ทหารลงพื้นที่ตรวจสอบชุมชนเพิ่มทรัพย์ ถามสิทธิ์ในการเข้าอยู่ในพื้นที่

9 ธ.ค. 2557 – เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.35 น.  ที่ชุมชนเพิ่มทรัพย์พัฒนา หมู่ที่ 1 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าหน้าที่ทหาร ตัวแทนบริษัท ไทยบุญทอง จำกัด และชาวชุมชนเพิ่มทรัพย์ฯ พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้มีการเจรจาพูดคุยร่วมกันในกรณีการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แปลงไทยบุญทองของชาวบ้านชุมชนเพิ่มทรัพย์ฯ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างของชาวบ้านกับบริษัท 

ในการเข้ามาพูดคุยเจรจาครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้อ้างว่ามีคำสั่งจาก “นาย”  ให้เข้ามาดูแลพื้นที่แปลงไทยบุญทอง  และให้สอบถามถึงสิทธิ์การเข้าอยู่อาศัย ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของสมาชิกชุมชนเพิ่มทรัพย์ฯ พร้อมทั้งสอบถามถึงการจำนวนพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ จำนวนสมาชิก และขอรายชื่อของสมาชิกในชุมชนทุกคน

ขณะที่ในการเจราจาทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารได้เสนอให้บริษัทเข้าเก็บเกี่ยวผลอาสินในพื้นที่ได้ไปก่อนขณะรอคำตัดสินจากศาล  เพื่อลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ทางตัวแทน สกต. ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการเก็บเกี่ยวผลอาสิน และไม่เห็นด้วยกับการที่ทหารจะให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ และต่อรองให้รอจนกว่าจะมีการประชุมในวันที่  18 ธ.ค. นี้

ตัวแทนชุมชนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สมาชิกในชุมชนได้เข้ามาจัดตั้งชุมชน และใช้ประโยชน์ในพื้นที่ในแปลงไทยบุญทอง เนื่องจากยึดตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2546 ซึ่งได้เริ่มเข้าสร้างบ้านตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2556 ทั้งนี้ชุมชนเพิ่มทรัพย์เป็นชุมชนที่ตั้งใหม่อยู่ในเขตป่าสงวน แห่งชาติป่าบ้านหมากและป่าปากพัง สืบเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ในพื้นที่ก็มีชาวบ้านเข้าบุกรุกป่าทำไร่ปลูกข้าว สร้างบ้านเรือนอยู่กันหลายกลุ่มบ้าน หลังจากนั้นประมาณปี พ.ศ. 2527 ก็เริ่มมีกลุ่มนายหน้าเข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน ราคาไร่ละ200 ถึง 300 บาท และในปี พ.ศ. 2528 บริษัทไทยบุญทอง จำกัด ก็เข้ามาบุกเบิกขอใช้พื้นที่ในการปลูกปาล์มน้ำมัน บริษัทไทยบุญทอง จำกัดได้ขอจดทะเบียนเมือวันที่ 23 พ.ย. 2527 และขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวน วันที่ 3 ธ.ค. 2528  จำนวนเนื้อที่ 3,070 – 3 – 55 ไร่ และบุกรุกที่ ส.ป.ก. 1,114 ไร่  จนถึงวันที่  2  ธ.ค. 2543  เป็นวันสิ้นสุดสัญญา ทว่าบริษัทยังประกอบกิจการปกติจนถึง พ.ศ. 2556    

สมาชิกชุมชนเพิ่มทรัพย์ซึ่งเดิมเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จึงรวมตัวกันเข้าตรวจสอบ และเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ จำนวน 265 ไร่ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนขอเป็นพื้นที่โฉนดชุมชน และเข้าร่วมกับสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ในการดำเนินการประสานนโยบายกับทางภาครัฐร่วมกับทางเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) จนมีข้อตกลง ( MOU )  สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่  22  พ.ค. 2556 ได้อนุญาตให้อยู่ในพื้นที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น