Bent : ตัวตนที่หักงอ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

สมัยที่การดูหนังภายในบ้านยังเป็นตลับวิดีโอม้วนหนาๆ เพื่อนรักท่านหนึ่งเคยมอบวิดีโอให้หนึ่งม้วน ที่ฉลากเขียนว่า Bent จำได้ว่ามันเป็นหนังฝรั่งที่มีซับไทย พอเปิดดูไปได้สิบนาทีก็ต้องปิดเพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แล้วก็วางทิ้งไว้นานจนต่อมารู้สึกอยากดูให้จบ แต่พอดูเนื้อเทปก็พบว่ามีเชื้อราขึ้น เป็นอันว่าผมได้ดูหนังเรื่องนั้นเพียงสิบนาทีและก็จำอะไรไม่ได้เลย จนกระทั่งนิสิตสาขาวิชาศิลปะการละครของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทานำเรื่อง Bent ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของ Martin Sherman ที่เคยถูกสร้างเป็นหนังในปี 1997 มาดัดแปลงเป็นละครศิลปนิพนธ์ ถึงได้รู้ทันทีว่าผมพลาดอะไรบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับวิดีโอม้วนนั้นไปเสียแล้ว ! 

Bent เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่เยอรมันถูกครอบครองโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เวลานั้นเยอรมันกลายสภาพเป็นรัฐเผด็จการณ์แบบเบ็ดเสร็จ การใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ (1933-1945) แม้ความพึงพอใจในเพศเดียวกันก็ถือเป็นพฤติกรรมที่ต้องถูกลงโทษ

แมกซ์ หนุ่มรูปงามผู้มาจากตระกูลร่ำรวย ชอบจัดปาร์ตี้พี้ยากับบรรดาหนุ่ม ๆ เขาพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์กับสหายรักชื่อ รูดี้ ในกรุงเบอร์ลิน ณ เวลานั้น แมกซ์มีแผนพารูดี้หนีออกจากเบอร์ลินไปอยู่เนเธอแลนด์ด้วยกัน แต่โชคร้ายทั้งคู่ถูกทหารนาซีจับได้เสียก่อน ทหารรู้ว่ารูดี้เป็นพวก “รักร่วมเพศ” และพยายามสอบสวนแมกซ์ แต่แมกซ์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เป็นรักร่วมเพศและไม่ได้เป็นเพื่อนกับรูดี้อย่างที่ทหารนาซีสงสัย เขาพิสูจน์ตัวเองด้วยการหวดรูดี้ที่อยู่ในอาการ่อแร่เพราะถูกทหารนาซีซ้อมจนกระทั่งรูดี้สิ้นใจด้วยมือของเขา ยังไม่พอแมกซ์ยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาเป็นชายชาตรีทั้งแท่งด้วยการร่วมเพศกับศพเด็กหญิงวัย 13  จากหนุ่มรูปงามเจ้าเสน่ห์ท่ามกลางบรรดาหนุ่ม ๆ บัดนี้แมกซ์ไม่หลงเหลือภาพลักษณ์นั้นอีกแล้ว เขาต้องปกปิดปูมหลังรสนิยมทางเพศของตนเอง ตัวตนของเขาบิดงอไปพร้อม ๆ กับความโหดร้ายของนาซีที่เข้าครอบครองเยอรมันในเวลานั้น

การไม่ได้ดูวิดีโอม้วนนั้นจนจบเรื่องทำให้ผมไม่มีโอกาสทราบเนื้อหาของละครเรื่องนี้ว่ามันจะนำไปสู่อะไรและบทสุดท้ายจะเป็นอย่างไร จนกระทั่งละครดำเนินเรื่องราวไปสู่ความเข้มข้นยิ่งขึ้นเมื่อแมกซ์ถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกัน “ดาโช่” ที่นี่นักโทษถูกแบ่งออกเป็น 4 พวก คือ นักการเมือง อาชญากร ยิว และรักร่วมเพศ ผลของการพิสูจน์ตัวตนเป็นชายชาตรีทำให้แมกซ์ได้ตราสัญลักษณ์เป็นรูปดาวสีเหลืองแปะที่อกเสื้อว่าเขาเป็นนักโทษยิว ในขณะที่รักร่วมเพศมีตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูและเป็นนักโทษชั้นต่ำสุด

