นักวิชาการเผย 'ประชาธิปไตย' เป็นปัญหาท้าทายที่สุดของเกาหลีใต้ปีนี้

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์เกาหลีใต้ระบุรัฐบาลพรรคสายอนุรักษ์นิยมของปาร์กกึนเฮกำลังต้องเผชิญปัญหาหลายด้าน แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาเองนั่นคือปัญหาการลิดรอนสิทธิเสรีภาพและเรื่องอื้อฉาวในการใช้อำนาจ

คิมคีซก ศาตราจารย์จากภาควิชารัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติคังวอนประเทศเกาหลีใต้วิเคราะห์ว่าในปี 2558 นี้ ประเทศเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านจากในประเทศเองรวมถึงปัญหาด้านประชาธิปไตยด้วย

คิมคีซกเขียนบทความลงในเว็บไซต์อีสต์เอเชียฟอรั่มระบุว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา เกาหลีใต้กำลังประสบปัญหาหลายด้านคือ ด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ปัญหาประชากรผู้สูงวัย ความไม่เท่าเทียมกันด้านสถานะทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มประชากรคนหนุ่มสาวที่เพิ่มมากขึ้นเสี่ยงต่อภาวะว่างงาน ภาระหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์ทรุดตัวลง นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการทูตจากกระบวนที่เชื่องช้าในด้านความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือในขณะที่ความสัมพันธ์กับรัฐบาลญี่ปุ่นก็แย่ลง อีกทั้งยังต้องจัดการปัญหาจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนซึ่งอยู่ในภาวะตีบตัน

อย่างไรก็ตาม คิมคีซกมองว่าปัญหาท้าทายที่ใหญ่ที่สุดจริงๆ ของเกาหลีใต้ในตอนนี้คือปัญหาเกี่ยวกับความเข้มแข็งทางประชาธิปไตย เพราะตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 ที่รัฐบาลของผู้นำปาร์กกึนเฮเข้ารับหน้าที่ก็มีเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองหลายเรื่องที่ชวนให้เกิดวิกฤติความน่าเชื่อถือและเป็นภัยต่อเสรีนิยมประชาธิปไตย

มีกรณีที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพรรคแซนูรีและตัวปาร์กกึนเฮเองคือตอนที่หน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้กล่าวหาว่ามีการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2555 และมีการสั่งปลดอัยการสูงสุดทำให้มีการสืบสวนในข้อกล่าวหานี้

พรรคของผู้นำปาร์กกึนเฮยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสั่งจับกุมพรรคแนวร่วมหัวก้าวหน้าหรือพรรคยูพีพี (UPP) โดยอ้างข้อหาเข้าข้างเกาหลีเหนือ เรืองที่มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับสหภาพแรงงาน การฟ้องหมิ่นประมาทนักข่าวคาโตะ ทัตสึยะ จากหนังสือพิมพ์ซังเคอิ ชิมบุน ซึ่งมีสาขาในกรุงโซลเนื่องจากทัตสึยะสงสัยว่าในเหตุการณ์เรือเซวอลล่ม เหตุใดศูนย์จัดการภัยพิบัติของเกาหลีใต้ใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมงในการไปถึงที่หมาย รวมถึง "กรณีอื้อฉาวเมโมเกท" ก็ทำให้ปาร์กได้รับความนิยมจากประชาชนลดลง

คิมคีซกระบุอีกว่าทุกคนทราบดีในเรื่องที่รัฐบาลพรรคสายอนุรักษ์นิยมของเกาหลีใต้อ้างเรื่องความมั่นคงเพื่อวาระทางการเมืองของตัวเอง บางคนมองว่ารัฐบาลเกาหลีใต้อ้างเรื่องความมั่นคงเพื่อบังหน้าที่พวกเขาบริหารประเทศได้ไม่ดี ความล้มเหลวจากกรณีเหตุอุบัติภัยเรือเซวอลที่มีผู้โดยสาร 300 คน รวมถึงนักเรียนไฮสคูล 250 คน ก็ทำให้ชื่อเสียงของรัฐบาลเสื่อมเสีย อย่างไรก็ตามคิมคีซกมองว่าสิ่งที่ปาร์กกึนเฮล้มเหลวคือการที่เธอขาดความสามารถในการสื่อสารกับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งกับผู้สนับสนุนเธอเองได้

นอกจากนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันของเกาหลีใต้ยังมักจะกล่าวอ้างว่ามีการพยายามจารกรรมหรือบ่อนทำลายประเทศจากกลุ่มผู้สนับสนุนเกาหลีเหนือซึ่งข้ออ้างส่วนใหญ่เหล่านี้มักจะไม่มีหลักฐานตามที่ศาลพิจารณา แต่คิมคีซกมองว่าข้ออ้างเหล่านี้เป็นวิธีการเรียกร้องการสนับสนุนปาร์กกึนเฮโดยการทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้สั่งยุบพรรคยูพีพีและถอดถอนตำแหน่ง ส.ส.ของพรรคที่อยู่ในสภาเพียง 5 ที่นั่งจากทั้งหมด 300 ที่นั่ง ทำให้คนรู้สึกว่าน่าสงสัย เนื่องจากพวกเขาถูกลงโทษจากข้อกล่าวหาว่าพยายามล้มล้างระบอบการปกครองของเกาหลีใต้เพื่อให้สถาปนาการปกครองแบบเกาหลีเหนือ แต่ก็เป็นข้ออ้างที่กลุ่มหัวก้าวหน้าในเกาหลีใต้มองว่ามีหลักฐานไม่มากพอและคิดว่าเป็นการสั่งลงโทษแบบไม่เป็นธรรม โดยน่าจะเป็นเรื่องการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคอนุรักษ์นิยม

