กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเคาะ 200 ส.ว. มาจากสรรหา

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่เกิน 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม หรือการสรรหา จากบุคคล 5 กลุ่ม และดำรงตำแหน่งวาระ 6 ปี ห้ามต่อกัน 2 วาระ

25 ก.พ.2558 การประชุมนอกสถานที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง ในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี หมวด 3 รัฐสภา

โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช  ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า  ในช่วงบ่ายวันนี้ (25 ก.พ.58)เป็นการพิจารณาในส่วนของวุฒิสภา ซึ่งที่ประชุมกำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่เกิน 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม หรือการสรรหา จากบุคคล ประกอบด้วย

1. ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฏีกา ไม่เกิน 10 คน 

2. ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า  ข้าราชการฝ่ายทหาร ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ผู้บัญชาการเหล่าทัพ  พนักงานของรัฐในรัฐวิสาหกิจ  องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ประเภทละไม่เกิน 10 คน แต่ต้องไม่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

3. ผู้แทนองค์กรวิชาชีพหรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.จำนวนไม่เกิน 10 คน 

4. องค์กรด้านต่างๆ เช่น เกษตรกรรม แรงงาน วิชาการ ชุมชน ท้องถิ่น จำนวนไม่เกิน 50 คน และ

5. ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านต่างๆ เช่น การเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ไม่เกิน 100 คน  

โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาบุคคลด้านต่างๆ ทำหน้าที่สรรหาบุคคลจำนวนสองเท่าของจำนวนที่กำหนด หรือ 200 คน เพื่อให้สมัชชาพลเมือง ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น คัดเลือกให้เหลือ 100 คน  นอกจากนี้ สมาชิกวุฒิสภาต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ไม่ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภายในเวลา 2 ปี ก่อนเข้ารับตำแหน่ง และจะไปดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่ได้เช่นกัน หากยังไม่พ้นจากวาระไม่เกิน 2 ปี โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันสองวาระไม่ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ซึ่งมาจากการเลือกกันเองขององค์กร กมธ.ได้ตัดด้านสื่อสารมวลชนออก เนื่องจากเห็นว่า สื่อมวลชนควรมีความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง และเพื่อให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีอิสระไม่ถูกครอบง่ำจากนักการเมือง โดยการเสนอตัดในส่วนนี้ออกได้มีการหารือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ กรรมาธิการยกร่างฯ จะพิจารณาต่อในส่วนของคณะรัฐมนตรี

 

ที่มา : ข่าวรัฐสภา

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์