ในค่ายกักกันแมกซ์ถูกจัดให้ทำงานขนหินร่วมกับนักโทษอีกคนชื่อ ฮอร์ส ฮอร์สเป็นนักโทษที่มีป้ายติดอกเป็นรูปสามเหลี่ยมสีชมพู นั่นหมายความว่าฮอร์สเป็นนักโทษรักเพศเดียวกัน ฮอร์สไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองเป็น เขาไม่สนใจว่าการรักเพศเดียวกันเป็นสิ่งน่าละอายควรถูกลงโทษ หรือแม้จะถูกจัดเป็นนักโทษอันดับต่ำสุดเขาก็ไม่สน ตัวตนของฮอร์สแตกต่างจากแมกซ์อย่างสิ้นเชิง

ครึ่งหลังของละครมีแต่ความกดดันเมื่อทหารนาซีใช้อำนาจกดขี่นักโทษทั้งร่างกายและจิตใจ นักโทษต้องขนหินกลับไปกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วยังถูกห้ามไม่ให้คุยกันเพราะทหารนาซีคอยจ้องมองจากระยะไกล หากสัมผัสตัวกันจะถูกฆ่าทันทีในข้อหาสานสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะมองหน้ากันตรง ๆ การสนทนาเกิดขึ้นในขณะที่ทั้งคู่เดินสวนกันไปมาขณะขนหินเท่านั้น

แล้วเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นก็เกิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่แสงแดดร้อนระอุพร้อมกับอารมณ์ทางเพศที่พลุ่งพล่านของนักโทษทั้งสอง แม้ยืนห่างกันนิ่ง ๆ ท่ามกลางแดดร้อนยามบ่ายแต่อารมณ์ทางเพศก็ไม่เข้าใครออกใคร ทั้งคู่ใช้คำพูดอันเร่าร้อนเล้าโลมใส่กันผ่านโสตประสาททางการได้ยิน มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเร้าใจเสียนี่กระไรเมื่อเสียงและคำพูดกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ส่งรับกันไปมานำไปสู่ความสุขสุดยอดทางเพศที่เปี่ยมล้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย แม้ทหารนาซีที่จับจ้องอยู่ระยะไกลก็ไม่อาจรู้ได้ว่านักโทษสองคนกำลังมีเซ็กส์กันโดยไม่จำเป็นต้องถูกเนื้อต้องตัวกันเลย ! มันทำให้นึกถึงการเล่นเซ็กส์โฟนของผู้คนร่วมสมัยที่ใช้อุปกรณ์การสื่อสารในการเข้าถึงความสุขทางเพศ แค่ได้ยินเสียงก็สามารถเข้าถึงความสุขสุดยอด หากแต่ละครฉากนี้มันช่างเสียดสี เย้ยหยัน ท้าทายและให้ความรู้สึกโศกสลดในเวลาเดียวกัน

บทละครเรื่อง Bent น่าจะเป็นบทละครเพียงเรื่องเดียวในช่วงที่ผ่านมาที่กล่าวถึงความทุกข์ยากของชายที่รักเพศเดียวกันในยุคนาซีเรืองอำนาจในเยอรมันนีซึ่งเป็นที่มาของตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพู เมื่อฮิตเลอร์เข้าครอบครองเยอรมัน ตัวตนของแมกซ์ก็บิดเบี้ยวไปพร้อม ๆ กับอำนาจเผด็จการณ์แบบโฮโมโฟเบียที่แผ่ซ่านเข้ามาเช่นกัน มันเป็นภาวะที่น่าเศร้าสลดเมื่อแมกซ์สารภาพว่าเขาต้องร่วมเพศกับศพที่เขาเพิ่งลงมือฆ่า ต้องทำทุกอย่างเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงแม้จะต้องทำร้ายเพื่อนสนิทก็ตาม แมกซ์ไม่เหลือตัวตนอะไรให้ภาคภูมิใจอีกแล้วในเมื่อทุกสิ่งที่เขาทำไปนั้นเพียงเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่รอด จิตใจและความรู้สึกของเขาตกต่ำจนเหลือศูนย์ เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความรักที่ฮอร์สมีให้แม้ว่าฮอร์สจะบอกรักเขา ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้เขาจะรักใครได้ล่ะ ความรักในเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ต้องปกปิดซ่อนเร้น เขากลัวการถูกลงโทษ เขาต้องรอด เขาไม่อยากถูกฆ่าอย่างไร้เกียรติ “อย่างดีก็แค่รักกันแอบ ๆ ก็พอ ไม่ต้องแสดงออก” นั่นเป็นคำตอบที่แมกซ์มีให้กับฮอร์ส

