ศาลทหารพิพากษาจำคุก ‘วรพนธ์’ 10 ปี ข้อหามีเครื่องกระสุน-ยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง ฝืนประกาศ คสช.

ศาลทหารพิพากษาจำคุก ‘วรพนธ์’ 10 ปี สารภาพลดเหลือ 5 ปี ข้อหามีเครื่องกระสุน-ยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศ คสช. เรื่องการครอบครองอาวุธสงคราม

9 ธ.ค. 2557 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน" - กนส. "Free Thai Legal Aid" FTLA’ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 14 จังหวัดชลบุรี ศาลนั่งพิจารณาและอ่านคำพิพากษา ในคดี วรพนธ์ ผลไม้วงษ์ดี เป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนคำสั่งประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 50/2557 เรื่อง ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม และ ฉบับที่ 59/2557 เรื่อง ขยายเวลาการนำส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม

โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 5 ปี และยกคำร้องประกอบคำรับสารภาพ และไม่มีเหตุให้รอลงอาญาตามคำร้อง เนื่องจาก คสช. ได้มีประกาศให้บุคคลที่ครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด มาคืนให้แก่นายทะเบียนท้องที่ อันเป็นการให้โอกาศแก่จำเลยและบุคคลที่ครอบครองแล้ว ประกอบกับวัตถุระเบิดจำนวน 3 ลูกที่จำเลยครอบครองนั้น จำเลยครอบครองในขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึก อันเป็นช่วงที่บ้านเมืองไม่อยู่ในความสงบเรียบร้อย และวัตถุระเบิดมีอานุภาพการทำลายร้ายแรงยิ่งกว่าเครื่องกระสุนทั่วไป และเป็นอาวุธสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จึงไม่มีเหตุให้รอลงอาญา

ทั้งนี้  กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ให้ความเห็นด้วยว่า การที่ศาลทหาร ลงโทษจำคุกถึง 10 ปี นั้น ถือว่าเป็นการลงโทษที่สูงเกินไปหากจะเปรียบเทียบกับคดีที่พิจารณาโดยศาลพลเรือน และมองว่า ศาลทหารไม่ได้พิจารณาเหตุบรรเทาโทษ เช่น เรื่องการทำคุณงามความดี ที่ช่วยเหลือสังคมเป็นเวลา 10 ปี ที่จำเลยช่วยเหลือสังคม หรือการไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

ซึ่งผลของคดีนี้ ถือว่าคดีเสร็จเด็ดขาด จำเลยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฎีกาได้อีก จึงเป็นความโชคร้ายและเสียโอกาสที่จะได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมปกติของจำเลย

โดยวานนี้(8 ธ.ค.) ทนายความจาก กนส. ได้ยื่นคำร้องประกอบคำรับสารภาพและแถลงต่อศาลเพื่อพิจารณาลดอัตรา โทษและรอลงอาญา โดยอัยการแถลงไม่คัดค้านคำร้องดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในวันนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร.(ขณะนั้น) ได้แถลงการจับกุม อภิชาติ พวงเพ็ชร และ วรพนธ์ โดยระบุว่า กรณีของการจับกุมวรพนธ์นั้น สืบเนื่องจากสายของทหารระบุว่าวรพนธ์เป็นบุคคลเป้าหมาย จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ กระทั่งยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ครอบครองระเบิดทั้ง 3 ลูกจริง จากนั้นจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นหาระเบิดดังกล่าวที่ท้องนา ต.เกาะจันทร์ กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์