กสม. สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก

20 ก.พ. 2558  นางวิสา เบ็ญจะมโน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล กล่าวว่า ตามที่ได้ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า สนช. ได้บรรจุ เรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยเรื่องสื่อลามกอนาจารในเด็กและคุ้มครองเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ให้เพิ่มนิยามสื่อลามกอนาจารเด็ก และการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิดทางกฎหมาย มีบทลงโทษ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กในระดับโลกให้เป็นวาระการพิจารณาด่วนในการประชุม สนช. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 นั้น
          
นางวิสากล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาของ สนช. ในประเด็นทั้งสองประการนี้ สอดคล้องกับข้อกำหนดของพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง การขายเด็ก การค้าประเวณีเด็กและสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก (Optional Protocol to the Convention on the Right of the Child on the Sale of Children, Child Prostitution and Child Pornography) ซึ่งประเทศไทยได้ให้คำรับรองผูกพันว่าจะดำเนินการ โดยในพิธีสารเลือกรับดังกล่าวได้ระบุข้อห่วงกังวลในเรื่องการมีสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็กเพิ่มมากขึ้นในอินเตอร์เน็ต และวิทยาการที่พัฒนาเกิดขึ้นใหม่อื่นๆ  และกล่าวถึงข้อสรุปของการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการปราบปรามสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็กในอินเตอร์เน็ต ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา เมื่อปี 1999 ที่ให้ถือว่า การผลิต การแจกจ่าย การส่งออก การส่งต่อ การนำเข้า การมีไว้ในครอบครองโดยเจตนาและการโฆษณาสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็กเป็นความผิดทางอาญา
          
ในพิธีสารเลือกรับยังระบุว่า รัฐภาคีควรพิจารณาถึงพฤติกรรมทางเพศที่ขาดความรับผิดชอบทางเพศของผู้ใหญ่ที่เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก ตลอดจนต้องยกระดับความตระหนักของสาธารณชนว่าควรต้องลดอุปสงค์ของผู้บริโภคในสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก และต้องให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายภายในของแต่ละประเทศให้ดีขึ้น
         
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้รัฐภาคีแต่ละรัฐจะต้องประกันว่า อย่างน้อยการกระทำและกิจกรรม การผลิต การแจกจ่าย การเผยแพร่ การนำเข้า การส่งออก การขาย หรือการครอบครองเพื่อความมุ่งประสงค์ดังกล่าว ซึ่งสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก อยู่ภายใต้กฎหมายอาญาหรือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าความผิดทั้งหลายเช่นว่านั้นจะกระทำภายในประเทศหรือข้ามชาติ หรือกระทำในลักษณะส่วนบุคคลหรือในลักษณะจัดตั้งเป็นองค์กร (คำนิยามของคำว่า สื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็กว่า หมายถึง การนำเสนอใด โดยวิธีการใดก็ตามที่เด็กเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมทางเพศอย่างชัดแจ้ง ทั้งที่เป็นจริงหรือจำลองขึ้น หรือการนำเสนออวัยวะส่วนใดในทางเพศของเด็ก เพื่อความมุ่งประสงค์หลักในทางเพศ)
          
นางวิสาสรุปย้ำว่า ผลของการออกกฎหมายดังกล่าวจะกำจัดสื่อลามกอนาจารเด็กและลงโทษผู้ละเมิด จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวและขอชื่นชม สนช. ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้อง คุ้มครองสิทธิเด็ก ซึ่งต้องการการปกป้องคุ้มครองมากกว่าคนทั่วไปรวมถึงต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ และต้องยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์