ตัวตนที่ปกปิดของแมกซ์ทำให้เขาไม่สามารถแสดงออกทางเซ็กส์ได้อย่างละมุนละไม เมื่อแมกซ์อยากมี “เซ็กส์ทางเสียง” กับฮอร์สอีกครั้ง มันช่างหยาบกระด้างและขาดมิติของความรู้สึกเอาใจใส่ มีเพียงความกระหายใคร่อยากให้เสร็จ ๆ ไปโดยไม่คำนึงถึงส่วนลึกด้านในของอีกฝ่ายว่าไม่ได้ต้องการแค่ “เสร็จ” เท่านั้น แต่ในยามที่ฮอร์สไม่สบาย แมกซ์กลับหาญกล้าโกหกทหารว่าเขาป่วยแล้วขอยาจากทหารเพื่อเอามาให้ฮอร์ส ตัวตนของแมกซ์ดูซับซ้อน ด้านหนึ่งเขาดูแลเอาใจใส่ฮอร์สเป็นอย่างดีแต่อีกด้านก็ไม่กล้าแสดงออก นี่เป็นเพราะสถานการณ์ภายนอกบังคับหรือเป็นเพราะเขาอยู่ในภาวะไม่ยอมรับการรักเพศเดียวกันของตัวเองจริง ๆ กันแน่ พัฒนพิสิชญ์ อุทัย ถ่ายทอดตัวตนที่หักงอของแมกซ์ได้อย่างเจ็บปวดและน่าสลดใจ เขาทำให้เราเชื่อว่าเขาคือแมกซ์ตัวละครที่ปิดบังซ่อนเร้น และบางทีช่วงหนึ่งของชีวิตใครหลายคนก็อาจเคยแอบซ่อนบ่ายเบี่ยงตัวตนเหมือนกับที่แมกซ์เคยทำ

แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ละครก็สร้างความหวังให้คนดูเมื่อฮอร์สตัวละครที่ภาคภูมิใจในตัวเองแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใดทุกอย่างย่อมมีทางออกและทุกคนต้องมีลมหายใจอยู่ได้ แม้ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยให้ความรักงอกงาม และเขาถูกปฏิเสธความรักจากแมกซ์แต่ฮอร์สก็ยังมีกำลังใจสร้าง “รหัสรัก” ขึ้นมา ฮอร์สใช้หลังมือปาดคิ้ว 3 ครั้งคล้ายคนปาดเหงื่อที่แม้แต่แมกซ์หรือทหารนาซีก็ไม่มีทางรู้ว่ามันคือการแสดงความรักที่เขามีต่อแมกซ์อย่างจริงใจ ฐิติพงษ์ ส่งแสง เป็นนักแสดงอีกคนที่ทำให้เราเชื่อว่าเขาคือฮอร์สตัวละครที่ภาคภูมิใจในตัวเอง      

ผมคิดว่านักแสดงสองท่านนี้ต้องมีการเตรียมร่างกายที่แข็งแรงเพราะเขาทั้งสองต้องแบกก้อนหินยกไปยกมาตลอดครึ่งหลังของเรื่อง และยังต้องจำบทที่โต้ตอบกันอย่างแม่นยำด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากสุดท้ายที่ทั้งคู่ต้องร้องไห้ออกมาจริง ๆ

ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในภาวะอีหลักอีเหลื่อไม่รู้จะลงเอยอย่างไร ทหารนาซีเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยประจำวัน แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันตัดสินชะตาชีวิตนักโทษทั้งสองคนว่าจะไปทางไหน นายทหารสั่งให้ฮอร์สถอดหมวกแล้วโยนไปที่รั้ว ฮอร์สน้ำตาไหล เขารู้แล้วว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น เขาโยนหมวกไปที่รั้วลวดหนามตามคำสั่ง ทหารสั่งให้ฮอร์สเดินไปเก็บหมวก ฮอร์สหันหน้าไปทางแมกซ์พลางเอามือปาดเหงื่อ 3 ครั้ง แมกซ์ซึ่งขณะนั้นจ้องมองฮอร์สด้วยน้ำตาปริ่มเบ้าเช่นกัน แสงจากสปอร์ตไลท์สะท้อนน้ำที่เอ่อล้นในดวงตาของนักแสดงทั้งสองให้เห็นเป็นประกาย

ฮอร์สค่อย ๆ เดินไปที่รั้วอย่างช้าๆ ก่อนจะหันหลังกลับพุ่งตัวไปยังนายพลทหารอย่างรวดเร็ว

“โป้ง !”

