ขาหุ้นปฏิรูปฯ จี้ คสช.เปิดสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม 20 รอบก่อนเดินหน้ารอบ 21

(แฟ้มภาพ)

16 ก.พ.2558 น.พ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องให้มีการเปิดสัญญาสัมทปานปิโตรเลียมฉบับก่อนๆ ก่อนเดินหน้าหรือยุติการให้สัมปทานรอบที่ 21
 

จดหมายเปิดผนึก

จาก 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่เคยถูกควบคุมตัวในค่ายเสนาณรงค์ถึงหัวหน้า คสช.

                                                                                              หน้าค่ายเสนาณรงค์ จังหวัดสงขลา

                                                                       15 กุมภาพันธ์ 2557

เรื่อง ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ให้เปิดเผยสัญญาสัมปทานทั้ง 20 รอบที่ผ่านมา เพื่อการศึกษาที่รัดกุมและโปร่งใสก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือยุติสัมปทานครั้งที่ 21 

เรียน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)
 

สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลมีจุดยืนที่ยืนยันจะให้มีการเดินหน้าการให้สัมปทานครั้งที่ 21 ทั้งๆ ที่มีเสียงคัดค้านและไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง ทั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กลุ่มคลังสมอง วปอ.นักวิชาการ ปัญญาชน ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน และประชาชนอีกหลากหลายกลุ่มอาชีพ

ในฐานะที่กลุ่ม 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน ที่เคยถูกควบคุมตัวที่ค่ายเสนาณรงค์นาน 5 วัน เมื่อวันที่ 20-24 สิงหาคม 2557 ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับนายทหารระดับสูงหลายท่าน ซึ่งต่างก็มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า หัวหน้าคณะ คสช.นั้นมีจุดยืนเพื่อชาติเพื่อประชาชน ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่การตัดสินใจที่ผิดพลาดนั้น อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มเทรคโนเครตทุนพลังงานที่ให้ข้อมูลอันไม่ครบถ้วนหรือเจตนาบิดเบือนเพื่อใช้รัฐบาลเป็นเครื่องมือ จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าสัมปทาน โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านที่เห็นว่าระบบการแบ่งปันผลผลิตจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากกว่า และไม่เป็นการสูญเสียอธิปไตยบนดินแดนไทยให้กับบริษัทผู้ได้รับสัมปทานเช่นอดีตที่ผ่านมา

11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่เคยถูกควบคุมตัวในค่ายเสนาณรงค์ จึงขอเรียกร้องต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเสนอทางออกดังนี้

1. ขอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจในกฎอัยการศึก สั่งให้กระทรวงพลังงานนำสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมทั้ง 20 รอบที่ผ่านมา เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

2. ขอให้หัวหน้า คสช. ตั้งคณะกรรมการร่วมหลายฝ่ายเพื่อศึกษาสัญญาสัมปทานทั้งหมดในอดีต เปรียบเทียบกับหากใช้วิธีการแบ่งปันผลผลิต เมื่อผลการศึกษาชัดเจนแล้ว จึงค่อยตัดสินใจเดินหน้าสัมปทาน หรือยกเลิกแล้วหันมาใช้ระบบการแบ่งผันผลผลิต

ทาง 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานเชื่อว่า วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การตัดสินในด้านอธิปไตยด้านพลังงานของชาติครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่มีข้อเท็จจริงที่สาธารณชนยอมรับ ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจเด็ดขาดที่เป็นที่คลางแคลงใจของประชาชน

                                                           ด้วยความเคารพอย่างสูง

                                                        นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

                            และคณะ 11 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานที่เคยถูกควบคุมตัวที่ตัวที่ค่ายเสนาณรงค์

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์