นายทุน ทหารไล่รื้อชุมชนการรถไฟ ฉะเชิงเทรา หลังคมนาคมสั่งให้ชะลอการบังคับคดี

นายทุน พร้อมทหาร และกรมบังคับคดี เข้าไล่รื้อพื้นที่ชุมชนตลาดบ่อบัว จ.ฉะเชิงเทรา หลังคมนาคมสั่งชะลอการบังคับคดีเพียงวันเดียว

 
 
 
 
 
 
 

6 ก.พ. 2558 เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ที่ชุมชนตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีชายฉกรรจ์ จำนวนหนึ่งอ้างว่าเป็นคนงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ได้เข้าไล่รื้อบ้านของชาวบ้านในชุมชน โดยขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์กำลังทำการรื้อบ้านชาวบ้านอยู่นั่น ชาวบ้านได้รวมตัวกันเข้าไปขัดขวางไม่ยอมให้รื้อ บ้านจึงถูกรือไปแค่ครึ่งหลัง โดยเหตุที่ยอมหยุดรื้อ เพราะเป็นการเข้ารื้อผิดบ้าน

จินดา บัวศรี แกนนำชาวบ้านเล่าว่า ขณะที่มีเข้ามาไล่รื้อบ้านเรือนนั้น คนงานของบริษัทได้มีการแสดงออกเชิงขมขู่ โดยการใช้นิ้วทำท่าปาดคอใส่น้องสาวของตน และภายหลังจากจัดการปัญหา และยุติการไล่รื้อได้สำเร็จ เวลาประมาณ 15.00 น. ตนได้พาน้องสาวเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา แต่ระหว่างเดินทางได้พบกับคนงานที่แสดงท่าทางขมขู่ดังที่กล่าวมา จึงได้หยุดรถแล้วเข้าไปพูดคุยถามเหตุผลว่าทำไมจึงทำท่าทางลักษณะนั้น จนในที่สุดเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แต่มีการระงับเหตุได้ทัน

ด้านจักรพงษ์ บุริพา กองเลขาเครือข่ายสลัม 4 ภาค ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2558 ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค ได้เข้าพูดคุยถึงปัญหากรณีข้อพิพาท ระหว่างชาวชุมชนตลาดบ่อบัวซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย กับห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ซึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาเช่าพื้นที่ของการรถไฟฯ กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยได้มีข้อตกลงว่าจะมีการจัดการประชุมแก้ไขปัญหาดังกล่าวก่อนวันที่ 12 ก.พ. 2558 แต่ผ่านไปหนึ่งวันกลับมีเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดี เข้ามาพร้อมกับคนงานของบริษัท เพื่อระงับการต่อต้านการไล่รื้อบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยในคืนนี้ชาวชุมชนได้จัดเวรยามเฝ้าระวัง เนื่องจากเกรงว่าจะมีการบุกเข้ามาไล่รื้ออีกครั้งในช่วงกลางคืน

จินดาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมาได้เข้าไปร้องเรียนความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือน ต.ค. 2557 ได้มีชายฉกรรจ์เข้ามาไล่ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่โดยอ้างว่า บ้านที่ชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นที่ดิน ที่การรถไฟ ให้บริษัทเช่าเพื่อที่จะเตรียมก่อสร้างเป็นห้างสรรพสินค้า จึงทำให้เกิดความสงสัยว่ามีการเช่าพื้นที่นี้ได้อย่างไร ในเมื่อบริษัทได้หมดสัญญาเช่าไปแล้ว เนื่องจากชาวบ้านได้รวมตัวกันยื่นเรื่องต่อสำนักราชเลขาธิการ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2539 เรื่องขอพระราชทานความเป็นธรรมเกี่ยวกับที่ดินที่อยู่อาศัย จึงเกิดการประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อยุติและคลี่คลายปัญหา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2543 โดยที่ประชุมมีมติ ให้ยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารบริเวณย่านสถานีแปดริ้ว ระหว่างการรถไฟแห่งฯ กับห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อบัวพัฒนา และให้การรถไฟฯ เข้าดำเนินการเองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพื้นที่ 

