ภาคีเครือข่ายนักวิชาการภาคใต้ฯ จี้ คสช. ยกเลิกกฎอัยการศึก เผยหลัง รปห. 291 คนถูกจับกุม

ภาคีนักวิชาการภาคใต้ นักกฏหมาย และนักกิจกรรม แถลงจี้ คสช.ยกเลิกกฏอัยการศึก หยุดคุกคามประชาชน และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้านข้อมูลสภาทนายความเผยหลัง รปห. 291 คนถูกจับกุม

28 พ.ย 2557 - ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้มีการจัดกิจกรรมสัปดาห์สิทธิมนุษยชนครั้งที่ 3 "คืนสิทธิ คืนสุข (ศุกร) ประชาชน" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 -27 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ได้มีการออกแถลงการณ์การ ให้ยุติการละเมิดสิทธเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และยกเลิกกฏอัยการศึกษา โดยกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ มีเนื้อหาดังนั้

ภาพจาก : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

00000

จากการยึดอำนาจการปกครองประเทศของโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นั้น ได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้แสดงออกทางการเมืองที่ไม่ยอมรับต่อการรัฐประหาร ได้มีการควบคุมตัวบุคคลโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และมีการจับกุมประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2557) จำนวนประชาชนที่ถูกจับ และควบคุมตัว 291 ราย ถูกควบคุมตัวโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาและได้รับการปล่อยตัว 229 ราย จำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาลทหาร 69 คดี จำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาลพลเรือน 33 คดี และจำนวนนักโทษที่ถูกดำเนินคดีด้วยเหตุทางการเมือง 102 ราย อันประกอบด้วย นักวิชาการ สื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม นักศึกษา และประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม หรือเสวนาทางวิชาการที่ถูกแทรกแซงไม่ให้จัด หรือควบคุมเนื้อหาอีกจำนวน 33 กิจกรรม ทำให้เกิดบรรยากาศภายในประเทศที่ประชาชนไม่สามารถแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของ ตนเองได้อย่างเสรีภาพ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ เห็นว่า การกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการคุกคาม และละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประชาชนทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการแสดงออก ผ่านการพูด เขียน การแสดง หรือวิธีการอื่นใดเพื่อสื่อสารกับผู้อื่น รวมทั้งมีเสรีภาพในทางความคิด ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 18 และ 19 การกระทำของเจ้าหน้ารัฐโดยอาศัยอำนาจของกฎอัยศึกเป็นการละมิดต่อสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสันติตามธรรมเนียมประเพณีในระบอบประชาธิปไตย

2.การที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมประชาชนซึ่งมีความเห็นต่างโดย เหตุปัจจัยทางการเมือง ทั้งที่ควรจะยอมรับในการแสดงออกในความเห็นที่แตกต่าง และไม่ละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้กฎอัยการศึกจะให้อำนาจในการประกาศ และอำนาจในการสั่งห้ามประชาชนในการกระทำการต่างๆ อย่างกว้างขวาง แต่หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ผู้ใช้อำนาจพึงต้องระลึกว่าการใช้อำนาจต้องผูกพันตามสิทธิ เสรีภาพ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน

3.นับแต่การรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีการใช้อำนาจ การประกาศใช้กฎอัยการศึก การดำเนินคดีต่อเหตุการณ์ และกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะเป็นการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพ อิสรภาพของบุคคล เป็นการจำกัดพื้นที่ของการแสดงออก และการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสันติ ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความปรองดองอย่างยั่งยืนที่สะท้อนต่อสภาพ และรากเหง้าของความขัดแย้ง อีกทั้งนำไปสู่การเพิ่มความขัดแย้ง ชิงชัง ให้บาดลึกในสังคมมากขึ้นไปอีก

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้

หน่วยวิจัยประชาธิปไตยชุมชนเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ

มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.)

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์