เมื่อการกล่าวถึง 'สันติภาพ' กลายเป็น 'อาชญากรรม' ในเกาหลีใต้

หญิงเชื้อสายเกาหลีใต้ผู้มีสัญชาติสหรัฐฯ เคยเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือหลายครั้งเพื่อเรียนรู้ชีวิตของประชาชนที่นั่นทำให้เธอรู้สึกตาสว่างและเข้าใจสภาพชีวิตชาวเกาหลีเหนือมากขึ้นจนนำมาเขียนหนังสือ แต่รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมของเกาหลีใต้กลับจับเธอไปสอบสวนและให้ส่งตัวกลับสหรัฐฯ

3 ก.พ. 2558 เว็บไซต์วิเคราะห์นโยบายการต่างประเทศ Foreign Policy In Focus (FPIF) สัมภาษณ์ ชินอึนมี หญิงเชื้อสายเกาหลีใต้ผู้มีสัญชาติสหรัฐฯ ผู้ที่เคยถูกทางการเกาหลีใต้จับกุมตัวข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Law) เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมาและถูกกักตัวเอาไว้ไต่สวน จนกระทั่งปล่อยตัวกลับสหรัฐฯ และสั่งห้ามไม่ให้เข้าประเทศเกาหลีใต้เป็นเวลา 5 ปี

ชินอึนมีเป็นแม่บ้านสัญชาติอเมริกัน ที่กลายเป็นข่าวดังในเกาหลีใต้จากการที่เธอบอกเล่าประสบการณ์การเดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือ ทำให้กลุ่มฝ่ายขวาในเกาหลีใต้ไม่พอใจพยายามโจมตีและทำร้ายเธอ ถึงขั้นมีเหตุวางระเบิดแสวงเครื่องจนทำให้มีการอพยพคน 200 คน

ทางการเกาหลีใต้สอบสวนชินอึนมีเป็นเวลานานมากกว่า 50 ชั่วโมงก่อนจะตัดสินใจส่งตัวเธอออกนอกประเทศ นอกจากนี้ทางการเกาหลีใต้ยังจับกุมตัวฮวางซอน ผู้ที่รับหน้าที่พิธีกรในการออกทัวร์ปราศรัยของชินอึนมีด้วย

ชินอึนมีกล่าวให้สัมภาษณ์ว่ามีช่องว่างความแยกแตกอยู่มากในสังคมเกาหลีใต้ ท่าทีของรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ออกไปในเชิงลิดรอนเสรีภาพสื่อและคนเห็นต่างจากรัฐบาลมากขึ้นรวมถึงกรณีการยุบพรรคหัวก้าวหน้าเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ยังได้ประกาศว่าจะใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในการสั่งยุบองค์กรที่ "ต่อต้านรัฐบาล"

ชินอึนมีเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ "แม่บ้านเกาหลี-อเมริกันไปเยือนเกาหลีเหนือ" ซึ่งเป็นบันทึกการเดินทางในภาษาเกาหลี เธอบอกว่าการจับกุมตัวเธอส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของเธอ ในตอนนี้ชินอึนมีกลับไปที่บ้านของเธอในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้วโดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ต่อ FPIF ถึงหนังสือที่เธอเขียนและเรื่องราวการจับกุมที่เกิดขึ้น

โดยผู้สัมภาษณ์เธอชื่อฮยอนลี เป็นสมาชิกของกลุ่มคณะทำงานเพื่อสันติภาพและปลอดการใช้กำลังทหารในเอเชีย-แปซิฟิก นอกจากนี้ยังเป็นผู้ร่วมวิจัยจากสถาบันนโยบายเกาหลีและเป็นรองโปรดิวเซอร์รายการวิทยุเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการเมืองของชาวเอเชีย

ผู้สัมภาษณ์ถามถึงประสบการณ์ส่วนตัวของชินอึนมีก่อนที่เธอจะเดินทางไปเกาหลีเหนือชินอึนมีกล่าวว่าเธอเติบโตมาในครอบครัวชาวคริสต์ที่อนุรักษ์นิยมจัด ปู่ของเธอเคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ 3 สมัยและเคยทำงานในช่วงการปกครองของซึงมันอี ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเข้าสู่สภาในปี 2491

ชินอึนมีกล่าวอีกว่าพ่อของเธอมีพื้นเพจากสายทหารทำให้เธอได้รับการศึกษาในแบบต่อต้านคอมมิวนิสต์ เธอได้ยินพ่อเล่าถึงเกาหลีเหนือครั้งแรกคือเรื่องที่พ่อเธอนำทัพไปยังตอนเหนือสุดของเกาหลีเหนือเพื่อต่อสู้กับกองทัพฝ่ายตรงข้ามในช่วงสงครามเกาหลี

"ฉันจำไดถึงความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นลูกสาวของวีรบุรุษสงคราม เป็นธรรมดาที่ฉันจะเติบโตขึ้นมาโดยเชื่ออย่างไม่ตั้งคำถามเลยว่าชาวเกาหลีเหนือเป็นศัตรูของพวกเรา" ชินอึนมีกล่าวให้สัมภาษณ์

ชินอึนมีเล่าต่อว่าในโรงเรียนเคยมีการแข่งวาดโปสเตอร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในชั้นเรียนซึ่งเธอวาดภาพชาวเกาหลีเหนือมีลักษณะเหมือนปีศาจพร้อมเขียนตัวอักษรตัวใหญ่ๆ ว่า "ขยี้พวกคอมมิวนิสต์ให้หมด" แล้วเธอก็ได้รับรางวัล เธอโตมาโดยจดจำว่าชาวเกาหลีเหนือไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ มักจะถือปืนและพร้อมสละชีพเพื่อพรรคและประเทศอยู่ตลอดเวลา และนึกภาพของเด็กชาวเกาหลีเหนือฟ้องว่าพ่อแม่ตัวเองทำผิดแล้วจะมีตำรวจมาลากตัวพ่อแม่ไป

ชินอึนมีเล่าอีกว่าเธอเคยร่วมแสดงในคณะละครเด็กที่ออกทัวร์ทั่วโลกเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้ หลังจากนั้นก็เรียนต่อในสหรัฐฯ เรื่องการใช้เสียงขับร้อง จนกระทั่งปักหลักเป็นแม่บ้านในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามชินอึนมีบอกว่าการเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือในปี 2554 เปลี่ยนความคิดของเธอทั้งหมดเกี่ยวกับประชาชนในเกาหลีเหนือ และที่ดูย้อนแย้งประชดประชันคือตัวเธอเองกลายเป็นเหยื่อของกฎหมายความมั่นคงที่ปู่ของเธอเป็นคนช่วยร่างขึ้นมาเอง

ผู้สัมภาษณ์ถามวว่าจากการเดินทางไปเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2554 และยังกลับไปอีก 5 ครั้ง มีอะไรที่ทำให้ชินอึนมีไปที่นั่นและอะไรที่ทำให้เธอกลับไปอีก

ชินอึนมีตอบว่าสามีของเธอเป็นคนชอบเดินทางและเมื่อเห็นว่าเกาหลีเหนือเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกสัญชาตินอกเหนือจากเกาหลีใต้ เธอก็เห็นโอกาสว่าจะได้ไปเยือนเกาหลีเหนือในฐานะพลเมืองสัญชาติสหรัฐฯ และเธอก็เริ่มสงสัยว่าชาวเกาหลีเหนือมีความแตกต่างจากชาวเกาหลีใต้อย่างไร

การเดินทางไปกับสามีทำให้เธอพบว่าชาวเกาหลีเหนือไม่ได้แตกต่างอะไรจากชาวเกาหลีใต้เลย พ่อแม่ชาวเกาหลีเหนือเป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกๆ แม่บ้านเป็นห่วงเรื่องอาหารเย็น และหญิงสาวก็เป็นห่วงเรื่องการแต่งงาน ไม่ได้ต่างอะไรกับชาวเกาหลีใต้เลย พวกเขาไม่ใช่หุ่นยนต์ที่บ้าสงครามแบบที่เธอเคยจินตนาการไว้

"ฉันได้รู้ว่าประชาชนในเกาหลีเหนือมีความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่เกาหลีเหนือก็จนมาก ดังนั้นฉันจึงเขียนในคำนำว่าเกาหลีเหนือเป็น 'ประเทศยากจนที่มีประชาชนผู้งดงามอาศัยอยู่'" ชินอึนมีกล่าว

ชินอึนมีบอกอีกว่าเธอรับไกด์นำเที่ยวชาวเกาหลีเหนือชื่อ โซลยอง ที่นำเที่ยวตอนเธอไปเยือนครั้งแรกเป็นลูกในอุปถัมภ์ แล้วเธอก็กลับไปเกาหลีเหนือหลายครั้งเพื่อเยี่ยมลูกอุปถัมภ์ของเธอ

