ศาลสั่งปรับชาวนาราชบุรีคนละ 5 พัน ข้อหาปิดถนนเรียกร้องเงินจำนำข้าว

 3 ชาวนาราชบุรี โดนสั่งปรับคนละ 1 หมืน แต่ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พร้อมขอบคุณที่ศาลเมตตาเพราะชาวนาไม่รู้กฏหมาย

 

 

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค. เวลา 09.00 น.  ที่ห้องพิจารณาที่ 4 ศาลจังหวัดราชบุรี ได้มีการพิจารณาตัดสินในคดีที่ชาวนาราชบุรีในหลายอำเภอรวมตัวกันปิดถนนสายพระราม 2 ที่บริเวณหน้าตู้ยามตำรวจทางหลวงวังมะนาว ตำบลวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อประท้วงเรียนร้องเงินโครงการจ่ายเงินจำนำข้าวของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ยอมจ่ายจำนำข้าวให้แก่ชาวนาทั่วประเทศส่งผลให้มีการประท้วงปิดถนนระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.  2557

โดยระหว่างประท้วงนั้น ได้มีการใช้รถยนต์บรรทุก และเต๊นท์มาวางปิดกันถนนจนรถไม่สามารถสัญจรผ่านไม่มาได้  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำรถและเต๊นท์มาขวางถนนจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย ประยงค์ คล้ายศิริ อายุ 48 ปี, โชคชัย เกตุแก้ว อายุ 44 ปี และละเอียด โตกลึง อายุ 47 ปี ชาวนาในอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ในการเรียกร้องเงินจำนำข้าวในครั้งนั้น และคดีเข้าสู่ชั้นศาลพิจารณา ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดปิดกั้นทางหลวงทางสาธารณะโดยการวางวัตถุ หรือนำสิ่งใดมาขวางทางบนทางหลวง

ความคืบหน้าล่าสุด สุรพันธ์ ไลยภาค ทนายความอาสาจากสภาทนายความจังหวัดราชบุรีเปิดเผยว่าเหตุการณ์ตอนชุมนุมยังไม่มีอะไร แต่การชุมนุมได้นำรถยนต์ไปขวางปิดถนนมีการนำเต๊นท์ไปกางขวาง ตรงนี้จึงกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับกรมทางหลวง เป็นการกระทำความผิดทางอาญา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเรื่องสอบสวนส่งอัยการฟ้องศาล เพราะว่าความผิดทางอาญาจะมีอายุความ จึงเรียกตัวไปแจ้งข้อกล่าวหา ทางชาวนาได้ขอทนายจากสภาทนายความจังหวัดราชบุรี จึงเข้ามาดูรายละเอียด พร้อมรับทำเรื่องในนามสภาทนายความจังหวัดราชบุรีให้ จนถึงวันนี้เป็นวันตัดสินของศาลแล้ว

จากการพิจารณาของศาล ได้ตัดสินปรับคนละ 10,000 บาท แต่ยอมรับสารภาพลดให้กึ่งหนึ่ง จึงเหลือคนละ 5,000 บาท ไม่มีการรอลงอาญา ลงโทษปรับอย่างเดียว ถือว่าเป็นความปรานีของศาลชั้นต้นมาก

สุรพันธ์ ทนายความอาสา กล่าวอีกว่า การอุทธรณ์อยู่ที่อัยการที่จะอุทธรณ์หรือไม่ภายใน 30 วัน แต่หากเลยกำหนดมีเหตุอันควรก็อาจจะเลื่อนไปอีก คดีนี้ผมคิดว่าทางอัยการน่าจะเห็นใจ ชาวนาที่โดนคดีทั้ง 3 คน ที่นำรถไปขัดขวาง ซึ่งเป็นการกระทำลักษณะมองแล้วไม่ได้มีเจตนา เพียงแต่ว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเป็นเรื่องขึ้นมา ซึ่งหลังจากเสียค่าปรับเป็นเงินคนละ 5,000 บาทแล้ว ศาลได้ปล่อยตัวออกมา

โดยทั้งสามคนที่ถูกดําเนินคดีนั้น กล่าวว่า ขอขอบคุณศาลที่ปราณี ขอบคุณสภาทนายความ ที่ส่งทนายความมาช่วยดูแล ที่นึกถึงชาวนาที่ว่า ทำความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่เป็นแบบนี้เพราะเกิดความเดือดร้อน ขอบคุณศาลที่เมตตาเพราะชาวนาไม่รู้เรื่องอะไร เราเป็นชาวนาเรายอมรับผิดทุกอย่าง ผิดก็ว่ากันไปตามผิด แต่ทั้งนี้เราไปเรียกร้องสิทธิ์กับรัฐบาลครั้งที่แล้ว เรารับผิดแล้วเราทำตามกฏหมายหมายทุกอย่าง แล้วทางรัฐบาลนั้นจะให้อะไรกับชาวนาบ้าง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์