศ.ดาวดิน เตรียมใจถูกคัดชื่อออกจาก มข.

เช้าวันที่ 19 พ.ย. หนึ่งวันก่อนครบรอบ 6 เดือนของการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ที่บริเวณศาลากลาง จ.ขอนแก่น ปรากฏกลุ่มนักศึกษา 5 คนแฝงตัวเข้าใกล้เวทีซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กำลังเป็นประธานการปล่อยแถวเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ก่อนจะถอดเสื้อคลุมสีดำ เผยให้เห็นข้อความสกรีนตัวใหญ่ ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร พร้อมชูสามนิ้ว อันเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ที่ยืมมาจากหนัง Hunger Games แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้แปรอักษร แต่ละคนก็ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไป "ปรับทัศนคติ" ก่อนจะได้กลับออกมาเมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. และมีกำหนดการ พาผู้ปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาที่ค่าย วันนี้ (20 พ.ย.)

ทั้ง 5 คน เป็นสมาชิกกลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักในหน้าสื่ออย่างมากจากภาพข่าวคุกเข่าท่ามกลางสายฝน ระหว่างการประชาพิจารณ์เหมืองแร่เมืองเลย ต่อมา กลุ่มดาวดินออกแถลงการณ์ต้านรัฐประหาร รวมทั้งยังเคลื่อนไหวในประเด็นต่อต้านรัฐประหารและประเด็นทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง จนถูกเรียกรายงานตัวที่ ค่ายศรีพัชรินทร มทบ.23 และขอให้หยุดการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง และหยุดเคลื่อนไหวเรื่องเหมืองแร่ จ.เลย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)
 


 

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษา ปี 5 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่มดาวดิน 1 ใน 5 นักศึกษาที่ชูสามนิ้ว ให้สัมภาษณ์ "ประชาไท" ถึงที่มาที่ไปและผลกระทบของแอคชั่นครั้งนี้

สาเหตุที่ออกมาเคลื่อนไหว
กลุ่มดาวดินทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องสิทธิชุมชน ประชาธิปไตย ประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิชาวบ้าน พอเกิดรัฐประหาร ทำให้ชาวบ้านโดนละเมิดสิทธิมากขึ้นมาก ทั้งกรณีเมืองเลย ที่เอาทหารลงไป เรื่องที่ดิน พลังงาน พวกเราก็เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมมาโดยตลอด
 
เหตุผลที่ไปวันนี้คือ ณ วันนี้การละเมิดสิทธิมันมีมากขึ้น เราไม่สามารถทนรอได้อีกแล้ว ใช่ว่าครั้งก่อนเขาคุยและเจรจาบอกว่า ห้ามเคลื่อนไหว เราไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เคลื่อนไหวกับพี่น้องชาวบ้าน แต่ประเด็นคือ ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้กับพี่น้องชาวบ้านเราก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

เขาห้ามชาวบ้านพูดเรื่องปัญหา เขาใช้กฎอัยการศึกกับชาวบ้าน ให้ทหารลงไปควบคุมชาวบ้าน แล้วมันจะแก้ปัญหายังไง

เพราะฉะนั้น วันนี้ที่นายกฯ มา พวกเราก็เลยต้องยืนยันเป้าประสงค์คือ ยกเลิกกฎอัยการศึก เราไม่เห็นด้วยกับกฎอัยการศึก เพราะการละเมิดสิทธิมีมากขึ้น ทั้งด้านสิทธิเสรีภาพและทรัพยากร เราก็เลยไปแอคชั่นกัน เพราะนายกฯ ก็มาอีสานครั้งแรกเหมือนกัน เรารู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง

เราคุยกันนะว่าตอนนี้สิ่งที่ คสช.ทำก็คือ สร้างความกลัวให้กับพี่น้อง เราก็ตัดสินใจว่าเอาเหอะ อย่างน้อยๆ เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ คสช.ทำมันไม่ถูกต้อง ถ้าไม่มีการต่อต้านหรือคัดค้านอะไรสักอย่างจะทำให้รัฐประหารหรือกฎอัยการศึกมีความชอบธรรม ซึ่งเราไม่เห็นด้วย

ที่ทำเพราะเราอึดอัด เราเคยมีสิทธิเสรีภาพ จะแอคชั่นที่ไหนก็ไป ทำอะไรก็ได้ ณ วันนี้เคลื่อนไหวยากมาก เราต้องการบอกเผด็จการว่ามาที่นี่ก็ยังมีคนไม่เอา อยากทำให้คนเห็นว่าคนที่ไม่เอารัฐประหาร มีอีกเยอะ แต่เขาไม่กล้าออกมา

หลังถูกนำตัวไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ถูกนำตัวไปที่กองสืบสวน กรอกข้อมูลชื่อ คณะ ถามว่ามายังไง ต่อมา ถูกพาไปเรือนรับรอง ค่ายศรีพัชรินทร มีแบบสอบถามสองชุด เป็นถามตอบ แบบแรกถามว่ามายังไง เอาเสื้อมาจากไหน หาเงินจากไหน แนวความคิดการเมืองเป็นยังไง เคยติดคดีอาญาไหม อีกใบคือใบทำข้อตกลงกับทหาร ซึ่งพวกผมไม่เซ็น