ผู้สัมภาษณ์ถามว่าหลังจากเธอกลับไปถึงที่สหรัฐฯ แล้ว เธอเป็นอย่างไรบ้าง ชุมชนชาวเกาหลีที่สหรัฐฯ ปฏิบัติกับเธออย่างไร

ชินอึนมีเล่าว่าหลังจากที่เธอลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานมีกลุ่มคนจากโบสถ์ของเธอให้การต้อนรับแต่ก็มีกลุ่มฝ่ายขวาอีกกลุ่มหนึ่งคอยตะโกนว่า "กลับไปเกาหลีเหนือซะ" เธอพยายามออกจากท่าอากาศยานให้เร็วที่สุด แต่ต่อมากลับต้องปะทะกันทางกายภาพกับฝ่ายขวา 2 คน จนตำรวจเข้ามาจับกุมตัวทั้ง 2 คนนั้นไป ทำให้ชินอึนมีเห็นว่ามีความแตกแยกฝังรากลึกในชุมชนชาวเกาหลีใต้ของเธอ และคิดว่าควรมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้อีก แบบช่วงยุคหลังปฏิญญา 15 มิ.ย. ที่ผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ตกลงร่วมกันในปี 2543 ซึ่งในปฏิญญามีการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้ในหลายๆ ด้าน รวมถึงการแลกเปลี่ยนเยี่ยมเยียนประเทศระหว่างประชาชน

เมื่อถามว่ามีความคิดเห็นอย่างไรที่ฮวางซอนถูกจับตัว อีกทั้งยังมีเรื่องที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังสั่งให้นำหนังสือของเธอออกจากชั้นวางหนังสือแนะนำและสั่งให้ห้องสมุดทั้งหมดนำหนังสือส่งให้กระทรวงวัฒนธรรม

ชินอึนมีกล่าวว่าฮวางซอนเป็นแม่ของลูก 2 คน เธอถูกตำรวจบุกค้นบ้านไปแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนีออกนอกประเทศหรือทำลายหลักฐานได้เธอจึงหวังว่าฮวางซอนจะได้รับอนุญาตให้ถูกไต่สวนและดำเนินคดีโดยไม่ถูกกุมขัง

สิ่งที่น่าตลกอีกเรื่องหนึ่งคือ ชินอึนมีเปิดเผยว่ารัฐบาลเกาหลีใต้เองเป็นผู้คัดเลือกให้หนังสือของเธอเป็นหนังสือแนะนำแล้วรัฐบาลเดียวกันนี้ก็กลับลำประกาศเรียกคืนหนังสือของเธอ ทำให้ชินอึนมีไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร เธอไม่ได้ต้องการโด่งดังเพราะหนังสือเล่มนี้เพราะเธอไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่มันก็ทำให้เธอตั้งคำถามว่าในเมื่อเนื้อหาในหนังสือตอนที่รัฐบาลแนะนำและตอนที่รัฐบาลสั่งเก็บไม่ได้ต่างกันเลย มีอะไรที่ทำให้มันเป็นข้อถกเถียง

เมื่อฮยอนลีกล่าวถึงการที่รัฐบาลสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านหัวก้าวหน้าและมักจะใช้กฎหมายความมั่นคงลิดรอนเสรีภาพสื่อแล้วถามว่าชินอึนมีคิดว่าบรรยากาศทางการเมืองในเกาหลีใต้เป็นเช่นไร ชินอึนมีตอบว่าเธอไม่รู้เรื่องการเมืองเกาหลีใต้มาก แต่ก็คิดว่าการยุบพรรคการเมืองควรมาจากการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ทำโดยรัฐบาล และเธอคิดว่าการใช้กฎหมายความมั่นคงเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อ ทั้งที่สิ่งนี้ควรได้รับการประกันในประเทศประชาธิปไตย

เมื่อถามถึงความหวังในอนาคต ชินอึนมีบอกว่าเธอยังไม่มีแผนการอะไรแค่อยากพักฟื้นตัวเองจากความเหนื่อยกายเหนื่อยใจ แต่เธอก็คิดว่าถ้าหากยังไม่แก้ไขปัญหาการช่องว่างแบ่งแยกระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ คาบสมุทรเกาหลีคงขาดความสงบสุขและชาวเกาหลีใต้คงจะไม่มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

 

เรียบเรียงจาก

In South Korea, Preaching Peace Is Now a Deportable Offense, Hyun Lee, FPIF, 26-01-2015
http://fpif.org/south-korea-preaching-peace-now-deportable-offense/

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/June_15th_North%E2%80%93South_Joint_Declaration

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์