หลายองค์กรวิจารณ์คำตัดสินคดีตำรวจยิง 'ไมเคิล บราวน์'

หลังจากที่คณะลูกขุนใหญ่ในศาลเมืองเฟอร์กูสันตัดสินให้ไม่มีการดำเนินคดีต่อตำรวจที่ยิงวัยรุ่นคนผิวดำผู้ไม่มีอาวุธจนเสียชีวิต ทำให้ผู้คนแสดงความเจ็บแค้นออกมาประท้วงและมีส่วนหนึ่งลุกลามเป็นการจลาจล ขณะที่พ่อแม่ของบราวน์และหลายองค์กรแสดงความผิดหวังต่อคำตัดสิน

 

25 พ.ย. 2557 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ดาร์เรน วิลสัน ถูกกล่าวหาว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยการยิงวัยรุ่นชาวผิวดำที่ชื่อไมเคิล บราวน์จนเสียชีวิต มีการตัดสินจากคณะลูกขุนใหญ่ในเมืองเฟอร์กูสันไม่ให้มีการดำเนินคดีกับวิลสัน เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากจนมีการประท้วงลุกลามทั่วสหรัฐฯ

กลุ่มชาวเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี แสดงความไม่พอใจอย่างมากจนลุกลามกลายเป็นการจลาจล มีการจุดไฟเผาสถานที่หลายแห่งและรถยนต์หลายคันในช่วงคืนวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ ทำให้มีการวางกำลังของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในช่วงเช้าวันอังคาร

ทางด้าน เจย์ นิกสัน ผู้ว่าการรัฐมิสซูรีกล่าวว่า เขาพร้อมจะส่งกองกำลังเข้าไปเพิ่มในเฟอร์กูสันถ้าหากมีความจำเป็น โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนิกสันเคยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐมิสซูรีช่วงก่อนที่จะมีการประกาศคำตัดสิน ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้เรียกใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเมื่อไหร่ก็ได้

นอกจากในเมืองเฟอร์กูสันแล้ว การประท้วงแสดงความไม่พอใจคำตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่ยังลุกลามไปตามเมืองต่างๆ อย่างชิคาโก นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส โอ๊คแลนด์ เป็นต้น ในเมืองเฟอร์กูสันมีการแสดงความไม่พอใจคำตัดสินของผู้ชุมนุมในพื้นที่ใกล้กับสำนักงานตำรวจ ทำให้ตำรวจปราบจลาจลพยายามสลายการชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาใส่

ผู้กำกับการตำรวจเขตเซนต์หลุยส์ จอน เบลมาร์ กล่าวว่าเขาได้ยินเสียงยิงปืนในช่วงที่มีกลางคืนที่มีการก่อจลาจลและการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 29 คน ขณะที่ในโรงพยาบาลท้องถิ่นมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคนแต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ผู้ที่ไม่พอใจคำตัดสินมีทั้งครอบครัวของบราวน์ สมาชิกในชุมชน กลุ่มด้านสิทธิพลเมืองและด้านกฎหมาย ผู้จัดการประท้วง และนักข่าว พ่อแม่ของบราวน์ระบุในแถลงการณ์หลังรับทราบคำตัดสินว่าพวกเขารู้สึกผิดหวังที่ฆาตกรที่สังหารพวกเขาไม่ได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เรียกร้องให้ผู้ที่รู้สึกเจ็บแค้นไปกับพวกเขาเปลี่ยนพลังความเจ็บแค้นนี้ให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ดี อีกทั้งยังเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรง

"พวกเราต้องช่วยกันแก้ไขระบบที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น" แถลงการณ์ของพ่อแม่บราวน์ระบุ

"ด้วยความเคารพ พวกเราขอเรียกร้องให้พวกคุณประท้วงอย่างสงบ การโต้ตอบความรุนแรงด้วยความรุนแรงไม่ใช่การโต้ตอบที่เหมาะสม อย่าเพียงแค่สร้างเสียงรบกวนขึ้นมา เราต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง" แถลงการณ์ของพ่อแม่บราวน์ระบุ