ร่างของฮอร์สร่วงลงไปนอนสงบแน่นิ่งอยู่บนพื้น นี่คือจุดจบของนักโทษรักร่วมเพศหรอกรึ ?

ทหารสั่งให้แมกซ์จัดการศพนักโทษรักเพศเดียวกันคนนี้ก่อนเดินจากไป ในฐานะคนดูผมช็อคตั้งแต่เห็นฮอร์สน้ำตาไหล ช็อคว่าเหตุใดตัวละครตัวนี้จึงมีน้ำตาคลอเบ้าเมื่อถูกสั่งให้โยนหมวก ผมนึกย้อนไปถึงฉากต้น ๆ ที่ฮอร์สพูดกับแมกซ์ว่านาซีมีกลวิธีหลอกฆ่านักโทษอย่างเหี้ยมโหดเมื่อสั่งให้นักโทษโยนหมวกของตนไปที่รั้วแล้วให้นักโทษเดินไปหยิบหมวก จังหวะที่นักโทษก้มลงเก็บหมวกทหารจะใช้ปืนส่องนักโทษทันที ผมไม่คิดว่าฮอร์สจะต้องมาพบจุดจบง่าย ๆ แบบนี้จนรู้สึกอึดอัดไปกับฉากนี้แทบอยากตะโกนบอกคนดูทั้งโรงว่าฮอร์สกำลังจะถูกยิงตายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้วนะ !

บัดนี้ร่างของฮอร์สนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น บรรยากาศเศร้าสลด แมกซ์เข้าไปกอดฮอร์ส มันเป็นการกอดครั้งแรกแต่เป็นการกอดในขณะที่อีกฝ่ายปราศจากลมหายใจเสียแล้ว แมกซ์ตะโกนลั่นว่าเขาจะกอดฮอร์สให้นานที่สุด เขาถอดเสื้อของฮอร์สออก เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูที่บ่งบอกว่าผู้ใส่เป็นชายที่รักเพศเดียวกัน แมกซ์ค่อย ๆ สวมเสื้อของฮอร์สเพื่อประกาศให้รู้ว่าบัดนี้เขาพร้อมแล้วที่จะเผยตัวตนที่แท้จริงให้ทหารนาซีได้รับรู้ว่าเขานี่แหละเป็นชายที่ชอบชายด้วยกัน เมื่อแมกซ์ติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย เขาวิ่งเข้าปะทะรั้วลวดหนามที่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูง ไฟฟ้าช็อตร่างของเขาล้มลงจนหมดสติ แมกซ์หัวใจหยุดเต้นและหมดลมหายใจทันที

ไฟบนเวทีดับมืดสนิท เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานอึกทึกดังขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าว่าละครจบแล้ว ผมช็อคเป็นครั้งที่สอง ช็อคไปกับบทสุดท้ายของแมกซ์ เหตุใดละครหักมุมด้วยโศกนาฏกรรมแบบไม่ทันตั้งตัวถึงสองครั้งติดกัน คนดูปรบมือดังไปทั้งโรงละครพร้อมด้วยเสียงกรี๊ดจากคนดู นักแสดงออกมายืนโค้งคำนับ คนดูที่มาให้กำลังใจออกไปออกันหน้าเวทีอย่างชุลมุน ตอนนี้ในหัวของผมรู้สึกมึน ๆ ชา ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหมือนละครจบแต่ผมยังไม่จบ ผมเดินออกมาจากโรงละครในแบบที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผมกำลังกลับบ้านหรือกำลังจะไปไหน ในห้วงคำนึงมีแต่ฉากสุดท้ายที่สองนักโทษตายตอนจบ มันเป็นความรู้สึกสะเทือนใจปะปนไปกับความมึนงงที่เกิดขึ้นหลังได้ชมละครความยาว 3 ชั่วโมง

