เปลี่ยน พ.ศ.ใหม่แล้ว เปลี่ยนใจหรือยัง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ส่งท้ายปี 2557 กับการลุกขึ้นสู้เรียกร้องของพี่น้องประชาชน ยกบางกรณีโดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และหรือแผนนโยบายต่างๆที่ถูกรัฐบาลหลายสมัยสั่งสม โยนภาระอันหนักหน่วงมาให้แบกรับนั้น แม้ความหวังเริ่มจะผุดขึ้นมาบ้างบางครั้งคราว ที่หน่วยงานภาครัฐทั้งรับปากและสัญญาว่าจะร่วมแก้ไขปัญหาให้ด้วยความจริงใจ ล่วงถึงปัจจุบัน ในภาคปฏิบัติโดยส่วนใหญ่ก็ยังไม่เกิดปรากฏการณ์ที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนแต่อย่างใด นอกจากการตั้งโต๊ะร่วมเจรจาการแก้ไขฯ เพียงเท่านั้น

แน่นอนว่า ในความยากลำบากที่ฝ่าข้ามมาทั้งลมร้อน หมดลมฝน ความเหน็บหนาวเข้ามาแทนที่ เวียนบรรจบสุดสิ้นปี เปลี่ยน พ.ศ.ใหม่ สู่ปี 58 นั่นมันก็เป็นเพียงตัวเลขที่ผ่านมาและผ่านเลยไป แต่สิ่งที่ดำเนินต่อไปก็คือความเคลื่อนไหวการเรียกร้องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ล่าสุดสืบเนื่องจากการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 นอกจากจำกัดปัญหาเรื่องความคิดต่างทางการเมือง ยังนำมาสู่ผลกระทบต่อชาวบ้านในกรณีป่าไม้ที่ดินทำกิน บางที่ถูกไล่รื้อ หลายพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปทำกินได้

โดย คสช. ได้มีนโยบายทวงคืนผืนป่าอย่างเข้มข้น แต่ภาคปฎิบัติกลับหันปลายหอกพุ่งดิ่งเข้ามาปักอกคนจน หลายชุมชนถูกปิดป้ายไล่รื้อ โดยอาศัยอำนาจ คำสั่ง คสช.ที่ 64/57 มากระทำกับชาวบ้านแบบหว่านแห ไม่เลือกเฟ้นหรืออย่างไรว่า ผู้เดือดร้อนเป็นเพียงชาวบ้านคนจนๆ เป็นผู้ยากไร้ และถือครองทำประประโยชน์มาก่อนการประกาศเขตป่า อีกทั้งหลายพื้นที่ได้มีนโยบายร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทำกินมาก่อน แต่กลับได้รับผลกระทบหนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก นั่นหมายความว่าแผลเก่ายังไม่ทันจาง แม้จะเริ่มคลายความกังวลใจ หลังมีมติให้ชะลอและยุติคำสั่งที่ 64/57 ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการขึ้นมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่การฉวยโอกาสแย่งชิงทรัพยากรจากหน่วยงานภาครัฐ ก็ยังมีการสืบทอดอย่างไม่ขาดสาย

ฉะนั้น จะผ่านไปสักกี่วัน จะเป็นเดือน หรือเคลื่อนไปเป็นปี ไม่ว่าจะเป็นลมใดใดก็ตาม ที่อวดโฉมโชยความอบอ้าว ร้อนหนาวผ่าวซ่าน ลูบผ่านเข้ามากระทบชีวิตคนเรา แต่ตราบใดชาวบ้านที่ทุกข์ยากยังคงถูกปิดกั้นสิทธิการถือครองที่ดินทำกินไปแบบนี้ทั้งชาติ ความหวาดผวา ความไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิต จะถูกจู่โจมเข้ามาเป็นฉากๆอีกแน่นอน หากปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่แก้ให้ถูกจุด ไม่มีนโยบายอย่างถูกต้อง ด้วยความเสมอภาค และเป็นธรรม จึงไม่สามารถที่จะปฎิเสธหรือหลีกเลี่ยงทางเลือกของผู้เดือดร้อน ที่พวกเขาจะต้องลุกขึ้นมายืนหยัด ต่อสู้ เพื่อให้ข้ามผ่านไปบนทางที่ถูกต้องอย่างหนักหน่วงได้เช่นกัน เพราะหากถูกไล่ออกไปอีกครานี้ ก็จะไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ทำกินกันอีก

เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรใส่ใจในสิทธิชุมชนด้วย มองให้เห็นด้วยว่าชาวบ้านเขาต่อสู้ในสิทธิที่ดินทำกิน และรัฐไม่ควรมองแต่กฎหมายโดยเฉยเมยต่อผู้ที่ถือครองทำประโยชน์ในพื้นที่มาก่อน ด้วยการอ้างแต่กฎหมายและฮุบรวมที่ดินทำกินของชาวบ้านมาเป็นของรัฐโดยถูกต้องเสมอ เปลี่ยน พ.ศ.ใหม่แล้ว รัฐบาลเปลี่ยนใจหรือยัง หรือจะปล่อยให้คนจนๆ กลายเป็นคนตกขอบของแผ่นดิน เป็นผู้ไร้ที่อยู่ที่ทำกิน อยู่อย่างนี้ไปตลอดปีหรือ

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์