ความเงียบที่รัก

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเดินมาสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง ในยุคสมัยรัฐบาล คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ นายนิคม ไวยรัชพานิช รวมถึงประเด็นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังใกล้ขึ้นมาทุกขณะ ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไหวครั้งใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ที่แกนนำได้ออกมาขยับเขยื้อนกายอีกครั้งเพื่อเตือนสติรัฐบาลประยุทธ์ ถึงความคาดหวังของกลุ่มกปปส.ในการล้างบางกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้าม (อย่าลืมว่ากปปส.นั้นคือกลุ่มพลังทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์)

อันเนื่องมาจากท่าทีของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) สายทหาร ที่ออกแนวอิดออด ทำเอาคาดเดากันได้ว่า การถอดถอนเหล่านี้จะ "ขัดลำกล้อง" ไปเสียทุกนัด แม้แต่การโหวตรับสำนวนถอดถอน สมศักดิ์-นิคม วันที่ 6 พฤศจิกายนจะดูเหมือนท่าทีสนช.จะฉลุย แต่ความจริงแล้วคือ สนช.สายทหารเกือบทั้งหมด โดดร่มการประชุม ทำให้สำนวนถอดถอนถูกโหวตรับสำเร็จ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ทราบว่าสนช.สายทหารจงใจทำให้ดูเหมือนสนช.รับสำนวนเพื่อพยายามลดแรงกดดันภายนอกหรือไม่อย่างไร สุดจะคาดเดาได้

แน่นอน หลังจาก กปปส. ออกมาขยับ ขาดไม่ได้คือนปช. และแนวร่วมกลุ่มพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาคัดง้าง กปปส. ทำให้สถานการณ์คุกรุ่น ต่างฝ่ายพยายามขู่ด้วยมวลชน ว่าจะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง  จึงเป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเด็นการถอดถอนนี้ คือตัวจุดชนวนนำไปสู่ความร้อนแรงทางการเมืองที่ทุกคนต่างสัมผัสได้

ทั้งนี้ในการประชุมร่วม ครม. คสช. ที่ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. คือบุคคลคนเดียวกันได้เปรยในที่ประชุมถึงเค้าลางสถานการณ์นี้เช่นกัน โดยนายกรัฐมนตรี(และหัวหน้าคสช.) อยากให้มีการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางการเมืองและการกระทำเข้าข่ายปลุกระดม จนถัดจากนั้นมาไม่กี่วัน สื่อมวลชนสายทหารท่านหนึ่งมีรายงานข่าวถึง ความเป็นไปได้ว่า คสช. จะมีการเรียกตัวรอบ 2 เพื่อลดระดับความร้อนแรงของสถานการณ์ ซึ่งเข้าเค้ากับการที่นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาพูดว่ามีนายทหารยศพันเอกสายตรงถึงตัว เพื่อให้ลดการแสดงความเห็นทางการเมือง ทั้งนี้เหล่าแกนนำม๊อบทั้งหลาย และนักการเมือง จะโดนสายตรงถึงตัวกี่คนไม่อาจทราบได้ เพราะคงไม่ทุกคนที่จะบอกกล่าวกับสื่อมวลชนไปได้ทั้งหมด

แน่นอนว่า "ความเงียบ" ที่มากขึ้นในขณะนี้หลังการสายตรง เป็นที่น่าพอใจของรัฐบาล เนื่องจากตอนนี้ รัฐบาลกำลังต้องการสิ่งนี้ที่สุดในการเดินหน้า "ปฏิรูป" หรืออะไรก็สุดแต่จะเรียก หรือไม่เพียงแต่รัฐบาล แต่เป็นประชาชนจำนวนหนึ่งก็รักในความเงียบนี้

ภายหลังการกู่ร้องตะโกนครั้งใหญ่ของมวลชนบนถนนราชดำเนิน (และจุดต่างๆ เกินกว่าจะนับไหว) เสียงนกหวีด เสียงตีนตบ เสียงปืน เสียงระเบิด ถูกกลบฝังด้วยเสียงเพลงปลุกใจ และเสียงคำประกาศ คสช. ในวันที่ 22 พฤษภาคม ความเงียบเข้าปกคลุมประเทศนี้พักใหญ่ ด้วยการเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวไปนั่งกินนอนกินที่ค่ายทหาร (หรือมากกว่านั้น) เหล่า "แอคทีฟ ซิติเซน" ทั้งหลายในอดีตต่างก็ละทิ้งสิ่งที่เคยเป็น จากประชาชนผู้ตื่นรู้และจะไม่ยอมให้ใครใช้อำนาจแห่งปวงประชาไปในทางที่ผิด ประชาชนผู้ไม่ยอมสยบต่อรัฐที่ฉ้อฉล ประชาชนผู้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังทุกย่างก้าวของรัฐบาล ผู้ประกาศตนเป็นเสรีชน และใช้การต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา มาวันนี้ แอคทีฟ ซิติเซน ต่างพักผ่อนหย่อนใจ ไปเที่ยว ไปกิน ไปช้อปปิ้ง คล้ายกับว่าการลุกฮือครั้งใหญ่นั่นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือ แอคทีฟ ซิติเซนนั้นเป็นเพียงสถานะชั่วคราวกันแน่ ก็ไม่ทราบได้

แน่นอนว่าความเงียบสงัดทางการเมืองนั้น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการรวมกลุ่มเรียกร้องอะไรก็ตามแต่ของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย คือการแผ้วถางเส้นทางของรัฐบาลประยุทธ์สู่การ "สะสาง" ปมปัญหาทั้งการถอดถอน การบริหารความพึงพอใจของประชาชน และการปฏิรูปประเทศ เพื่อจะเปิดไพ่ใบถัดๆ มา เพื่อให้คนในสังคมได้เห็นกันต่อไปอีกว่า ความจริงแล้วรัฐบาลนี้มีเจตนาจะเข้ามาสลายขั้วสีและทำเพื่อประเทศจริงๆ หรือสุดท้ายแค่ปาหี่หน้าม่าน ที่ความจริงก็แค่การเปลี่ยนมือคนแบ่งเค้ก และเพื่อทำลายฝ่ายการเมืองกันแน่

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ พวกเขาต้องการความเงียบจากประชาชน และถ้าจะให้ดี จงรักในความเงียบนี้เสียเลย

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์