ทางด้านประธานสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสีแห่งชาติสหรัฐฯ (NAACP) ออกแถลงการณ์ระบุว่าสมาคมของพวกเขาขอยืนหยัดร่วมกับพลเรือนและคนในชุมชนชาวผิวสีที่รู้สึกผิดหวังจากคำตัดสิน อีกทั้งยังยืนหยัดต่อต้านการกำหนดตัวผู้ต้องสงสัยอย่างเหมารวมทางเชื้อชาติ (racial profiling) ต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจ และต่อต้านการทำให้เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นมีความเป็นกองทัพมากขึ้น นอกจากนี้ยังระบุอีกว่ากรณีการสังหารบราวน์แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของตำรวจที่เริ่มนำมาใช้มากขึ้นต่อสังคมคนผิวสีในสหรัฐฯ

"แม้จะมีการตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการก่ออาชญากรรม (การสังหารบราวน์) ขึ้นจริงในเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี" แถลงการณ์ของ NAACP ระบุ

นอกจากนี้ยังมีองค์กรเกี่ยวกับเชื้อชาติและสีผิวกล่าวแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้อีก เช่นองค์กรเพื่อการต่อสู้ของคนผิวดำ โดยมอนทาค ซิมมอนส์ ประธานองค์กรกล่าวว่าพวกเขารู้สึกเสียใจอย่างมากที่คณะลูกขุนใหญ่ตัดสินไม่ดำเนินคดีต่อวิลสัน และตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากกรณีของบราวน์มีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารคนดำที่ไม่ได้พกอาวุธเพิ่มมากขึ้น

"ทางชุมชนคนผิวดำต้องการเพียงแค่ความยุติธรรมเรียบง่าย วิลสันสังหารคนที่ไม่มีอาวุธเขาควรจะได้รับการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน แต่เขากลับได้ประโยชน์จากกระบวนการของคณะลูกขุนใหญ่ที่ผิดปกติ นำโดยพนักงานอัยการคนที่ทางชุมชนเรียกร้องให้เขาถูกถอดตัวออกจากคดี" ซิมมอนส์กล่าว

ทางด้านเจฟฟรีย์ มิตต์แมน ผู้อำนวยการบริหารสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันแห่งรัฐมิสซูรีระบุในแถลงการณ์ว่าการตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธความจริงที่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับคนผิวสีมากขึ้น และในกรณีส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่มักจะไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งคดีที่ก่อไว้ แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่บางส่วนทำงานด้วยความเคารพต่อชุมชนที่พวกเขารับใช้ แต่ก็ต้องมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ที่ตัดขาดตัวเองและไม่เคารพชุมชนที่คนรับใช้ซึ่งเกิดขึ้นกับชุมชนคนผิวสีหลายชุมชน

มิตต์แมนวิจารณ์อีกว่าการทำงานของตำรวจในสหรัฐฯ มีกระบวนทัศน์แบบผู้ยึดครองพื้นที่ซึ่งแสดงความต้องการควบคุมชุมชนที่พวกเขารับใช้

"การทำงานแบบ 'แบ่งเขาแบ่งเรา' เช่นนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อชุมชนโดยการทำให้คนในชุมชนทั้งหมดดูเป็นผู้ต้องสงสัยโดยมักจะอ้างเรื่องการป้องกันอาชญากรรม" มิตต์แมนกล่าว

"เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พวกเราต้องการระบบที่เป็นประชาธิปไตยในการดำเนินงานของตำรวจโดยให้ชุมชนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่ในชุมชนที่ดูแลอยู่ มีการร่วมมือกัน ความโปร่งใส และการสื่อสารกันระหว่างตำรวจกับชุมชนโดยคำนึงถึงเป้าหมายคือความเท่าเทียม ความเป็นธรรม และความปลอดภัยของสาธารณชน นี่คือหนทางที่จะพัฒนาไปข้างหน้า" มิตต์แมนกล่าว

 

เรียบเรียงจาก

Fires Burn As Community Feels Pain of Injustice: Dispatches from Ferguson, Commondream, 25-11-2014
http://www.commondreams.org/news/2014/11/25/fires-burn-community-feels-pain-injustice-dispatches-ferguson

BREAKING: Ferguson Grand Jury Will Not Indict Darren Wilson, CommonDream, 24-11-2014
http://commondreams.org/news/2014/11/24/breaking-ferguson-grand-jury-will-not-indict-darren-wilson

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์