นิธิ เอียวศรีวงศ์: เอกเขนกเล่าความเห็นหลังฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์

องอาจ เดชา สัมภาษณ์นิธิ เอียวศรีวงศ์ กรณีนักศึกษาเสียดสีการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ “มันมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีมานานแล้ว ที่มีความรู้สึกว่ามันต้องพยายามแสวงหาสิทธิเสรีภาพ ในท่ามกลางระบอบที่เราเผชิญอยู่”

สัมภาษณ์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่สนามศุภชลาศัย มีการจัดงานฟุตบอลเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 และกิจกรรมที่ทุกคนให้ความสนใจ ก็คือการแปรอักษร และขบวนพาเหรดล้อเลียนการเมือง ซึ่งจัดให้มีขึ้นกันทุกปี

โดยในปีนี้กลุ่มอิสระล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้จัดขบวนล้อการเมือง เมื่อเข้าสู่สนาม นักศึกษาบางส่วนได้กางป้ายผ้าผืนใหม่ที่จัดเตรียมมาอีกซึ่งมีข้อความเสียดสีการเมือง นอกจากนี้บรรดาหุ่นที่หามมานั้นก็มีการแกะกระดาษออกทำให้ข้อความและเรื่องราวเปลี่ยนไป เช่น ภาพคุณครูสอนเรื่องค่านิยม 12 ประการบนกระดานดำ ก็กลายเป็น คำว่า “ประชาธิปไตย” ที่ถูกขีดฆ่า ส่วนหุ่นคนปิดใบหน้าที่นักศึกษาระบุว่าเป็นกลุ่ม IS ก็กลายเป็นรูป พล.อ.ประยุทธ์ หรือ ภาพทีวีที่เป็นจอดำ ก็ถูกแกะออกกลายเป็น ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ กับฉากหลังเหล่าเทเลทับบี้ นอกจากนี้ยังมีข้อความแปรอักษรบนอัฒจันทร์ เป็นต้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) http://prachatai.org/journal/2015/02/57819

 

มีมุมมองความเห็นกับกิจกรรมนักศึกษาในครั้งนี้อย่างไรบ้าง?

ได้เห็นภาพได้รู้ข่าวก็จากอินเทอร์เน็ตที่เพื่อนๆ เอามาให้ดูนี่แหละ แต่สิ่งที่น่าสนใจเมื่อวันที่ 7 ก.พ.นั้น ก็คือ ที่ผ่านมา มันมีกลุ่มคน กลุ่มหนึ่งซึ่งมีมานานแล้ว ที่มีความรู้สึกว่ามันต้องพยายามแสวงหาสิทธิเสรีภาพ ในท่ามกลางระบอบที่เราเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ แต่การแปรอักษรของนักศึกษาธรรมศาสตร์ ที่น่าสนใจก็คือ มันมีการทำโดยคนกลุ่มเล็กๆ นั้นไม่ได้

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ปรากฎการณ์ทำกันในวันนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า ยังมีกลุ่มนักศึกษาที่จำนวนมากเป็นกอบเป็นกำในการเข้ามาร่วมมือกันทำ เช่น แปรอักษร เป็นต้น เพราะการแปรอักษรนั้นมันต้องใช้คนเป็นจำนวนมาก และต้องทำตัวพล็อต ตัวโค้ดทั้งหลาย รวมทั้งคนที่ให้สัญญาณอื่นๆ รวมทั้งนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังชูข้อความอะไรอยู่ ฉะนั้น มันมโหฬารเป็นอย่างมากเลยนะ มันแสดงให้เราเห็นว่า จำนวนนักศึกษาที่เรามองกันว่ามีการเคลื่อนไหว เมื่อก่อนมันมีจำนวนเล็กน้อย ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ แต่มันสอดคล้องกับความคิด ความรู้สึกของนักศึกษาอีกจำนวนมากมาย

ภาพกิจกรรมนักศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง ?

เพราะฉะนั้น การแสดงออกของนักศึกษาธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ มันทำให้เราเห็นว่า นี่จะเป็นสิ่งสะท้อนอะไรบางอย่าง และอาจเป็นตัวจุดประกายความรู้สึกนึกคิดขยายไปในสถาบันการศึกษา ไปยังกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อไปด้วย โดยเฉพาะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี่แหละ

อยากให้มองถึง รัฐบาลประยุทธ์ กับการนับถอยหลังไปถึงวันเลือกตั้ง ?

คิดว่าเขาคงจะยอมถอยยากหน่อย ตัวเขาอาจจะบอกว่าโอเค ผมเสียสละ แต่คนอื่นๆ เขาไม่ได้พร้อมจะเสียสละไปพร้อมกับคุณนี่ ดังนั้น พรรคพวกคุณที่มาหนุนคุณประมาณสองสามร้อยคนที่เข้าไปนั่งชูหน้าสลอนกันอยู่ทุกวันนี้ มันหงายหลังตึงหมดเลยนะ ถ้าเกิดคุณคืน ฉะนั้น ไอ้การที่คุณไม่คืนนั้น ผมก็เข้าใจว่าทำไมคุณคุณคืนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคุณเห็นแก่ตัวนะ แต่ว่ามนุษย์เรามันมีเครือข่าย มีพรรคพวก แล้วเราจะไปตัดสินใจโดยไม่ต้องคิดไปถึงอนาคตของพรรคพวก มันก็เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น ผมจึงเข้าใจเขา ว่าทำไมคุณถึงคืนไม่ได้ แต่ก็จริงดังว่า ถ้าหากเขาคืนอำนาจนั้นโดยเร็วที่สุดได้ ก็ย่อมดี แต่ผมดูแล้วว่ามันคงยากมาก

ณ เวลานี้ ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงเห็นดีเห็นงามกับรัฐประหาร และการเข้ามาเป็นรัฐบาลในครั้งนี้ ?