ในระบบของเกาหลีใต้มีสมาชิกในศาล 9 คน มีอยู่ 3 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี อีก 3 คนได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภา อีก 3 คนได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงสุด ซึ่งดูเหมือนเป็นระบบที่พยายามเป็นอิสระจากประธานาธิบดี แต่ก็มีข้อสังเกตว่าตามปกติแล้วการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้จะใช้เวลาวินิจฉัยมากกว่า 2 ปี แต่คำสั่งตัดสินยุบพรรคยูพีพีใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีกว่าๆ

นักวิชาการมองว่าคดีเอาผิดกับพรรคยูพีพีเป็นการที่รัฐบาลพยายามกลบกระแสอื้อฉาว "เมโมเกท" ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรั่วไหลของบันทึกเตือนความจำที่ระบุว่าอดีตผู้ช่วยของปาร์กกึนเฮร่วมกันวางแผนกับเลขาธิการประธานาธิบดีเพื่อให้มีการปลดเสนาธิการประธานาธิบดี คิมคิชูน แต่ปาร์กก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าผู้ช่วยของเธอออกจากตำแหน่งเมื่อหลายปีที่แล้วและไม่มีอิทธิพลใดๆ อีก อย่างไรก็ตามกรณี "เมโมเกท" ทำให้ความนิยมของปาร์กดิ่งลงต่ำสุดนับตั้งแต่เธอเข้ารับตำแหน่ง

บทความของคิมคีซกระบุอีกว่าเรื่องเสรีภาพสื่อในเกาหลีใต้ก็น่าเป็นห่วง ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งยังเป็นสมัยรัฐบาลของลีเมียงบัค องค์กรฟรีดอมเฮาส์ลดระดับความเสรีของเกาหลีใต้ลงจาก "เสรี" เหลือระดับ "เสรีบางส่วน" เนื่องจากกรณีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตและมีนักข่าวจำนวน 160 คนถูกลงโทษจากการที่พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลของปาร์กกึนเฮก็มีการกดดันสื่อเช่นเดียวกันโดยการเพิ่มกฎหมายที่ต่อต้านนักข่าวโดยมีการทดลองใช้กับนักข่าวทัตสึยะ คาโตะ เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว

นอกจากนี้รัฐบาลปาร์กยังออกตัวฟ้องร้องสื่ออีกหลายสำนักโดยอ้างว่าทำให้ชื่อเสียงของประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงเสื่อมเสีย จนมีนักวิเคราะห์การเมืองวิจารณ์ว่ารัฐบาลเกาหลีใต้กำลังขู่ไม่ให้สื่อรายงานเรื่องแย่ๆ และดูเหมือนว่าปาร์กกึนเฮกำลังทำตัวคล้ายพ่อของเธอที่เคยเป็นเผด็จการทหารปกครองเกาหลีใต้มาก่อน

คิมคีซกเตือนว่าการพยายามทำลายประชาธิปไตยจะส่งผลต่อตัวพวกเขาเองในระยะยาว เนื่องจากจะทำให้เครดิตของทั้งประธานาธิบดีและรัฐบาลเสื่อมเสีย คิมคีซกแนะนำว่าปาร์กกึนเฮควรเปลี่ยนมาบริหารในแบบเพิ่มความโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นน่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่ก็เป็นไปได้ยากเมื่อพิจารณาจากคำแนะนำของผู้ช่วยเธอที่คิดว่าปี 2558 เป็นปีที่ดีสำหรับการปฏิรูป และยังจะไม่มีการเลือกตั้งจนกว่าจะถึงปี 2559

อย่างไรก็ตามคิมคีซกมองว่าการปกครองของประธานาธิบดีที่มีประชาชนขัดแย้งกันทางอุดมการณ์จะไม่สามารถจัดการกับปัญหาอื้อฉาวที่เป็นความท้าทายระดับชาติของเกาหลีใต้ได้

เรียบเรียงจาก

Democracy is the biggest challenge for South Korea in 2015, East Asia Forum, 14-01-2015
http://www.eastasiaforum.org/2015/01/14/democracy-is-the-biggest-challenge-for-south-korea-in-2015/

Memogate Scandal Korea: South Korean President Apologizes, Critics Not Impressed, Ibtimes, 12-01-2015
http://www.ibtimes.com/memogate-scandal-korea-south-korean-president-apologizes-critics-not-impressed-1780638

Liberal Japan needs to drown out revisionist voices, East Asia Forum, 29-11-2014
http://www.eastasiaforum.org/2014/11/29/liberal-japan-needs-to-drown-out-revisionist-voices/

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์