แต่ต่อมาเมื่อปี 2547 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ได้ร้องขอความเป็นธรรมให้โอกาสกับห้างฯ ได้รับสิทธิ์การเช่าที่ดินต่อไป จนเป็นมติที่ประชุม คณะกรรมการการรถไฟฯ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2547 ว่า ให้ทางห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ชำระเงินส่วนที่ค้างกับการรถไฟจนครบถ้วน และให้ห้างดำเนินการต่อไปบนพื้นที่ ที่เหลือจากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราเช่า จัดทำที่อยู่อาศัยและตลาด และให้ทางห้างดำเนินการถอนฟ้องคดีที่ฟ้องร้องผู้บุกรุกอยู่ในศาลทั้งหมดก่อน

จินดาเล่าต่อไปว่า ถ้ายึดตามหลักการที่เคยตกลงร่วมกันมา บริษัทจะไล่รื้อบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยพากรมบังคับมาบังคับคดีไม่ได้ เพราะมติของที่ประชุมสำนักราชเลขาธิการได้ ลงมติให้บริษัทหมดสัญญาเช่าไปแล้ว และมติที่ประชุมการรถไฟ ได้ลงมติว่าหากบริษัทจะเช่าต่อต้องดำเนินการถอนฟ้องคดีชาวบ้านเสียก่อน

“เราเดินทางไปคุยกับ คสช. ก็ได้มติว่า คสช. จะขอดูมติที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีการตกลงร่วมกัน โดยบอกว่าจะขอใช้เวลา 45-60วัน แต่นี้ผ่านไปเพียง 30 วันเท่านั้น เรื่องยังไม่คืบหน้า แต่เรากลับกำลังจะถูกไล่รื้อ” จินดากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 9 ก.พ. 2558 กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าไล่รื้อครั้งนี้จะเดินทางมาตามมติของสำนักราชเลขาธิการในช่วงเช้า และช่วงบ่ายจะเดินทางไปร้องเรียนต่อที่สำนักนายกรัฐมนตรี และในวันที่ 10 ก.พ. 2558 จะมีการประชุมเพื่อพูดคุยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะได้มีการเชิญตัวแทนจากที่เกี่ยวข้องจากทุกฝ่าย เข้าร่วมพูดคุยเจรจา ที่ กระทรวงคมนาคม

 
สภาพปัญหา ความเป็นมา 

ชุมชนตลาดบ่อบัว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นชุมชนที่อยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย มากว่า 50 ปี ต่อมาเมื่อปี 2539 การรถไฟประสบปัญหาการขาดทุน และภาระหนี้สินของการรถไฟ (ปัจจุบันการรถไฟฯมีหนี้สิน หนึ่งแสนล้านบาท) จึงได้นำที่ดินของการรถไฟฯ เปิดประมูลโดยให้เอกชนเช่าจัดทำอาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า ตามหัวเมือง แหล่งเศรษฐกิจ ทั่วประเทศ รวมทั้งบริเวณสถานีรถไฟแปดริ้ว ซึ่งมีพื้นที่ กว่า 40 ไร่ โดยขณะนั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา  ได้สิทธิ์ในการเช่าเต็มพื้นที่ ส่งให้ชุมชนตลาดบ่อบัว  ชาวบ้านจำนวนกว่า 300 ครอบครัว กลายเป็นผู้บุกรุกโดยทันที ขณะเดียวกันทาง ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ได้ดำเนินการฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเสียหาย จากชาวบ้าน จำนวน 11 ราย  จนกระทั่งชาวบ้านเกิดการรวมตัวขึ้น เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกับหน่วยงานของรัฐ ทั้งเจรจากับกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ ไม่เป็นผล ชาวบ้านจึงเข้ายื่นฎีกา ต่อสำนักราชเลขาธิการ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2539 เรื่องขอพระราชทานความเป็นธรรมเกี่ยวกับที่ดินที่อยู่อาศัย จึงเกิดการประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อยุติและคลี่คลายปัญหา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2543 ที่ประชุมมีมติ ยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารบริเวณย่านสถานีแปดริ้ว ระหว่างการรถไฟแห่งฯ กับห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อบัวพัฒนา และให้การรถไฟฯ เข้าดำเนินการเองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพื้นที่  จนกระทั่ง ปี 2547 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ได้ร้องขอความเป็นธรรมให้โอกาสกับห้างฯ ได้รับสิทธิ์การเช่าที่ดินต่อไป จนเป็น มติที่ประชุม คณะกรรมการการรถไฟฯ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2547 ว่า ให้ทางห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ชำระเงินส่วนที่ค้างกับการรถไฟจนครบถ้วน และให้ห้างดำเนินการต่อไปบนพื้นที่ ที่เหลือจากเทศบาลเมือง ฉะเชิงเทราเช่า จัดทำที่อยู่อาศัยและตลาด และให้ทางห้างดำเนินการถอนฟ้องคดีที่ฟ้องร้องผู้บุกรุกอยู่ในศาลทั้งหมด

ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทางเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จะดำเนินการเช่าที่ดิน เพื่อจัดทำที่อยู่อาศัย และตลาดให้ ทำให้ชาวบ้านขาดการรวมตัว ไม่ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ความไม่ไว้วางใจ ความไม่เชื่อมั่นในการรวมกลุ่ม ทางชุมชนเกิดความขัดแย้ง ออกเป็นสองกลุ่ม  กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆจากทางเทศบาลเลย จนกลายเป็นโอกาสของกลุ่มนายทุน ขอเช่าที่กับการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อปี 2554 พร้อมกับรื้อคดีเก่าฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเสียหายจากชาวบ้าน เกิดการข่มขู่ คุกคาม จากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว บางหลังต้องรื้อเพราะกลัวถูกดำนินคดี บางหลังต้องปิดบ้าน ไปอยู่ที่อื่น ใช้เครื่องจักรหนัก เข้าพื้นที่ เพื่อปรับที่ ถมดิน ล้อมบ้านชาวบ้าน ที่อยู่ในบริเวณที่ทางห้างฯ ได้อ้างว่าได้เช่าที่กับการรถไฟฯแล้ว โดยข้อเท็จจริงบริเวณที่ห้างฯอ้าง นั้นยังไม่มีการรังวัด หรือมอบพื้นที่จากการรถไฟฯแต่อย่างใด

ชาวบ้านจึงรวมตัวอีกครั้งเพื่อต่อสู้แก้ไขปัญหาของตนเอง มีการประสานงานกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค เพื่อขอคำแนะนำ คิดค้นแนวทางการต่อสู้  เกิดการเจรจาร่วมกับการรถไฟฯ และกระทรวงคมนาคม หลายครั้ง จนสามารถหยุดการไล่รื้อได้ในระดับหนึ่ง และทางห้างฯ ได้หยุดการดำเนินการปรับพื้นที่ ถมดิน เพื่อรอการเจรจาแก้ไขปัญหา จากการประชุมระดับกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีประชุมครั้งแรกในวันที่ 5 ก.พ. 2558 โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม เป็นประธาน  ผลการประชุม เฉพาะหน้า ให้การรถไฟฯ ซึ่งเป็นโจทย์ ร่วม กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ให้ชะลอการบังคับคดี ทั้งหมด และให้มีการประชุมร่วมกัน ระหว่าง ผู้แทนชาวบ้าน การรถไฟ ห้างหุ้นส่วน เทศบาล เพื่อหาทางออกและแนวทางแก้ไข แต่เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.พ. 2558 กรมบังคับดีพร้อมด้วย คนงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดบ่อบัวพัฒนา เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ  เข้าทำการรื้อถอน บ้านสมาชิก ชุมชนตลาดบ่อบัว โดยไม่ฟังคำทักท้วง ของชาวบ้าน ขอให้ชะลอการบังคับคดี ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการหาทางออกร่วมกัน 

 
โดยชาวบ้านได้เสนอข้อเสนอในแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนตลาดบ่อบัว จ. ฉะเชิงเทรา ดังนี้
 
1. ขอให้กระทรวงคมนาคม ช่วยเจรจากับห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อบัวพัฒนา ให้หยุดการดำเนินการ ปรับพื้นที่ ถมดิน ซึ่งส่งผลกระทบกับชาวบ้าน และ ชะลอ การบังคับคดี ชาวบ้านในชุมชนจำนวน 11 ราย รื้อย้ายออกจากพื้นที่ไว้ก่อน และจนกว่าจะได้ข้อยุติในการหาทางออกร่วมกัน ในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง
 
2. ให้กระทรวงคมนาคม จัดแบ่งพื้นที่จำนวน 21,021 ตารางเมตร (13.13ไร่) ที่เคยให้เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดทำโครงการที่อยู่อาศัย และตลาด มาให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และชุมชนตลาดบ่อบัว เช่า เพื่อจัดทำโครงการที่อยู่อาศัย และตลาดแทน ตามมติ
 
หมายเหตุ : มีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2558 เวลา 11.12 น.
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์