จริงๆ ถ้าอยากเห็นอนาคตของประเทศไทยในวันนี้ สมมติว่าถ้าเกิดสมาชิก สนช. โดนอีโบลาไปทั้งสามร้อยคน ถามว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ไหม ก็ไปต่อได้ แต่ก็นั่นแหละ ยังไงเราไม่เหลือทางออก มันยังคงวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวพอมีการเลือกตั้ง ต่อไปเราก็ยังมีนักการเมืองชุดเดิมๆ เข้ามาเหมือนเดิม ถามว่าอยากให้มีการเลือกตั้งไหม ผมก็อยากให้มีการเลือกตั้ง แต่ผมก็เชื่อว่า หลังมีการเลือกตั้ง ก็คงจะมีประชาชนที่จำนวนมากพอสมควร ที่ไม่พอใจกับการเลือกตั้ง ฉะนั้น รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ทำอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่หรอก เดี๋ยวก็ล้มกันใหม่อีก

เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าทางออก จะออกแบบ คสช. จะออกก็ออกไม่ได้ เพราะผมเชื่อว่าทางของคุณกำลังตัน เลยออกไม่ได้ จะออกทางที่เป็นประชาธิปไตยก็ไม่ได้ เดินไปยังไงก็ไม่มีทางออก สังคมเราตอนนี้กำลังมาถึงทางตัน คือสังคมไทยไม่สามารถรวมตัวกันได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว แม้แต่พรรคเพื่อไทย ถามว่า ถ้ามีการเลือกตั้งแล้ว ได้พรรคเพื่อไทยเข้ามาอีก เราพอใจไหม เราก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะเราไม่ได้พอใจพรรคเพื่อไทยขนาดนั้น เป็นแต่เพียงว่า พรรคเพื่อไทย ก็ยังดีกว่ารัฐประหาร ยังดีกว่ารัฐบาลเผด็จการ แต่ถ้าจะเป็นประชาธิปไตย แล้วเราได้แค่พรรคเพื่อไทย มันก็น่าเศร้านะ ที่สำคัญ สังคมไทยเราต่างหาก ที่เราต้องหันมาทบทวนกันใหม่แล้วว่า ที่ผ่านมา สังคมเราคงบกพร่องกันหลายๆ เรื่องด้วยกัน ที่ทำให้เราต้องมีนักการเมืองแบบนี้ มีทหารแบบนี้ มีผู้มีอำนาจแบบนี้

ระบบการศึกษา ก็มีส่วนที่ทำให้สังคมไทยเป็นไปแบบนี้ ?

โอ้ มากเลยแหละ ที่ผ่านมา เราทำร้ายอนาคตชาติบ้านเมือง เพราะระบบการศึกษาแบบนี้

เหมือนอย่างเช่น กรณี ค่านิยม 12 ประการ?

ใช่ นั่นมันก็ชี้ให้เราเห็นชัดเลยว่า กลุ่มคนเหล่านี้คิดและต้องการอะไร กลับย้อนไปหาค่านิยมที่มันเก่าแก่ และมันก็มีความหมายไม่ตรงกับคุณ เพราะคำว่า รักชาติ นี่มันแปลว่าอะไร ยกตัวอย่าง ทหารก็รักชาติอย่างหนึ่ง พวกเสื้อแดงก็รักชาติอย่างหนึ่ง ก็รักเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่ได้รักแบบคุณ อย่างนี้เป็นต้น คือมันเต็มไปด้วยปัญหา แต่คุณก็ไม่เข้าใจว่าปัญหาอะไรที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ จริงๆ แล้ว ไม่ใช่คนไทยละทิ้งค่านิยม แต่ผมคิดว่าคนไทยกำลังให้ความหมายกับค่านิยมที่แตกต่างกันออกไป เพราะยุคสมัย สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว คนจำนวนหนึ่งต้องการไปเล่นหุ้น เข้าไปปั่นหุ้น สามวันปล่อย แล้วได้กำไรทีเป็นล้านๆ บาทเนี่ย ไม่เป็นไร

แต่คนอีกจำนวนหนึ่ง ก็คิดว่า เฮ้ย ไอ้นี่มันหมุนเงินแล้วเอาเข้ากระเป๋ามันท่าเดียวนี่ ถูกไหม ฉะนั้น มันต้องมีอะไรผิดซักอย่างแน่เลยในระบบ เพราะถ้าเกิดเงินมันหมุนไปเข้ากระเป๋าคุณทุกที ยกตัวอย่าง คนอย่างคุณเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) ก็ได้ คุณเปรมก็มองไม่เห็นหรอกว่า ไอ้การที่เล่นหุ้นแบบนี้ หรือยกตัวอย่าง เจ้าของบริษัทใหญ่ๆ อย่างซีพี ด้วยก็ได้ และไอ้การทุจริตคดโกงนั้น พวกคุณก็นิยามกันอย่างหนึ่ง คนเสื้อแดงก็นิยามกันอีกอย่างหนึ่ง มันก็ไม่เหมือนกันใช่ไหม.

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น