สมบัด สมพอนหายตัวครบ 2 ปี: ภรรยารวบรวมผลงานหวังสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ในลาว

แถลงข่าวครบ 2 ปี เจ้าของรางวัลแมกไซไซชาวลาว 'สมบัด สมพอน' หายตัว โดยภรรยายังมีความหวังว่าสมบัดจะได้กลับบ้าน พร้อมเปิดตัวโครงการรวบรวมผลงานของสมบัด หวังสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ ขณะที่ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนกังวลกฎหมายควบคุมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจะปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและกระทบกับงานพัฒนาในลาว

 

ส่วนหนึ่งจากการแถลงข่าวในโอกาสครบรอบ 2 ปี การหายตัวไปของ สมบัด สมพอน นักพัฒนาอาวุโสชาวลาว เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2557 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (มีคำบรรยายภาษาไทย)

ลงทะเบียนเพื่อติดตามวิดีโอจากประชาไทได้ที่นี่

 

 

11 ธ.ค. 2557 - ในการแถลงข่าวในโอกาสครบ 2 ปี การหายตัวไปของสมบัด สมพอน นักพัฒนาอาวุโสของลาว และเจ้าของรางวัลแมกไซไซปี 2548 และการเปิดตัวกลุ่ม "ความริเริ่มของสมบัด" ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) กรุงเทพมหานคร

จากซ้ายไปขวา แซม ซาฟารี คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ICJ) อังคณา นีละไพจิตร มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ภรรยาของสมชาย นีละไพจิตร ผู้สูญหายตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2547 อึ้ง ชุยหมิง ภรรยาของสมบัด สมพอน และมาทิลดา บ็อกเนอร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ (OHCHR)

อึ้ง ชุยหมิง (ขวา) ภรรยาของสมบัด สมพอน ยังคงมีความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายคดีหายตัวไปของสมบัด และหวังว่าโครงการ "การริเริ่มของสมบัด" ที่เพิ่งมีการเปิดตัว จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหนุ่มสาวใน สปป.ลาว และในภูมิภาค

ทั้งนี้สมบัด สมพอน หายตัวไป ระหว่างการขับรถกลับบ้านพักในนครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในช่วงระหว่าง 17.00-18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค. ปี 2555 โดยก่อนหายตัวไป ยังมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่าเขาถูกเรียกที่ด่านตรวจของตำรวจ และมีชาย 2 คนพาตัวเขาไป โดยองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เรียกร้องให้ทางการลาวเร่งติดตามการหายตัวไปดังกล่าว

ในการแถลงข่าว อังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ให้กำลังใจอึ้ง ชุยหมิง ภรรยาของสมบัด สมพอน และญาติของผู้ถูกบังคับสูญหายว่า "ขอให้ต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อความจริงและความยุติธรรม

"ท่ามกลางความรุนแรงและการข่มขู่คุกคาม ดิฉันเชื่อว่า ไม่มีใครตัวเล็กเกินไปที่อยู่กับเกียรติยศและศักดิ์ศรี ดิฉันเชื่อว่า ในความเจ็บปวดจากหัวใจของเรา ไม่อาจทำลายได้ ไม่อาจแตะต้องได้"

ด้วยหนี้แห่งความเจ็บปวดนี้ เราจะยังคงต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และท่ามกลางความสูญเสียและความเจ็บปวด "เราจะต้องหยุดกำแพงแห่งความเงียบและความกลัว เพื่อยุติวัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิด สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อพวกเราเท่านั้น แต่สำหรับชีวิตคนอื่นๆ นับร้อย ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่ยุติธรรม"

แซม ซาฟารี จากคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล หรือ ICJ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำคดีอิสระได้ติดตามกรณีสูญหายดังกล่าว และพบว่ากรณีที่เกิดขึ้น "สามารถคลี่คลายได้" หากมีกระบวนการสอบสวนที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลลาวยังไม่เพียงพอ

ทั้งนี้แซมยังเรียกร้องให้รัฐบาลลาวสืบสวนคดีดังกล่าวตามหลักมาตรฐานเพื่อให้เป็นไปตามพันธะกรณีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลลาวเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่มีให้กับครอบครัวของสมบัดด้วย

มาทิลดา บ็อกเนอร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวว่า ทีผ่านมาภาคประชาสังคมในลาว ประสบความยากลำบากในการดำเนินงานมาอย่างยาวนาน การหายตัวไปของสมบัด สมพอน ยิ่งทำให้สถานการณ์ทำงานลำบากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้รัฐบาลลาวได้ออกกฎหมายควบคุมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยมีเนื้อหาคลุมเครือ ซึ่งเอื้อให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลนำไปใช้ในทางละเมิดได้ เช่น เนื้อหาในกฎหมายที่ระบุห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับพรรคประชาชนปฏิวัติลาวและรัฐบาล การห้ามไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่บ่อนทำลายความเป็นเอกภาพและความสมานฉันท์ของสังคม

โดยกฎหมายดังกล่าว สร้างความกังวลอย่างยิ่งว่าจะมีผลต่อเสรีภาพการแสดงออก และเสรีภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในองค์กรภาคประชาสังคมภายในประเทศ

ด้านอึ้ง ชุยหมิง ภรรยาของสมบัด สมพอน กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 726 วัน อีก 4 วันก็จะครบ 2 ปีที่สมบัด ถูกลักพาตัวไปจากเธอและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ความตกใจ ความเจ็บปวดรวดร้าวไม่ได้หายไปไหน กลับกันความวิตกกังวลกลับเพิ่มขึ้นทุกวัน

"มีคนถามว่า 'คิดว่าสมบัดยังมีชีวิตอยู่ไหม' คำตอบของดิฉันคือ 'ดิฉันหวังเพียงแค่ให้เขายังคงมีชีวิตอยู่เท่านั้น' โดยปราศจากความหวังนั้น ฉันคงไม่มีกำลังพอที่จะลุกตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน"

ทั้งนี้ อึ้ง ชุยหมิง กล่าวว่าสมาชิกครอบครัวและเธอได้เริ่มรวบรวมผลงานและข้อเขียน คำให้สัมภาษณ์ของสมบัด สมพอน ภายใต้ชื่อโครงการ "การริเริ่มของสมบัด" (Sombath Initiative) "โดยหวังว่าจะช่วยดิฉัน บรรเทาความสูญเสียและความเจ็บปวด ในทางที่เกิดประสิทธิภาพ"

ชุยหมิง กล่าวด้วยว่า ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทำนี้จะทำให้ความเจ็บปวดหายไป แต่เพื่อเป็นการทำอย่างจริงจังและมีความหมาย อย่างที่อังคณา นีละไพจิตรเคยกล่าวไว้ โดยชุยหมิง กล่าวว่าจะยังคงแบกรับความเจ็บปวดนี้ เพื่อช่วยในการเดินหน้าแสวงหาความยุติธรรม

โดยภรรยาของสมบัด หวังว่าคดีการหายตัวไปของเขาจะได้รับการคลี่คลาย ความคิดและการทำงานของสมบัด จะได้รับการสานต่อผ่านโครงการ "การริเริ่มของสมบัด" และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานแก่คนรุ่นหนุ่มสาวใน สปป.ลาว และภูมิภาค