ต่อมาผมลองเช็คกูเกิ้ล มีคนเอาหนังเรื่อง Bent มาปล่อยไว้ ใน YouTube ผมดูซ้ำอีกรอบเหมือนเป็นการทบทวน เปิดฉากแรกอพาร์ตเม้นท์ ฉากแมกซ์และรูดี้ถูกไล่ลา ฉากในค่ายกักกันดาโช่ บทสนทนา ทุกคำพูดทุกใจความไม่มีอะไรแตกต่างจากละครภาคภาษาไทยที่ผมเพิ่งดูเมื่อวันก่อน แม้หนังจอเล็กจะไม่ทรงพลังเท่ากับการแสดงบทเวทีแต่อย่างน้อยมันทำให้ผมรู้ว่าแมกซ์และฮอร์สเป็นตัวละครร่วมสมัยที่มีอยู่ในชนทุกชาติ มีแมกซ์และฮอร์สอยู่ทุกที่ที่มีการกดขี่ความแตกต่าง ถึงมันจะเป็นเพียงละครแต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความโหดร้ายในค่ายกักกันดาโช่ นักโทษรักเพศเดียวกันในยุคนาซีเรืองอำนาจคงมีชีวิตที่ยากลำบากไม่ต่างกับแมกซ์และฮอร์สที่ต้องขนหินไปมาอยู่ที่เดิม

ละครจบแบบโศกนาฏกรรมแต่ก็เป็นโศกนาฏกรรมที่มีศักดิ์ศรี มันทำให้ผมนึกถึงฉากสุดท้ายใน Thelma and Louise ของผู้กำกับริดเลย์ สก็อต ตอนจบเทลม่ากับหลุยส์หันมาจุมพิตกันก่อนที่เธอทั้งคู่จะตัดสินใจพุ่งทะยานรถยนต์เปิดประทุนที่ทั้งสองนั่งมาด้วยกันลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง เทลม่ากับหลุยส์กำหนดชะตาชีวิตตนเองแทนที่จะยอมจำนนให้ตำรวจจับกุมตัว มันเป็นการจบแบบมีศักดิ์ศรี

ฮอร์สกับแมกซ์ก็เช่นกัน เขาทั้งสองเลือกจบอย่างมีศักดิ์ศรี วินาทีสุดท้ายที่ฮอร์สรู้ว่าทหารนาซีต้องส่องเขาด้วยลูกปืนแน่ ๆ เขาจึงบอกรักแมกซ์ด้วยท่าปาดเหงื่อตามด้วยการพุ่งตัวเข้าข่วนหน้านายทหารจนสำเร็จก่อนจะถูกยิง ส่วนแมกซ์เขารู้ชัดแล้วว่าการมีชีวิตอยู่อย่างปิดบังอำพรางไม่ได้มีคุณค่าหรือความหมายอะไรต่อไปอีกแล้ว มันมีแต่จะบั่นทอนตัวตนของเขาให้หักงอไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรให้เกิดความเคารพหรือภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ช้าไม่นานเขาก็ต้องถูกฆ่าตายในค่ายแห่งนี้ เขาไม่หวังจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว เขาเลือกที่จะตัดสินชะตาชีวิตด้วยตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรีดีกว่าตายด้วยน้ำมือของพวกนาซี และเพื่อให้การตายมีศักดิ์ศรีเต็มร้อยเขาเลือกตายด้วยสถานะของ “ชายที่รักเพศเดียวกัน” ดีกว่าที่จะตายไปพร้อม ๆ กับการโกหกว่าเขาเป็นชายชาตรี

แมกซ์หยิบเสื้อของฮอร์สที่มีตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูมาสวมใส่ แล้ววิ่งเข้าชนลวดไฟฟ้าแรงสูง ไฟฟ้าช็อตร่างเขาให้สงบแน่นิ่งล้มลงกับพื้นจนกระทั่งหัวใจของเขาหยุดเต้น...

 

 

หมายเหตุ: Bent เป็นละครเวที 1 ใน 7 เรื่องของสาขาวิชาศิลปะการละครของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งถูกจัดแสดงระหว่างเดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน 2557 ณ โรงละครคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 

 

ฮอร์ส (ซ้าย) แสดงโดยฐิติพงษ์ ส่งแสง  แมกซ์ (ขวา) แสดงโดย พัฒนพิสิชญ์ อุทัย ในฉากอีโรติคกลางแดด

 

แมกซ์กอดฮอร์สครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
 

โฉมหน้านักแสดงทั้งหมด

 

ใบปิดละคร BENT

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์