เงื่อนไขว่าอย่างไร
เงื่อนไข คือไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ถ้ามีการเคลื่อนไหวก็จะให้จับ ที่ไม่เซ็น เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำถูกต้อง ถ้าเรายอมรับหรือเซ็นก็แปลว่าเราเคารพกฎหมายนี้ จึงไม่สามารถเซ็นได้  ก็อธิบายไปว่า ที่ไม่ยอมรับเพราะขัดกับจิตสำนึกของเรา

เขาบอกว่าถ้าไม่เซ็น มีมาตรการคัดชื่อออกจากสถานภาพนักศึกษา และจะให้ตำรวจแจ้งข้อหา ตอนนี้ยังไม่มีข้อหา แต่ตอนอยู่ค่าย เขาบอกว่าจะเป็นข้อหาฝ่าฝืนอัยการศึก

มีการคุยกับมหาวิทยาลัยแล้ว?
เขาแจ้งว่า มีการพูดคุยกันแล้วว่าจะถอดชื่อออก โดยบอกว่าทหารกับมหาวิทยาลัยสัมพันธ์กันดี พวกผมกับอธิการบดีก็ไม่ค่อยกินเส้นกันอยู่แล้ว เพราะม็อบเขาเรื่อยๆ เช่น เรื่อง ม.นอกระบบ

พอเข้าไปคุยที่เรือนรับรอง ต่อมาให้มารอที่สารวัตรทหาร มีทหาร ยศ เสธ. มาคุยแบบละมุนละม่อม มีหัวหน้ากองข่าว มาสอบ ให้ยืนติดกำแพง ให้ยอมรับว่าเราผิด ซึ่งก็ยืนยันว่าไม่ยอมรับ ก็เถียงกันว่ากฎหมายไม่ชอบธรรม ไม่สามารถยอมรับได้ ต่อมา เขาก็เริ่มแข็งขึ้น ให้เลือกสองข้อว่าจะยอมรับและได้ปล่อยตัว หรือไม่ยอมรับและสิ้นสภาพนักศึกษา

ทั้งห้าคนเลือกข้อสอง มีการบังคับถอดเสื้อ ซึ่งก็ไม่ยอมถอด จนต่อมา มีการสั่งให้ สห. เข้ามาถอดเสื้อ

พอใช้วิธีแข็งแล้วพวกเราไม่ยอมและพร้อมรับทุกอย่าง ยืนยันว่าเราไม่ผิด จะสิ้นสภาพ น.ศ. ติดคุกก็ยอม เขาเลยจะเอาครอบครัวมา เป็นการกดดัน

สถานการณ์ครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง
พ่อแม่ของแต่ละคนมาที่ขอนแก่นกันหมด มีทั้งที่เข้าใจ ที่เป็นห่วง ที่ด่าและร้องไห้ สรุปว่า คนที่จะสู้ต่อ พร้อมจะโดนคัดชื่อออกจากมหาวิทยาลัยมี 4 คน อีกคนโดนเงื่อนไขทางครอบครัว ก็จะถอนตัวไป

พรุ่งนี้ สิบโมง ที่ค่ายศรีฯ พวกเราจะยืนยันตามเดิม พวกเขาคงคิดว่าเอาพ่อแม่มา พวกเราก็คงจะยอม หากไม่ยอม เขาจะให้ผู้ปกครองเซ็นรับทราบการถอดถอนสถานภาพนักศึกษา

อยากฝากอะไรถึงคนในสังคม
ทำตามจิตสำนึกของตัวเองอะครับ ผมเชื่อว่าหลายคนเขาก็คงจะรู้ว่าอะไรที่มันถูกที่มันดี คือผมไม่เชื่อว่า คสช.จะครอบงำความคิดคนได้ขนาดนั้น จนไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนที่ คสช.ทำ มันดีมันไม่ดี ก็อยากจะบอกว่า ถ้าอึดอัดก็ทำอะไรสักอย่าง อย่าไปกลัว เผด็จการกลัวคน เราไม่ได้กลัวกับมันเลย

มันยากนะ ที่จะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ แต่ว่าทำไปเหอะ สิ่งที่มนุษย์ต้องทำ

อยากจะบอกว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะกลัวได้ ความกล้ามันก็ไม่ได้ปราศจากจากความกลัวเสียทีเดียว เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกคนได้กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ พวกผมก็ได้ทำให้เห็นแล้วว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรเลย ผมก็เดินเข้าไปเฉยๆ มันอยู่ที่ตัวเรา

ยุคนี้มันเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ ยุคใหม่ ยุคที่ทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของสังคม ของประเทศ เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ต้องแสดงความคิดเห็นกัน ผมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมดหรอก แต่ผมก็มีความคิดเห็นของผม ควรที่จะได้แลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่ว่าทหารจะยัดเยียดความคิดของเขาอย่างเดียว โดยที่ไม่ฟังคนอื่น ไม่ฟังคุณค่าของคนอื่น

อยากให้สู้นะ 
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai