'ประยุทธ์' จี้ ขรก.เพิ่มประสิทธิภาพ เร่งรัดเบิกจ่ายงบ 5 ด้าน

คืนความสุขให้คนในชาติ 'ประยุทธ์' ระบุรัฐบาลกำลังเร่งรัดเบิกจ่ายงบ 5 ด้าน เดินหน้าโซนนิ่งเกษตรกรรม ยืนยันไม่ปรับ ครม.เหตุไว้ใจบุคคลที่เชิญมาร่วมงาน ย้ำข้าราชการดูงานต่างประเทศเท่าที่จำเป็น

 

6 มี.ค. 2558 เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ดังนี้

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. 2558

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีนั้น เป็นวันสตรีสากล คนไทยนั้นไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนา หรืออาชีพใดนะครับ คงจะต้องร่วมเฉลิมฉลองความเสมอภาคและแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันในสังคม ในปีนี้จะตรงกับวันอาทิตย์ที่จะถึงนะครับ ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะมุ่งให้เห็นความสำคัญของสุภาพสตรีมาโดยตลอด รวมถึงได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ ที่เรียกว่า กสส. นะครับ ขึ้นเป็นทางการเพื่อจะส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในสังคม ให้ระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนาครับ ในโลกยุคใหม่นั้นให้ความสำคัญและยอมรับผู้หญิงมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงในปัจจุบันมีบทบาทอย่างแพร่หลายต่อการขับเคลื่อนของสังคม

ผมขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ บทบาทของสตรีในสังคมไทยให้มากขึ้นนะครับ หลายท่านเห็นได้ว่ามีศักยภาพ จนเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ปีนี้ครบรอบ 20 ปี ของการรับรองปฏิญญาและแผนปฏิบัติการเพื่อความก้าวหน้าของสตรีที่มุ่งเน้น ในเรื่องของการไม่เลือกปฏิบัติต่อสตรี การขจัดสิ่งกีดกั้นการสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย ที่สตรีในประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ อาทิ  ความใช้ความรุนแรง การเข้าถึงบริการด้านการศึกษาและด้านสุขภาพ นอกจากนั้นแล้ว รัฐบาลเรายังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้หญิงที่ถูกหลอกลวง การค้ามนุษย์ และโสเภณี ต่างๆ ด้วยนะครับ ในเรื่องของการรณรงค์การลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ นี่ก็รวมด้วยนะครับว่าจะต้องไม่รบกวนผู้อื่น ทั้งผู้หญิง และเด็ก และการเปิดกว้างด้านความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย เพื่อการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ครับ

ข่าวดีสื่อนอกยกไทยทุกข์น้อยจากภาวะศก.

ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีข่าวดีๆ ในเรื่องความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในมุมมองของสื่อต่างประเทศชั้นนำ  อย่าง บลูมเบอร์กส์ (Bloomberg) นะครับ ที่จัดอันดับเปรียบเทียบประเทศที่มีความทุกข์ในเชิงเศรษฐกิจจากการทำ The Misery Index ปี 2015 ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์น้อยที่สุดในโลก ก็น่ายินดีนะครับ จากการวิเคราะห์ตัวเลขเชิงเศรษฐกิจ เนื่องจาก ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยสิ้นปี 2557 นั้น อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.56% นะครับลดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 มีอัตราการว่างงานอยู่ที่  5.73%  อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อของไทย ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ  โดยปัจจัย 2 ด้านนี้ทาง บลูมเบอร์กส์(Bloomberg) มองว่า เป็นปัจจัยหลักในการวัดระดับความทุกข์ของประชาชนนะครับ เราก็เป็นอย่างนี้ทั้งโลกนะ อันนี้เราเป็นอันดับ 1 เลยนะครับ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณสื่อไทยบางสื่อด้วย ที่มีการหยิบยกเรื่องดีๆ มานำเสนอให้ได้รับรู้ อย่างในเรื่องของการวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นกลาง  ไม่ใช่นำเสนอแต่ด้านลบอย่างเดียว

อะไรที่มันน้อยลง ลดลงอะไรทำนองนี้ มันก็เป็นด้วยกันทั้งหมดนะครับ ทั้งในอาเซียน ทั้งในประชาคมโลกอื่นๆ ด้วย แต่ส่วนที่เรายังดีอยู่ก็มีเยอะแยะไปนะครับ หากว่าเราได้มีการนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านรอบๆบ้านเรา มาเทียบเคียงกับของประเทศไทยด้วย จริงๆ แล้วเราก็จะรู้ว่าประเทศไทยนั้น ยังมีการเติบโตและมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ นะครับ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็รับทราบปัญหาในห้วงที่ผ่านมานะครับว่ามันส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบัน เพราะงั้นเราก็ต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่เป็นโอกาสแรกเลยนะครับเพราะว่าถือเป็นความเดือดร้อนของประชาชนก็ต้องดูหลายๆ มิติด้วยนะครับ ในสัปดาห์นี้ มีเรื่องที่จะเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบถึงการขับเคลื่อนงานสำคัญของรัฐบาล ดังนี้

เร่งรัดเบิกจ่ายงบ 5 ด้าน

เรื่องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เราได้วางแผนงบประมาณใหม่นะครับได้มีการกำหนดมาตรการการเบิกจ่ายเพิ่มเติมในรัฐบาลนี้แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งหมด เพื่อเน้นถึงความทั่วถึง เท่าเทียม โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เราได้เริ่มมา 4 ด้าน ด้วยกันในการจัดทำงบประมาณปี 58 นี้นะครับ ก็คือ

1) มีการระบุโครงการที่ชัดเจน ตั้งแต่ในขั้นตอนกระบวนการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2558  ซึ่งรวมถึงการระบุโครงการในส่วนของท้องถิ่น ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการทำมาก่อน ทั้งนี้เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงให้นำเม็ดเงินเข้าสู่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ

2) ก็คือการตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณที่สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายทั้งปี สูงขึ้นถึง 92% นะครับ เพื่อจะเป็นการกระตุ้นทุกภาคส่วนให้เร่งเบิกจ่าย ณ.สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไปนะครับ มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 42.55% และคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายของไตรมาส 2 ที่ 55% นะครับ

3) มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อให้มีการอนุมัติงบประมาณในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วมีการตรวจสอบและรับผิดชอบการเบิกจ่ายโครงการต่างๆ

4) มีมาตรการดูแลการจ้างงาน ช่วยเหลือคนในท้องถิ่น รวมถึงเกษตรกร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน กระตุ้นให้งบประมาณลงสู่ประชาชนในภูมิภาคโดยตรงนะครับ ส่วนปัญหาการเบิกจ่ายที่ยังล่าช้านั้น  ผมได้สั่งการและกำชับให้กระทรวง มหาดไทย กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้หาทางลดระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณ แต่ต้องโปร่งใสนะครับ และอนุมัติโครงการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการเร่งรัดติดตาม กำกับดูแล ซึ่งทุกฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ครับ

ส่งเสริม SMEs ทั่วประเทศ

ในเรื่องการส่งเสริม SMEs, OTOP ฯลฯ ใน กทม.ในต่างจังหวัด ในท้องถิ่น ทั้งหมดนะครับ ผมได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ในห้วงวันอังคารที่ผ่านมา ให้มีการส่งเสริมให้เกิด “เถ้าแก่น้อย” นะครับ รายใหม่ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างในการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้มีศักยภาพขึ้นในประเทศ เพื่อจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ โดยให้ สสว. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง จัดทำเป้าหมายกิจการที่ควรสนับสนุนร่วมกันนะครับ จังหวัด ละ 4-5 อย่างนะครับ เราจะมาจัดระเบียบ แล้วหาเงินสนับสนุนให้

ก็ขอความร่วมมือด้วยนะครับให้ขึ้นทะเบียนในกิจการที่ท่านต้องการนะครับ กิจกรรมหรือกิจการใดๆ ก็ตามที่ท่านต้องการให้เราส่งเสริม มันจะได้เร็วขึ้น ถ้ามัวแต่เสนอผ่านตามขั้นตอนมันเสียเวลา มันช้าเราต้องเร่งรัดให้ได้โดยเร็ว ภายใน  1 เดือนนี้นะครับ กิจการ SMEs/OTOP ในแต่ละจังหวัดคิดว่ามีตลาดจริงๆ นะครับ แล้วมีผลผลิตที่ออกมา สามารถทำได้ถ้าเขาสั่งเป็นจำนวนมากเหล่านี้พร้อมที่จะช่วยเหลือนะครับ ได้ตรงตามเป้าหมายครับและก็รวดเร็วด้วย

ในเรื่องของการส่งเสริมเงินลงทุนจากภาครัฐก็มีหลายอย่างด้วยกัน ทั้งส่วนของ สสว. ส่วนของกระทรวงทบวงกรมแล้วเราให้มีการทำ การลงทุนสาธารณะ เพิ่มขึ้นนะครับ Crowd Funding  เพื่อจะเชื่อมโยงความร่วมมือด้านตลาดทุน, ตลาดหลักทรัพย์,  ธนาคารรัฐ  ให้กระทรวงการคลังดำเนินนโยบายเพื่อให้เกิดกองทุนVenture Capital เพื่อส่งเสริมการลงทุนต่างๆ  โดยเฉพาะการช่วยเหลือSMEs นะครับ  กองทุนร่วมลงทุนใน SMEs ทีเราเรียกว่า SMEs Private Equity Trust Fund นะครับ ก็จะเร่งดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็วนะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเข้าร่วมลงทุนในกิจการ โดยเฉพาะสินค้านวัตกรรมต่างๆ  สร้างให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในประเทศนะครับอันนี้ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้ามาร่วมด้วยนะครับ

เดินหน้าโซนนิ่งเกษตรกรรม

เรื่องการโซนนิ่ง พื้นที่เกษตรกรรม พูดกันมาเยอะแล้วหลายรัฐบาลแล้วยังไม่เคยทำได้ วันนี้เราต้องริเริ่มให้ได้ แล้วก็ดำเนินการให้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมนะครับบางส่วน ในพื้นที่ด้านการเกษตรแต่ละจังหวัด จะต้องมีการเกื้อกูลระหว่างกันเพราะว่า ตรงไหนมีน้ำก็ปลูกข้าวได้ ปลูกพืชใช้น้ำมากได้นะครับ หลายๆครั้ง ตรงไหนไม่มีน้ำ เราอาจจะส่งเสริมเป็นแหล่งผลิตพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือทำปุ๋ยอินทรีย์ ก็ต้องส่งเสริมไป แล้วไปชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาให้ชัดเจนขึ้นว่า ทำต่อไปก็เสียหาย ทำต่อไปก็ไม่ได้กำไร ขาดทุนตลอด ถ้ามันเกื้อกูลกันได้ ตรงนี้น้ำมาก ตรงนี้น้ำน้อย น้ำน้อยก็ทำปุ๋ย ตรงไหนน้ำมากก็ให้เขาทำไป เราก็ได้ราคาค่าปุ๋ยมา ดีกว่าที่จะไปทำข้าว แล้วก็ตาย ขาดทุน หรือปลูกพืชที่มันขาดทุนนะครับ ก็ให้กระทรวงเกษตร มหาดไทย ช่วยไปดูแลให้มันชัดเจนขึ้นนะ ผ่านสหกรณ์ชุมชนต่างๆ  กลุ่มเกษตรกร

ทุกคนต้องช่วยกันทำความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันเราก็ไม่อยากบังคับท่านนะครับ แต่ขอให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เกษตร ชลประทาน มหาดไทย นะครับ

สิ่งที่ผมอยากให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นก็คือข้อมูลให้ประชาชนทราบ วันนี้ราชการทราบอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ประชาชนต้องทราบด้วยว่าเอ๊ะ ที่บ้านเราอยู่นี่ มีน้ำเพียงพอไหม ชลประทานจะมีโอกาสมาถึงได้หรือเปล่า ไฟฟ้าจะมาได้อย่างไร แล้วก็ในเรื่องของน้ำใต้ดินมันมีหรือเปล่า สภาพดินเป็นอย่างไร ปลูกพืชมันเหมาะสมกับอะไร ต้องฟังนะครับ

อันนี้ผมให้ทำเป็น APP เข้าไปในโทรศัพท์ด้วย ผมว่ามาดูเรื่องเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์นะครับ ทุกกระทรวงจะใส่เข้าไปด้วยทั้งหมด เป็นความรู้เพื่อประชาชนนะครับ อันนี้ก็สั่งการไปแล้ว ขอให้ติดตามเรื่องนี้ด้วยนะครับ ก็ขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้เร่งขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนนะครับ ไม่ใช่เป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเดียว ผมอยากให้เป็นการ ให้ความรู้ประชาชน เพื่อจะประกอบอาชีพได้ถูกต้องจะทำยังไง ควรจะเป็นอย่างไร นะครับ มันจะได้อธิบายกัน ไม่ต้องซ้ำแบบที่ผมต้องพูดทุกอาทิตย์นี่นะ

ส่งเสริมสัญจรทางน้ำ ชู"กอนโดลา”เมืองไทย

เรื่องการสัญจรทางน้ำวันนี้เรามีแม่น้ำ ลำคลอง มากมายนะครับ รัฐบาลก็จะส่งเสริมการสัญจรทางน้ำให้มากขึ้น ถนนบางครั้งเราก็สร้างไม่ไหว 1 ทุนแพงขึ้น 2 มันไปขวางเส้นทางน้ำ แล้วก็มีการ ต้องทำ EIA อะไรต่างๆ มันก็ไม่ผ่านอีก ประชาชนก็ไม่เห็นชอบ เหล่านี้ ก็น่าจะต้องไปพัฒนาการสัญจรทางน้ำให้มากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะคลองแม่น้ำ ที่มันผ่านในเมืองสำคัญ ๆ นั้นก็น่าจะพัฒนาให้มีทางสัญจรเพิ่มขึ้นนะครับเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร การลงทุนในเรื่องของถนน สะพานต่างๆ นะครับ

เช่น ถ้าในเมืองก็เป็นเรือพาย เรือจ้าง ไม่มีเครื่องยนต์นะครับ สำหรับรับส่งคนและก็ท่องเที่ยวด้วยนะครับ  ส่งเสริมการท่องเที่ยว อาจจะเป็นที่ผมเคยเรียกไว้ว่า Gondola เมืองไทยยังไงล่ะ ก็เอาเรือจ้างมาทำสวย ๆ นะครับในพื้นที่ตอนในนครับเสียงไม่หนวกหู ไม่สร้างมลพิษ แต่รอบๆ นอกก็ใช้เครื่องได้นะครับ   ก็อยากให้เพิ่มในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ อุปกรณ์ช่วยชีวิต ชูชีพอะไรต่างๆ ท่าน้ำต่างๆ ต้องปลอดภัยนะครับ เรือด่วน เรือเมล์ อะไรต่างๆ  ในส่วนของ

คูคลองต่างๆ ที่มันสามารถทำได้ก็เปิดเป็นตลาดน้ำเพิ่มเติม มีการค้าขาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ให้ได้อย่างที่รัฐบบาลพยายามทำให้เป็นตัวอย่างอยู่นี่นะ อยากให้ทำให้สำเร็จภายใน 6 เดือน นะครับ  ทั้ง กทม. และต่างจังหวัด นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป ก็ขอให้รายงานให้ทราบผลการปฏิบัติของท่านด้วยว่าทำได้หรือไม่

จังหวัดใดที่มีคูคลอง มีแม่น้ำก็น่าจะเปิดการสัญจรทางน้ำ ได้มากขึ้น นอกจากการท่องเที่ยวอย่างเดียว มีเรือเร็ว เรือด่วน ให้ปลอดภัย มีภาคเอกชนไหนที่สนใจ ก็สามารถติดต่อเข้ามานะครับที่กระทรวงคมนาคม – กรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันทีนะครับ ขอให้เร็วด้วย นะครับ เหมือนที่มีในแม่น้ำเจ้าพระยานี่นะ ไปทำที่อื่นด้วยก็ดีนะครับ น่าจะดีนะมันจะได้ลดเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ลงไปบ้างนะครับ

เรื่องการสร้างตลาดชุมชน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำ โครงการ “ตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้”  เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแก่เกษตรกรโดยตรงนะครับ และส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องราคา เรื่องระบบการตลาด ลดทอนอำนาจพ่อค้าคนกลาง และให้พี่น้องประชาชนในชุมชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในชุมชนตนเอง

บางทียังไม่ทราบนะครับว่าบ้านเรามีอะไร ปลูกอยู่แล้วบ้าง หรือขายอะไรที่มันดีๆ ส่วนใหญ่ไปขายข้างนอกหมดนะ เพราะงั้นถ้าพื้นที่เดียวกัน ได้รับประทาน ได้ใช้อุปโภค บริโภค ก็แลกเปลี่ยน แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็คือว่า ถ้าลดค่าใช้จ่ายก็คือปลูกไว้ทานเอง ถ้ามีเหลือก็แลกเปลี่ยนกัน แล้วถ้าเหลือมากกว่านั้นก็ขาย ถ้าขายแล้วยังเหลืออีก ก็ลงทุนสร้างโรงงาน สร้างการผลิตต่างๆ ให้เกิดขึ้น นั้นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว นะครับ

ผุดตลาดชุมชน 2,063 แห่ง

วันนี้ที่รัฐบาลนี้ส่งเสริมไป มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นแล้ว 2,063 แห่งนะครับ ทั่วประเทศ ก็คงต้องมีอีกนะครับ ที่ผ่านมานั้นได้รับการรายงานว่ามีผู้จำหน่ายถึงเกือบ 90,000 รายและมียอดจำหน่ายทั่วประเทศถึงในปัจจุบัน ตั้งมายังไม่กี่เดือนนี่นะครับกว่า 820 ล้านบาท วันนี้รัฐบาลก็ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งยกระดับมาตรฐานของตลาดนัดชุมชนนะครับ   ให้เป็นที่น่าเชื่อถือ คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของท้องตลาด แล้วก็ในพื้นที่ด้วย ในราคายุติธรรมจากชุมชน จากเกษตรกรมาจำหน่าย รแล้วก็ส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆ ประกอบไปด้วย เพื่อเรียกร้องความสนใจ เช่น การแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรมสาธิต นิทรรศการ สวนสนุก และให้ความรู้เรื่องสุขลักษณะของตลาดนัดแก่ผู้จำหน่ายด้วยนะครับ ก็ต้องช่วยกันเองนะ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเองกันบ้าง ไทยต้องช่วยไทยด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แต่ท่านต้องช่วยตัวเองก่อนนะครับ ซึ่งต่อไปก็จะขยายต่อไปทั่วทุกภูมิภาค นะครับ ก็ฝากท่านผู้ว่าฯ ท่านหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สมาคม หอการค้า อุตสาหกรรมจังหวัดด้วยนะครับ ช่วยกันดูหน่อยซินะ ปล่อยให้รัฐทำอย่างเดียว กระทรวงทำอย่างเดียว มันก็ไม่ไหวนะ ภาคเอกชนต้องช่วยกันด้วยนะครับ

ผมสนับสนุนให้มีการขึ้นบัญชีทุกแห่งไว้ ในแต่ละจังหวัดนั้นมีอยู่แล้วกี่แห่ง เพราะผมถือว่าเป็นงานนโยบายนะครับ ต้องขึ้นบัญชีให้ได้ ว่ามีกี่แห่งแล้วตลาดเรา มีตลาดอะไรบ้าง อันไหนได้ผล อันไหนไม่ได้ผล อันไหนไม่มีคนสนใจ มันต้องประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางนะครับ แล้วนำเข้าในโทรศัพท์ คนจะได้รู้ว่ามีอะไรดีๆ อยู่ที่ไหน ห้วงไหน เวลาไหน ผลไม้ที่ไหน ข้าวที่ไหน นะ ให้เพิ่มเติมไปทุกประเภทเลยนะครับ ทั้งข้าว ผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ต่างๆ เราต้องเตรียมการนะครับ

ตลาดชุมชนเราจะไปไหนต่อ นอกจากในประเทศแล้วก็จะไปเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันต่อไป หรือส่งออกไปต่างประเทศ ในอาเซี่ยน ถ้าเราทำได้แบบนี้ ก็จะต่อเนื่องเชื่อมโยง ราคาผลผลิตด้านการเกษตรก็น่าจะดีขึ้นนะ ก่อนอื่นเราต้องช่วยกัน ช่วยกันทานก่อนนะ ช่วยกันกินของดีๆ ก่อน ให้ได้ ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะใช้ผลิตผลการเกษตรที่มันเป็นอินทรีย์ น่ะนะครับ ที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีนะ เพราะฉะนั้น พื้นที่ใดก็ตามที่มันปลูกข้าว ปลูกอะไรไม่ได้เยอะๆ ก็มาทำปุ๋ย ทำอะไรไปขายเขาไม่ดีกว่าเหรอนะ ไปเก็บผักตบชวาที่มันรกแล้วเป็นไฟไหม้วันหน้าอะไรเหล่านี้ ก็มารวบรวมกองๆ ไปแล้วใช้การย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์บ้างด้วยอะไรบ้างนะ ผมว่ามีหลายวิธีการนะ ขอให้กระทรวงเกษตรกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คสช. ด้วยนะครับ ช่วยกันไปแนะนำ แล้วก็ขับเคลื่อนให้มันเกิด เป็นจุดๆ  แล้วรายงานให้ได้เป็นเรื่องเป็นราวซะทีนะ

เรื่องการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศในด้านการผลิตอุตสาหกรรม ทุกคนก็ต้องช่วยกันครับ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องหาทางช่วยรัฐด้วย ถ้ารอรัฐช่วยอย่างเดียว ก็เพียงแต่ว่ารัฐต้องไปทำให้ราคามันสูงขึ้นในทางที่มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรกับวัตถุดิบที่มีอยู่มากมายเหลือเฟือนี่ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยาง หรือยาง หรือข้าวนี่ ทำให้ ผลิตสินค้าต่างๆ ให้เป็นนวัตกรรม สินค้าใหม่ๆ หรือใช้ในประเทศได้  โดยบริษัทห้างร้านที่สนใจ ก็มาขอขึ้นบัญชีซะ เราจะได้สนับสนุนในเรื่องของวัตถุดิบให้ท่านในราคาที่มันเหมาะสม เกษตรกรก็ได้ราคาที่เหมาะสม แต่กำไรท่านอาจจะต้องไปลดลง เราก็จะดูแลเรื่องภาษีว่าอะไรยังไง จะได้ชดเชย ไม่งั้นเราก็ใช้ของในประเทศไม่ได้สักทีนะ วันนี้ก็ต้องจำเป็นนะครับ ถ้าเราไปสนับสนุนเป็นภาคๆ เป็นกลุ่ม ก็เหมือนเดิม ไปไม่ได้อีก

เรื่องอะไร ต้นไม้ ต้นยางนะครับ วันนี้ยางพารา เราก็มาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ได้มากมาย ไม้หลักๆ ไม้ยืนต้น อายุเป็น 50 ปี 100 ปี คงหายากขึ้นในอนาคตด้วยนะ เพราะฉะนั้นไม้ยางนี่มีประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้นใครที่ประสงค์จะขายยาง อะไรต่างๆ ผมให้ กระทรวงทรัพย์ฯ ไปดูแล้วนะว่าจะรับซื้อกันอย่างไร ไปแปรรูปกันยังไงนะครับ อันนี้ก็ฝากไปถึงที่จะเปลี่ยนแปลงการปลูกพืชด้วย อันที่ 2 ก็คือพวกที่บุกรุกป่าต้องหาวิธีการแก้ไขนะครับอย่างที่ผมว่า นี่คุยกันซะก่อนนะ ให้เข้าใจด้วย ไม่งั้นปริมาณมันก็มากนะ แล้วก็มันไม่ถูกกฎหมายด้วยก็ต้องช่วยกันนะครับ

ภาครัฐจะช่วยส่งเสริมให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทำสัญญาช่วยกัน วันนี้ผมคิดว่า ถ้าเราระมัดระวังป้องกันเรื่องนายทุน พ่อค้าคนกลางเพื่อจะถ่วงดุลตรงนี้ให้ได้นี่ ผมคิดว่าต้องทำสัญญาความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนนะ บริษัทห้างร้านแต่ละกลุ่มที่ใช้วัตถุในประเทศและขึ้นบัญชีกับเรา เราจะได้หาช่องทางให้เจอกันให้ได้ พูดไปแล้วมันก็ไม่เกิด หรือไปทำ ข้าราชการไปทำข้างล่างมันก็ไม่เกิดอีก เพราะมันไม่มีศูนย์รวมไง ไม่มีการปฏิบัติการให้ได้โดยตรง ผมบอกเลยนะครับ ถ้าใครสนใจอะไรยังไงนี่

วันนี้ผมเร่งเรื่อง SME เพราะงั้นผมให้ คสช. นะ รับเรื่องได้ด้วย ไปทุกจังหวัดเลยนะ ร่วมกับกระทรวงเกษตร กระทรวงมหาดไทย ไปดูซิว่า ในแต่ละจังหวัดนั้นมีการผลิตอะไรบ้าง เป็น SME นะครับ เป็นผู้ผลิตขนาดเล็กขนาดกลาง ที่เราจะส่งเสริม แล้วดูซิว่าจะใช้อะไรได้บ้างใช้ยางยังไง ใช้ข้าวยังไง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยังไงนี่ ขึ้นบัญชีมาจังหวัดละ 5-6 แห่งน่ะ เราจะได้นำร่องได้ซักที หาเงินให้ ใส่เข้าไปปรับปรุงวิธีการผลิต หรือส่งเสริมให้มีตลาด อะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่งั้นก็มัวแต่รอ สสว. เสนอมากว่าจะขออนุมัติกันไป กันมา ไม่จบ ทุกรัฐบาลก็ทำมา ไม่สำเร็จเสียทีผมต้องให้สำเร็จภายใน 6 เดือนนี่นะ เรื่อง SME นี่ มันต้องตอบคำถามได้ว่ามีกี่แห่งที่เราจะ สนับสนุนระยะที่ 1 เพราะงั้นไป ขึ้นบัญชีให้ดี ทุกคนต้องช่วยกันนะ ภาครัฐ ภาคเอกชนนะครับ

ในเรื่องการสร้างการรับรู้ –ความเข้าใจต่อประชาชน ที่ผ่านมานั้นเราทำงานไปหลายเรื่อง วันนี้ผมยังได้รับคำถามอยู่เลย เอ๊ะ ผลงานรัฐบาลมีอะไรบ้าง บางครั้งผมก็ชี้แจงนี่ก็เหนื่อยนะ ผมก็บอกว่าท่านไม่เคยจำได้เลยหรือว่าผมพูดอะไรไปแล้วบ้าง หลายอย่างก็เสร็จไปแล้ว หลายอย่างก็กำลังทำอยู่ หลายอย่างก็เรื่องอนาคต เรื่องปฏิรูป แต่ท่านไม่เคยฟังเลย ท่านก็ถามผมทุกครั้งว่า เป็นยังไง ทำอะไรไปบ้าง สำเร็จแล้วยังมองไม่เห็นเลย แล้วก็อะไรล่ะ ไหนว่าจะมาแก้ปัญหาให้ประชน แล้วทำไม่สำเร็จ ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมเศรษฐกิจก็แย่ลง คือไม่ฟังนะ

ต้องฟังบ้างซิ แล้ววันนี้ผมให้ปรับวิธีการสื่อสารใหม่ สร้างความรู้ในเรื่องต่างๆ ทุกเรื่อง ท่านก็พยายามฟังหน่อย ทีวี โทรทัศน์ วิทยุ อย่าไปฟังแต่เพลงอย่างเดียว ดูหนัง ละครอย่างเดียว ก็ดูที่เป็นสาระซิ ตัวเองก็ต้องเกี่ยวข้องด้วยไง จะไปหาเขาที่ไหน ไปฟังเจ้าหน้าที่อย่างไร เจ้าน้าที่เขาพูดอย่างนี้ เข้าใจใช่ไหม ไอ้นี่ไม่ฟังอะไรเลย แล้วบอกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นทำอะไรให้เลย ไมได้  วันนี้ต้องสร้างการรับรู้ในทุกระดับนะ เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนก็ต้องรู้นโยบายของรัฐบาล แล้วสามารถสร้างการรับรู้ให้ได้ ตอบคำถามประชาชนให้ได้ สื่อสารถึงเขาว่าเหตุผลเป็นยังไงในทุกมิตินะ แล้วก็ต้องแยกให้ชัดเจน เขาจะได้ไม่ว่าอีกว่าเราทำอะไร หรือเราไม่ทำ หรือเกียร์ว่าง นี่ผมว่ามันเสียชื่อนะ เพราะงั้น วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น

อันที่ 1 ก็คือเรื่องงานประจำ function หรืองาน routine งานที่เป็นระเบียบปฏิบัติประจำ งานบริหารราชการแผ่นดินปกตินี่ ก็ว่าไปนะ สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ได้

แต่เรื่องอะไรที่เป็นงานนโยบายเร่งด่วน แล้วก็เรื่องที่เป็นนโยบายแต่ยังไม่เร่งด่วนทั้ง 2 เรื่องนี่ก็ทำไปแล้วเหมือนกัน การช่วยเหลือประชาชน ลดความเดือดร้อน การส้รางความมั่นคงยั่งยืนในอนาคต ต้องอธิบายให้เขาถึงว่า เอ๊ะที่เราทำแบบนี้เพราอะไรนะ ปัญหามันคืออะไร ถ้าไม่บอกจะทำนี่ทำโน่น บางทีเขาไม่เห็นด้วนตลอดนะ เขาไม่รู้ไง ไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน เราเข้ามาเป็นรัฐบาลเราถึงรู้

เพราะฉะนั้นข้าราชการก็ต้องรู้ นะมีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งรัฐ ทั้งการบริหาร ทั้งข้าราชการทั้งประชาชน วันนี้ต้องอุดรอยรั่ว เชื่อรอยต่อเหล่านี้ให้ได้นะ ต้องอธิบายปัญหาให้เขาทราบว่าที่ผ่านมามันเป็นยังไง แล้ววันนี้เราแก้ยังไงอยู่ ไม่งั้นก็ไปไม่ได้ ก็ประท้วง ขัดแย้ง กันอยู่แบบนี้ วันหน้าก็เกิดอีก รีบทำตอนนี้นะ ผมจะดูด้วย ก่อนเมษาฯ นี่ครั้งหนึ่ง ภายในเมษา นี่ จะดูข้าราชการทำยังไง เคลื่อนไหวแค่ไหน ยังไง ภาคเอกชน ภาครัฐ รัฐบาลต้องทำให้ได้แล้วก็ สื่อสารสร้างการรับรู้นะทั้งทางสื่อ โทรทัศน์ วิทยุ  เป็นเอกสาร ในเรื่องของเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น โหลดต่างๆ ลงไปในโทรศัพท์มือถือ โซเชียลมีเดียเหล่านี้มัน ต้องชี้แจงด้วย ทั้งหมดร่วมกันประชาชนก็หาเองได้ โฆษกรัฐบาล ทีมโฆษก ทีมทั้งของรัฐบาล ของ คสช. กระทรวง ทบวง กรม ชี้แจงซิครับ ชี้แจงไป

หนังสือพิมพ์ก็ช่วยเอาไปลงหน่อย หลายกระทรวงเขาก็บอกว่าส่งไปแล้วท่านก็ไม่ลง ท่านก็มาเอาแต่ผมลงนี่แหละ มันก็มีการขัดแย้งกันอยู่เรื่อย ๆ ต้องตัดสินใจ ต้องวางแผนงานต้องริเริ่มหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นไปรับฟังผู้ปฏิบัติเขาบ้าง ไม่ฟังท่านก็ไม่รู้เขาทำอะไร ท่านก็มาบอกว่า ผมพูดอย่างเดียว พูดต่อไป เดี๋ยวหาว่าผมบ่นอีกแล้ว ก็เป็นอย่างนี้ วันนี้ผมก็ได้ยินคำถาม ถามอีกแล้วว่า วันนี้รัฐบาลมีผลงานอะไรบ้างครับ ผมก็ถามกลับไปว่าเขาไม่รู้เลยหรือ เขาก็หัวเราะแหะ ๆ ไปนะ  จริงๆ เขารู้ แล้วเขาก็เขียนแบบนี้  เขียนแบบนี้ ประชาชนก็ตื่นตระหนกไปหมด แล้วก็มาเล่นงาน คสช. อีก

ผมเข้ามาแก้ไขให้ท่านยังมาทำแบบนี้อีกนะ เพราะงั้นก็ขอให้ทุกอย่างนี่ให้แพร่หลายไปยังต่างประเทศด้วยนะ ทั้ง TGN ทูตไทย สถานทูต พาณิชย์ การค้าอะไรต่างๆ ทั้งหมด ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ว่าวันนี้รัฐบาลทำอะไรกันอยู่ ปัญหาคืออะไร แก้ไขอะไร ท่านรักประเทศไทยมั้ยล่ะ ถ้าท่านรักประเทศไทย ท่านจะปฏิรูป ท่านจะทำให้อยู่ดีกินดี เพื่อแผ่นดินเกิดของท่าน นี่ ท่านทำมั๊ยล่ะครับ ถ้าท่านตั้งใจทำ มันทำได้หมดแหละ อย่างที่ผมพูดนี่นะ

เตือนอย่าชักจูง ปชช.ในทางที่ผิด ทำเดินหน้าประเทศชะงัก

เพราะฉะนั้นเรื่องใดก็ตามที่รัฐบาลทำไปแล้วก็แจ้งให้เขาทราบนะว่าเราทำไปแล้ว เราไม่ได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้จับคุมคุมขังคนมา 3,000 – 4,000 คน ก็จะมีข่าวอยู่แบบนี้ แสดงว่ามีคนไปปล่อยข่าวอยู่นะ ในสื่อในโซเชียลมีเดีย ในต่างประเทศ เยอะแยะไป ก็คนเหล่านี้ ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วนะ เขาไม่อยากให้เราเดินหน้าประเทศไป เขาอยากให้เรานี่ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือต่อไปหรือ เห็นประชาชนเป็นอย่างนั้นหรือ ไม่ได้ วันนี้ผมทำให้ประชาชนนี่ อยากจะให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความรู้มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น จะได้ไม่ไปถูกเขาชักจูงไปในทางที่ผิดอีกนะ ท้ายสุดเดือดร้อนก็คือเรานั้นแหละ ประชาชน

เราแก้ไขทุกเรื่องเลยนะ แรงงานประมง การค้ามนุษย์ เอาทุกมิตอมาดู เอาปัญหามาดูซิ เขาแจ้งเตือนมาตั้งแต่เท่าไร เกือบ 10 ปีมาแล้ว ยังไม่ได้แก้ให้เขาเลย แล้วมันใครทำล่ะ

วันนี้ผมก็มาแก้ทั้งหมด เอาแนวทางมาทั้งหมดตัวอย่างต่างประเทศมา เริ่มต้นก่อนในอาเซียนเลยนะ เรื่องเหล่านี้ เรื่องค้ามนุษย์ เรื่องปัญหาประมง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับตอนนี้ก็มีหลายประเทศจะร่วมมือกับเรานะ บางประเทศ ก็ยังมีปัญหาอยู่ ก็ต้องสร้างความเข้าใจกับเขา ปัญหาคือเราต้องทำให้ถูกกฎหมายด้วย แล้วก็รายงานขึ้นไป ไปถึง คณะกรรมการ ทั้งกรรมการสิทธิ์ กรรมการค้ามนุษย์ IUU การประมงต่าง ๆมันต้องรายงานความก้าวหน้าหมด

ผมก็กราบเรียนว่า วันนี้มันไม่เสร็จทั้งหมดหรอก เพราะมันไม่ได้ทำมาเป็น 10 ปี ถ้าทำวันนี้ มันไม่กี่เดือน กฎหมายกำลังเสนอเข้าไป จดทะเบียนเรือก็ยังไม่ครบ ติดอุปกรณ์ การจับปลา  ก็ยังไม่ครบอีก มันจะครบได้ยังไง ก็ต้องให้เวลาเรา ไม่ใช่มากดดันเราตลอดเวลา มันไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าไม่ใช่เรามันก็ยังไม่มีใครทำเหมือนเดิมนั่นแหละเข้าใจตรงนี้กันซะบ้างนะ

ฉะนั้นต้องให้พี่น้องประชาชนทราบทุกเรื่อง ต่อไปนี้นะ ปัญหาอยู่ที่ไหน ใครทำ ใครไม่สนใจ ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกกัน เพราะงั้นก็อย่ามาโกรธกัน ถ้าท่านไม่ทำ ท่านจะมาเถียงผมไม่ได้ นอกนั้นก็ต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนต่างๆ นะครับ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด อะไรเหล่านี้ ไปกระจาย ประชาสัมพันธ์ให้ทราบด้วยว่า ท่านมาประชุมกับผมนี่มีมาตรการอะไรไปบ้าง อย่ามาพูดอย่างเดียวว่าเอ๊ะ รัฐบาลนี่ช้า ไอ้นั่นก็ออกไม่ได้ ไอ้นี่ก็ช้า การลงทุนก็น้อยพูดอย่างนี้มันขัดยังกับผม ไม่ได้ เพราะผมพูดกับท่านไปแล้ว ว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน

เพราะงั้นวันนี้เรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาลก็มีปัญหาเยอะแยะไปหมด ระเบียบข้อบังคับ ระยะเวลา ไม่เคยปรับแก้กันมาเลย แล้ววันนี้พอจะให้ทำ ทำไม่ได้ ที่เคยทำมาไม่ได้ทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่มันน่าจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วหลายรัฐบาลแล้ว ไม่ทำไง มันเพราะอะไรล่ะ ไปหามานะ โทษผมไม่ได้

วันนี้ก็เร่งแก้ให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยว นี่ ก็ต้องเพิ่มเติมนะครับ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม แล้วก็หอการค้าต่างๆ ในแต่ละจังหวัดเพิ่มเติม ทุกนโยบายให้เขารู้ ให้ทุกผู้ประกอบการรู้ ไม่ใช่รู้แต่เพียงบางพวกบางกลุ่ม ไม่ได้

วันนี้ผมฟังหลายคนยังไม่เห็นรู้เรื่องเลย ว่ารัฐบาลทำอะไร เอ้า ผมบอกไปทางสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไปแล้วนี่นาทำไมท่านไม่บอกกันหรือไงท่านแบ่งแยกกันอยู่หรือเปล่า ผมไม่รู้ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะมันกลับมาที่ผมไง กลายเป็นว่า เอ๊ะ รัฐบาลไม่ทำอะไร หอการค้า อุตสาหกรรมก็บอกรัฐบาลช้า แล้วมันยังไงล่ะมีคณะกรรมการร่วมเยอะแยะ ผมบอกแล้วว่าปัญหาในเชิงโครงสร้างมันก็มีปัญหาระเบียบ กฎหมายมันก็มี ปัญหาเรื่องการทำงานของข้าราชการที่ผ่านมามันก็มีนะ ตอนนี้ ผมก็ลงไปลึกทุกอันแหละ ลงไปจี้ จนเหลืออีกอย่างลงไปทำเองแล้ว ข้างล่างนะ ทั้งท้องถิ่น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค อะไรก็แล้วแต่นะ ปัญหามันสะสมมายาวนานนะ ขณะนี้ต้องเล่าให้เขาฟัง ประชาชนฟังว่าถ้าทำอย่างนี้ มันจะเกิดอย่างนี้ ถ้าทำอีกแบบหนึ่ง แบบที่เรากำลังทำอยู่นี่ มันจะดีอย่างนี้ แต่ไม่ใช่วันนี้ ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะครั้งที่แล้วได้มาเร็ว ใช้หมดเร็ว แต่วันหน้ามันจะใช้แบบไม่หมด คือใช้แบบยั่งยืนไง มันจะต่อเนื่อง เรียกว่าความยั่งยืน เพราะงั้นต้องใช้เวลา ในการปรับแก้วิธีการ

อันนี้อันไหนที่รวมไปได้ผมก็ทำนะ ข้อกฎหมายต่างๆ บางครั้งผมก็รับผิดชอบสั่งลงไป กระบวนการซ้ำซ้อน ความไม่โปร่งใส แต่ทั้งนี้ต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบ ให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ถ่วงดุล กันให้ได้แล้วกันบาง ครั้งมันต้องกำหนด Time Line ให้ชัดเจน แก้ไขปัญหา บอกประชาชนซิว่าเอ๊ะ เรื่องน้ำเราแก้อย่างนี้ 1 เป็นอย่างนี้นะ 2 เป็น

พอพูดเยอะๆ ไปประชาชนฟังไม่เข้าใจ ก็มองว่ามันจะเกิด แสดงว่ามันจะต้องเกิด เกิดได้ยังไงล่ะ ปีเดียวนี่ มันต้องทำโครงการตั้ง 5-6 ปี เป็น 10 ปี ถ้าทำทั้งหมดล่ะก็ แล้วเงินที่ไหน? วันนี้ระยะที่ 1 จะเกิด บอกให้เขารู้ซะ แล้วเขาจะได้เตรียมตัวเองว่าปีนี้เขาจะทำอะไรแทน ทำนองนี้นะ ไม่งั้นประชาชนไม่รู้เรื่องอะไรเลยถูกชักจูงได้หมดนะ   
เตือน ขรก.อย่าเกี่ยวข้องทุจริต- จี้ ขรก.ผู้น้อยแจ้งทันทีหากพบการกระทำผิด

เรื่องการประมูลจัดซื้อจัดจ้างบางคนก็บอกว่าดีขึ้นกว่าเดิม ผมก็ดีใจนะว่าเออมันคงสบายใจกันได้แล้ เปล่าหรอก เขาบอกว่าเดิม ลดลงจาก 50% เป็น 30%  จะเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ เปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดนะ เป็นเรื่องของการค้า การแข่งขันเสรี เพราะงั้นก็ไปปลูกฝังจิตสำนึกของคนไทยทุกคนด้วยไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้นะ

ข้าราชการ ประชาชน ช่วยกันตรวจสอบ ข้าราชการชั้นผู้น้อยนะครับ ช่วยกันตรวจสอบหน่อย นะ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ทำตามที่ผมพูดก็ผู้น้อยนั้นล่ะรายงานขึ้นมา ผมไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกแต่จำเป็นก็ต้องทำรายงานขึ้นมา เพราะวันหน้าท่านก็ต้องถูกพัวพันคดีไปด้วย เหมือนกับที่ผ่านมากำลังจะมีการพัวพันเจ้าหน้าที่ระดับล่างด้วยนะ เรื่องข้าว เรื่องอะไรต่างๆ เหล่านี้เตือนไว้ซะก่อนเพราะงั้นอย่าให้เกิดขึ้นอีก ท่านเดือดร้อนแน่นอน ก็ขอให้ส่งมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนะครับ ให้ คสช. ก็ได้ ให้รัฐบาลก็ได้ ตำรวจก็ได้ ใครก็ได้ ผมคดว่าคนดีๆ มีอยู่เยอะนะ เราอย่าส่งเสริมกันในเรื่องที่ผิดต่อไป ก็จะเป็นปัญหาต่อไปในภายหน้านะครับ

เรื่องการส่งออกวันนี้ก็ พอพูดมาหลายครั้งว่าได้รับผล กระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักหลาย อะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่ฟัง ไม่เข้าใจ คู่ค้าหลักคือประเทศที่เราค้าขายกันมาเป็นสิบๆ ปี แล้วนี่ วันนี้มันอิ่มตัวแล้วไง มันอิ่มตัว พอเศรษฐกิจมันตกลงมาในแต่ละประเทศการสั่งซื้อจากพ่อค้าเหล่านี้มันก็ไปไม่ได้ เงินก็น้อย เศรษฐกิจ ความต้องการก็ลดลง แล้วเราจะไปขายราคาเท่าเดิม ค่าต่อราคาเท่าเดิมก็ไม่ได้ ราคาก็ลดต่ำลง ทำยังไง วันนี้ รัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่รู้ วันนี้เราทำไปหาคู่ค้าใหม่ๆ ตลาดอินโดจีน  แอฟริกา ตะวันออกกลาง นี่ผมติดต่อทุกคน ผู้นำแต่ละประเทศมาเอกอัครราชทูตมา ผมก็คุยเกือบทุกประเทศ เขาก็ดีใจเขาก็รับนโยบาย สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำ ทุกคนอยากจะมาฟังนโยบายรัฐบาลนี้หมดว่าจะเอายังไง ทำยังไง ผมก็บอกเขา เขาจะได้กลับไปสานต่อได้ เขาจะกลับไปพูดกับรัฐบาลเขา ตัดสินใจว่าจะลงทุนกันยังไง อะไรที่จะมาลงทุน ประเภทไหนที่เราต้องการ นี่ มันไม่เคยพูดกับเขาเลย วันนี้ผมพูดทุกอัน แต่มันจะเกิดได้ไหมเล่า เพิ่งพูดกันไม่กี่เดือนนี่ใช่ไหม เพราะงั้น เราต้องช่วยกันนะครับ เราก็จะเร่งเรื่องนโยบาย คนขับเคลื่อน กระทรวง ทบวง กรม ก็ไปเร่งกันการส่งเสริมการส่งออกนี่สำคัญนะ สินค้าที่เราส่งออกไป มันมีการพัฒนาตนเองบ้างหรือยังล่ะ มีการปรับในเรื่องของสินค้าประเภทใหม่ๆ ไหม ถ้าทำแบบเดิมก็ต้องใหม่ๆ น่าใช้ น่ากิน น่าอะไรล่ะ แข่งขันเขาได้นะ ถ้ายังขายแบบเดิม ทำแบบเดิมๆ สู้เขาไม่ได้หรอก วันนี้ต้องปรับในเรื่องของคุณภาพในการผลิต ผลิตแบบใหม่ๆ เรียก นวัตกรรมไง สร้างนวัตกรรม หรือจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้ คือปฏิวัติกันไปเลยว่า จากแบบนี้ไม่ทำแล้ว ไปทำอีกแบบเลย นี่รัฐต้องไปส่งเสริมนะ

เพราะฉะนั้นปัญหาที่สำคัญของเรา ก็คือการบริหารราชการแผ่นดิน แบบเดิมๆ ที่ผ่านมาหลายปีในเชิงรับบ้าง รุกบ้างเล็กน้อยแล้ว ไม่ส่งเสริมกันอย่างจริงจังเพื่ออนาคต มันทำให้เกิดปัญหามาถึงวันนี้ไง เรื่องของเทคโนโลยี งานวิจัย การสนับสนุนต่างๆ ของรัฐมันไม่ทั่วถึง เพราะงั้นวันนี้ถ้ายังผลิตเดิมๆ อยู่เราจะไม่ส่งเสริมนะ เพราะฉะนั้นจะต้องปรับปรุงให้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ ปรับเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือให้มันทันสมัยขึ้น แล้วก็ที่ผ่านมานั้น แรงงานก็ขาดอีก เราเตรียมหรือยังแรงงาน แต่ว่าวันนี้ เราต้องมาแก้ตั้งแต่จดทะเบียนเลย พอจดทะเบียน ถึงรู้ว่ามันขาดอีกเท่าไร แล้วจะเอามายังไง อยู่ในขั้นตอนว่า ต้องไปเอามาจากประเทศนอกบ้านใช่ไหม

ส่วนหนึ่งอาจจะต้องไปรับสมัครมาจากชาวไทยภูเขาบ้าง นี่ มาเป็นแรงงาน เราขาดกว่า 100,000 คนนะ ปีนี้ 50,000 – 60,000 คนแล้ว โรงงานต่างๆ หลายโรงงานปิดไปแล้ว แล้ววันก่อนโรงงานรองเท้าก็ปิดเห็นบอกปิดไปแล้ว เพราะว่าไม่มีคนงานใหม่ นี่ไง มันเป็นใครทำไว้ล่ะ เพราะงั้นวันนี้ รัฐบาลจะแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ต้องช่วยกัน เข้าใจช่องทาง เข้าใจวิธีการแก้ปัญหาของเรานะ เราก็ต้องเตรียมแรงงาน ทั้งมีคุณภาพมีการเพิ่มในเรื่องของขีดความสามารถ ในการทำงานให้มากขึ้น มีทักษะ เพิ่มทักษะให้มากขึ้น ในการเรียนรู้ในการพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้สอดคล้องกับค่าแรงที่มีอยู่ นี่ ต้นทุนแรงงานของเรานี่นะวันละ 300 บาทสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งของเรานี่ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้วย แล้วเป็นคู่แข่งไปด้วย CMLV นี่นะ รอบบ้านติดเรานี่ กับประเทศอีกลุ่มหนึ่งก็คือ  อินโดนีเซีย กับ ฟิลิปปินส์ ไกลเราไปหน่อย ค่าแรงเราแพงกว่าเขานี่   30 – 50% นะ เฉพาะค่าแรงนะ เช่นของเรา 300 ของเขา 150 ยังงี้ ตอนนี้ทำยังไงล่ะ เราก็ต้องไปแก้ไขเรื่อสินค้าให้มันดี ลดต้นทุนสินค้าให้มันถูกลง แต่ให้คุณภาพมันดี ยากนะ เพราะบวกค่าแรงไปนี่ทำให้เราดั้มราคาลงสู้เขาไม่ได้ นี่แหละปัญหา ท่านทราบไหมล่ะ ท่านไม่ฟังเลยมันไม่ได้ นะ จะแก้ยังไง

เรื่องเงินหมุนเวียน วันนี้ในตลาด ในเศรษฐกิจก็บอกว่าเงินมันน้อยลง ผมว่ามันอาจจะน้อยลงจริงนะ บางส่วน อาจจะเป็นพวกธุรกิจสีเทาบ้าง ธุรกิจผิดกฎหมายบ้าง ขายของผิดที่ ขายของที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือเช่นง่ายๆ รถตู้ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่มันไม่ถูกต้องนะ มันทำให้เกิดธุรกิจเงินนอกระบบมากขึ้น มากไงเช่นที่ผ่านมา วันนี้ผมจัดระเบียบหมดเงินเหล่านี้มันก็หายไปส่วนหนึ่ง เสร็จแล้วประชาชนส่วนหนึ่งที่เดือดร้อน เพราะว่าเคยได้เงินพวกนี้ มาประกอบการร่วมช่วยกันนะครับ ขอเวลาให้เราท่านต้องกลับเข้ามาหารัฐนะ เราก็จะให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ถ้าเราปล่อยอย่างนั้นมา วันหน้า ความเหลื่อมล้ำ มา จะแก้ก็แก้ไม่ได้ ผู้ที่เขาประกอบการถูกกฎหมาย ทำยังไง เรียกร้องที่โน่นที่นี่ จะขายของต่อ แล้วผมถามคนที่ขายต่อ ท่านทำมาทั้งหมดมันไม่ถูกมาตลอด ก็อนุโลมมาตลอด ไม่แก้วันนี้ วันหน้ามันก็มากขึ้นๆ แล้ววันหน้าก็ไม่ต้องมีคนอยู่มั้ง ในเมืองใหญ่ๆ ไมต้องอยู่ มีแต่คนขายของ แล้วใครจะมาเที่ยวบ้านเรา รก สกปรก รุงรัง ก็เดี๋ยวไปหาทางกันว่าจะไปทำกันตรงไหนนะ ก็ต้องพูดจากัน อย่ามาประท้วง อย่ามาปะทะอะไรกันให้ผมเห็นก็แล้วกันนะ  เดี๋ยวกำลังให้ไปดู   

ในเรื่องการขับเคลื่อนของ คสช.+ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายอำเภอ, อธิบดี, แล้วก็ในส่วนของท้องถิ่นนะครับ อบต. อบจ. กำนันผู้ใหญ่บ้านอะไรก็แล้วแต่ ช่วยกันนะช่วยกันขับเคลื่อนของรัฐบาลวันนี้รัฐบาลตั้งมาถึง 5 คณะแล้วนะ กรรมกา อะไรล่ะ กขน. + กขร. + กขย. + ปขก. แล้วก็ คตร. เป็นคณะขับเคลื่อน ทั้งรัฐ ทั้งของเอกชน คสช. ข้าราชการแต่ละกระทรวง ก็เรื่องตรวจสอบการทุจริต มีหมด จนจำไม่ได้แล้วว่ากับใคร ผมสั่งหมด แล้วเขากำลังไปเดินอยู่นะ จะไปดูว่าจริงไหมจริง ทำได้ไม่ ได้ เพราะงั้นอย่ามาโกหกหลอกลวงไม่ได้ต่อไปนะครับ ระมัดระวังด้วย ก็จะไปติดตามความคืบหน้า ประสานงาน ดูซิว่ามีปัญหายังไง แล้วก็จะหาทางแก้ปัญหาให้รัฐบาล แล้วให้กระทรวงได้แก้ไขโดยเร็วนะครับ ในส่วนของจังหวัดนั้น ผมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น “หัวเรือใหญ่” เข้าใจนะครับคำว่า “หัวเรือใหญ่” คืออะไร เป็นพ่อเมืองนะ ดูแลทุกข์ สุข ประชาชนทั้งจังหวัดนะ

ท่านรับผิดชอบ ท่านเป็นผู้ว่าฯ แล้วท่านต้องรับผิดชอบแล้วก็ขับเคลื่อนข้าราชการในจังหวัดทุกคน แล้วทุกกระทรวงที่อยู่ตรงนั้นผมให้บูรณาการให้ได้ด้วย ขับเคลื่อนทั้งหมด ทั้งในพื้นที่ ส่วนกลาง ด้วยอะไรด้วยนะครับ ความต้องการของประชาชนว่ายังไง แล้วก็มาเสนอซิว่า ท่านปรับได้นี่ครับว่า แผนงานโครงการอะไรที่ทำไปแล้วนี่ อะไรทำได้ ทำไม่ได้ อันไหนทำได้เอามารวมกันได้ไหม หาผู้รับจ้าง รับเหมาอะไรมาประมูลไปให้มันได้ ได้ไหม ทำยังไง ผมว่ามันทำได้ถ้าคิดจะทำนะ คดจะทำแบบบูรณาการ คิดจะทำในเชิงรุก อย่าไปทำแบบเดิม อย่าไปกลัวทุจริต แล้วเราตั้งใจทำให้ดี ดูกติกา ดูกฎหมาย ข้อบังคับ มีปัญหาก็เสนอขึ้นมา ผ่านกระทรวงมา ผมแก้ได้ผมก็แก้ให้จะไปกลัวอะไร แต่ปัญหาคือทำไม่ได้นั่นแหละ น่ากลัวมากกว่า ผมจะให้ดูด้วย ผลงานการปฏิบัติของท่านนะ
 
สั่งการไปแล้วนะให้ไปดูงบประมาณ ถ้าส่วนใดก็ตามถ้าท่านบอกว่าทำไม่ได้เพราะว่าไม่มีคนทำแผนงาน ไม่มีคนทำงบประมาณด้วย ทำไม่เป็น ไม่เคยทำ โดยเฉพาะท้องถิ่น อ้าวแล้วทำไม ที่ผ่านมามันไปไหนล่ะ คนทำเหล่านี้มันไปไหน จ้างมาหรือเปล่า หรือมีคนทำเป็นหรือเปล่านี่กำลังไล่อยู่ทั้งหมดน่ะ  พอให้ทำ ทำไม่ได้ เพราะไม่เคยทำ ไม่มีเจ้าหน้าที่บอก ผมก็ให้จังหวัด ให้อำเภอลงมาช่วย อปท. ท่านต้องยอมรับสภาพกันบ้างว่า เราบกพร่องอะไรนะ ผมไม่ได้ไปว่าอะไรท่านเลย มันเป็นความผิดของรัฐบาล ที่ไม่ได้ไปกวดขัน ไม่ได้ไปเอาใจใส่ เพราะงั้นวันนี้ ไปหาซิว่าเงินมันมี บรรจุใครไม่ได้ก็บรรจุลูกหลานที่มันเป็น ที่เขาเรียนทางด้านนี้มา หรือคนที่ว่างงานมา ที่ทำบัญชีได้ทำแผนงานโครงการได้ เอามาทำซะ ในช่วงนี้นั่นแหละ อาจจะปีเดียวเป็นลูกจ้างเป็นพนักงานไปปีหนึ่ง สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นให้ได้ เร็วนะครับ แล้วช่วยเหลือเด็กๆ เขาด้วยมีเงินเบี้ยเลี้ยง มีเงินเดือนใช้ในช่วงนี้ คือจ้างคนที่ไม่มีประโยชน์เข้ามาทำอะไรไม่ได้ เหมือนเดิม แล้วมาบอกว่า เงินรัฐบาลไม่ขับเคลื่อน ก็ท่านทำเอาเงินออกไปไม่ได้ โอนลงไปแล้วยังใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ได้อีก จะให้ผมทำยังไง

ย้ำพลังงานต้องมีเพียงพอต่ออนาคต-เตือนอย่าปลุกระดม

เรื่องพลังงาน วันนี้ก็เบาลงไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังมีอยู่นะครับ ความขัดแย้งเพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยกันรับฟังเหตุผล สร้างการรับรู้ ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ทางนี้ก็ฟัง ทางนี้ก็ให้ ให้มันชัดเจนขึ้นแล้วกันนะ ในเรื่องความเพียงพอของพลังงาน เป็นยังไง มันจะขาดได้ยังไง  ข้อมูลที่ผ่านมาเป็นยังไง ข้อดีข้อเสียเป็นยังไง ระบบสัมปทานใหม่-เก่า มันก็เรื่องเดิมๆ ทั้งนั้นล่ะ เพียงแต่พูดกันไม่เข้าใจ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พูดให้เข้าใจกันเสียที สร้างการรับรู้ให้ตรงกันนะ เพราะทั้งหมดมันเป็นผลประโยชน์รัฐ ประชาชน แล้วผมเป็นรัฐบาลในปัจจุบัน ผมไม่หวังประโยชน์ตัวผมเอง หลายคนก็บอกไว้ใจผม แต่ไม่ไว้ใจกระทรวงแล้วมันจะยังไง ก็ต้องไปดูซิว่าเขาชี้แจงมายังไงแล้วฟัง ไม่รู้นะ ถ้ามันทำได้ก็ทำกำลังแก้กฎหมายอยู่นี่ ไม่รู้จะทันหรือเปล่านี่ กฎหมายนี่ มันต้องทำให้ได้ ถ้าไม่ได้แล้วทำยังไงนะ วันนี้เราพร้อมหรือยัง รัฐเราจะต้องลงทุนเท่าไร ใช้เงินเท่าไร ในการลงทุน วันนี้ยังลงทุนเองไม่ได้เลยในการสำรวจ เพราะเราไม่มีบริษัทของเราของราชการของคนไทยแท้ๆ ก็ไม่มี มันก็มีต่างชาติมาร่วมทั้งนั้นแหละ

ความพร้อมผู้ประกอบการ  บริษัทสำรวจ  ระบบราชการไทย  รวมทั้งการสัมปทานต่างๆ ซึ่งทยอยหมดอายุไปเรื่อยๆ นะครับ วันนี้เราเปิดครั้งที่ 21 มั้ง 20 ครั้งมันก็ทยอยหมดไปเรื่อยๆ อันนี้มันหมด ก็ต้องหาทดแทนตรงนี้ วันหน้าตรงต้นๆ มันหมด อย่างน้อยก็มี 21 แห่ง อยู่ตลอด อย่างน้อยมันก็ใช้ไปได้เรื่อยๆ  ใช่ไหมล่ะ ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ไอ้ 21 หมด เดี๋ยววันหน้า เดี๋ยวไปดูซิ  20 หมดเมื่อไร 19 หมดเมื่อไร 18 หมดเมื่อไร แล้วมันจะทำทันไหมนี่ ถ้าไม่ทัน แหล่งพลังงานมันก็ลดลงไปแล้วในประเทศมันก็ขุดเจาะไม่ได้ ราคามันก็ต้องไปซื้อข้างนอกมา บางคนบอกซื้อข้างนอกมาดีกว่า มีงบประมาณก็ซื้อเขามา ผมถามว่ามีงบประมาณหรือไม่ ในประเทศก็ราคาก็ขอให้ลดลงให้มากที่สุด อะไรก็ไม่รู้นะ บางที่ต้องฟังกันทั้งหมด ผมไม่เข้าข้างใคร ผมจำเป็นต้องขับเคลื่อน ไปพูดคุยกัน ฟังข้อคิดเห็นร่วมกัน อย่าไปพูดอะไรในเชิงที่ปลุกระดมแล้วก็ไม่ใช่เรื่องจริงนะ ผมดูแล้วบางเรื่องมันไม่ใช่มันไม่ง่ายขนาดนั้นถ้ามันจะขุดน้ำมัน หรือขุดแก๊สขึ้นมา แต่ไอ้เรื่องโกงนี่ไม่ต้องกลัวหรอก เก่งทุกคน น่ะ แต่วันนี้ต้องไม่ให้โกง ทำไงไม่โกง ชี้แจงมา ให้เชื่อมันกันบ้างซิครับ นะ เพราะงั้นเรื่องไหนจะต้องไปสู่การปฏิรูปก็ต้องไปว่าปฏิรูป วันนี้เราต้องทำวันนี้ไง ให้ทันช่วง Road Map ช่วงที่ 2 ของผมนี่ 1 ปีนี่ ไม่ทำวันนี้แล้วทำเมื่อไร แล้วท่านรอไปโน่น รอรัฐบาลใหม่ แล้วมันจะได้ทำไหมเล่า ที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ทำ เหมือนเดิม นะ ไม่รู้ แล้วแต่ท่าน ก็พยายามทำให้ดีที่สุด แล้วกัน จะหารือต่อไปนะครับ ตาม Road Map     
   
ย้ำ ขรก.ดูงานเท่าที่จำเป็น

ต่อไปในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายข้าราชการ ขอร้องไปแล้ว ขอบคุณนะครับ หลาย ๆ กระทรวง ทุกกระทรวงนะครับ ก็ให้ความร่วมมือ ค่าเครื่องบิน, การไปดูดูงานก็เท่าที่จำเป็น ค่าเครื่องบินก็ใช้ชั้นธุรกิจบ้าง Business บ้าง ใช้ Low Cost บ้าง โอเค ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ นะ ผมถือว่าเป็นตัวอย่างนะ เราก็ต้องจัดระเบียบซินะเป็นผู้น้อยก็ต้องเริ่มอย่างนี้ก่อนนะ ผมก็ลำบากมาก่อนเหมือนกันก็เป็นชั้นผู้น้อยมาก่อน มันก็ต้องมันเท่ากันไม่ได้หรอก เพราะมันมีระเบียบราชการ ค่าใช้จ่ายงบประมาณต่างกันนะ ก็ขอให้ดูแลให้ดีนะ การไปดูงาน จำเป็นจริงๆ ก็ขออนุมัติเข้า ครม. มา ส่วนหนึ่งก็อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี แต่ขอให้กลั่นกรองนะไม่ให้ไปดูเลยคงไม่ได้ วันนั้นผมก็พูดเร็วไปนิดหนึ่ง เพราะดูแล้วมีหลายหลักสูตร มีหลักสูตรการศึกษาบ้าง อะไรบ้าง วันนี้เรายิ่งต้องไปสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ใช้เป็นประโยชน์ ถ้าไปแล้วไปเที่ยวอย่างเดียวไม่ให้ไปนะ มีรายละเอียดมาชี้แจงด้วย

ในเรื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ถ่านหินลิกไนต์นี่ เป็นเรื่องคดีเก่านะ ที่ฟ้องกันมาตังนานแล้วนะ แล้วมีเสียค่าชดเชย มันไม่ใช่วันนี้ไงแต่มันฟ้องกันมานาน วันนี้หลังจากที่เกิดเหตุแล้วเขาได้มีการปรับปรุง ทั้งเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ กลไกกำจัดมลพิษต่างๆ เยอะแยะไปหมด วันนี้ที่แม่เมาะก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ลองไปดูแล้วกัน ผมให้กระทรวงทรัพย์ฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่าว่าวันนี้เป็นอย่างนี้ แล้วต่างประเทศเขาทำกันยังไง ไม่งั้นต่างประเทศก็ทำไม่ได้ซิครับ เรื่องของการลงทุน ถ่านหินลิกไนต์นี่ เขาใช้กันทั้งโลก แต่ทำยังไงจะควบคุมมลพิษให้ได้ครับ ทำไงจะไม่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม มันต้องทำได้ แต่ทำยังไงเท่านั้นเอง เราก็ไม่ไปแสวงประโยชน์จากตรงนี้ มันก็ต้องทำได้ เงินงบประมาณ เต็ม เต็มที่มันก็ได้เครื่องจักร ได้อะไรต่างๆ มาที่สมบูรณ์ จะได้ใช้พลังงานที่สะอาด จะได้ไม่ต้องมาทดแทนในเรื่องของการ ซื้อแก๊ส ซื้อน้ำมันมากขึ้นไปเรื่อยๆ หรือว่าปรับ ต้องปรับให้ได้นะ สัดส่วนการใช้พลังงานวันนี้ ต้องใช้ให้ลดลงนะ แก๊ส กับน้ำมันให้ลดลง วันนี้ทุกอย่างใช้แก๊ส กับน้ำมันหมดเลย จากทั้งหมดนี่ สัดส่วนพลังงาน 70% ใช้แก๊ส น้ำมัน ต้องลดลง อย่างน้อยก็ลงมา 50% ก่อน ก็ต้องใช้จากขยะบ้าง จากพลังงานทดแทนบ้าง พลังงานลม พลังงานแสงแดด อะไรเหล่านี้ ก็ลองปรับทุกวันเลยนี่ มันไม่ได้เริ่มไว้แบบนี้ ที่ทำได้เลยนี่นา ผมเข้ามา ต้องมารื้อทั้งหมดเลยนี่ อันนี้เป็นยังไง อันนั้นทำยังไง ไอ้นี่เกินไป ไอ้นี่น้อยเกินไป ไอ้นี่ไม่สมจริง ไอ้นี่มีผลประโยชน์  ผมรื้อเรื่องพวกนี้ วันนี้เพิ่งสั่งไป พอสั่งไป ทำไม่ได้อีก เพราะประชาชนไม่เข้าใจ ก็ขัดแย้งอยู่อย่างนี้

สร้างโรงขยะก็สร้างไม่ได้ แล้วจะเอาขยะไปทิ้งไหน แทนที่เราจะเอาขยะมาทำให้มีค่า หลายจังหวัด สะสมเป็นแสนๆ เป็นล้านๆ ตัน ถ้าไมทำก็ไม่รู้จะทำยังไง วันหน้าสุมมากๆ เข้ามันติดเป็นเชื้อโรค เป็นโรคระบาด ไม่ระวังล่ะก็ ให้ไปดูซิครับ.. หน่วยงานรับผิดชอบ ไปดูซิว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า ลาว เวียดนาม ทำยังไงนะ ทางยุโรป ตะวันตกเขาทำยังไงกัน ผมเห็นนฝรั่งเศสนะ วันนั้น เอามาให้ดูโทรทัศน์นี่ ในปารีสนี่ขยะเต็มเมืองเลย ล้นขึ้นตึกเลย แล้วเขาเคลียร์ ด้วยวิธีการไอ้อย่างนี้ไม่ดูเขาบ้างเลย นะ เขาก็จัดตั้งคนมาตั้งแต่เก็บขยะ บ้านเราก็เก็บขยะมาตั้งแต่นานแล้วเหมือนกัน วันนี้เขาเก็บขยะเหมือนเรานี่ เขาไปโน่นแล้ว เอามาพัฒนา รีไซเคิล รียูสอะไร เรายังเพิ่งเริ่มเองนี่ ทำไมล่ะครับ ทุกอย่างประเทศไทยเริ่มมาพร้องเขาหมดเลย แล้วมันเป็นเพราะอะไร ไปหาคำตอบให้ผมซิ นะ ผมไม่ได้ว่าอะไรเรื่องประชาธิปไตยอยู่แล้ว ประชาธิปไตยไทย ทำไมมันเกิดเรื่องพวกนี้ไม่ได้

ตั้งเป้า ป.1 ต้องอ่านออก-เขียนได้

เรื่องการปฏิรูปการศึกษาเหมือนกัน สำคัญนะครับ เร่งด่วน วันนั้นผมเรียนไปแล้ว ใน ครม. ว่าผมพยายามเป็น ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษาให้ ผมก็ไม่ใช่นักการศึกษานะ แต่ผมเอาปัญหามาดู ก็จะตั้งของรัฐบาลมาเอาบุคคลภายนอกให้ที่จะมาให้ความรู้ ให้ข้อมูล ผมจะสั่งลงไป ร่วมกับบอร์ดของกระทรวงศึกษาวันนี้เขาตั้งอยู่แล้ว ผมเห็นท่านก็ตั้งใจนะ ทีนี้เราจะกำหนดให้ชัดเจนขึ้นว่าระยะแรกจะทำอะไรกันบ้างจะได้ตอบคำถามสังคมได้วันนี้ไง หลายอย่างทำไปหมดแล้วละ อีหลายอย่างก็ต้องไปรอปฏิรูป จะไปทำโครงสร้าง ปฏิรูปต่อไปในระยะที่ 2 เป้าหมายแรก ที่ผมต้องการ 6 เดือนนี้ หรือในปีนี้ การศึกษาได้แก่

ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เด็กจบ ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้และต้องมีการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาไปประเมินตอน ป. 3 มันช้าไปแล้ว ยังอ่านไม่ได้เหมือนกันอ่านได้น้อยมากนะ

เด็กชั้น ม.1-6 ต้อง มีชั่วโมง มีเวลานะ หาวิชาเสริมเป็นสาขาวิชาชีพ ให้เขามาเรียนรู้ ให้เขาเลือกเองได้ เช่น จะเป็นช่าง อ๊อก ช่างไฟฟ้ ช่างแอร์ ช่างอะไรว่าไป ที่นอกจากการเรียนวิชาอะไร วิชาทางการศึกษาแล้วนะ คุณวุฒิแล้วก็ไปเรียน เอาวาอาชีวะเข้ามาใส่บ้าง ไม่งั้นคนก็ไปเรียนเอาปริญญาอย่างเดียวไงอันนั้นเรียนเพื่อไปสอบปริญญาก็ได้หมด แต่จะต้องให้เขาเลือกเขาอาจจะ ไม่เหมาะนะ ถ้าเรียนแบบนี้ไป ไปสอบแบบโน้นแบบนี้ไม่ไหวแน่ เอ้า ไอ้นี่เขาเลือก เขาชอบนี่นา แล้วเราหารายได้ให้เขา หางานให้เขา ไปฝึกงานทวิภาคี วันนี้ก็เขาเร่งทุกวันเลย แต่มัน สังคมไม่รับรู้ นี่ ต้องสร้างความเข้าใจด้วยว่า วันนี้เร่งด่วนระยะแรกเราต้องการอะไรนะไม่มีงานทำ

(3) เชื่อมโยงการศึกษากับการส่งเสริมวิชาชีพ ให้ตรงความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติด้วย AEC จะไปยังไง เราจะเดินหน้าประเทศไปทางไหน เป็นอุตสาหกรรม เกษตรอุตสาหกรรมไหม ก็ต้องไปฝึกซิ เดี๋ยวเรามีรถไฟเข้ามาอีก ต้องมีวิศวกรรถไฟไหม วิศวกรรางไหมนะจะพัฒนาเรื่องอาหารต่างๆ ก็ต้องมีนักวิจัย พัฒนาห้องทดลองไหม มันต้องผลิตใหม่ทั้งหมดเลยนะนี่ วันนี้มันกระจัดกระจายหมด ทุกคนไปเรียนมหาวิทยาลัยหมด ส่วนใหญ่ ไม่ได้นะ เกิน 50% 60% มั้ง ไปสอบ อะไร แล้วก็สอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ได้ทั้งหมดหรอก แล้วจบมาแล้วก็ไม่มีงานทำ นั้นแหละ ภาระ ปัญหาสังคม แล้วันหน้าก็เดือดร้อนอีกนะ

อีกเรื่องหนึ่งคือว่างานวิจัยนี่ต้องเร่งรัดวันนี้สั่งไปแล้วก็ต้องเร่งให้ได้ภายใน 6 เดือนอีกเหมือนกันนะ เอามาใช้ประโยชน์ให้ได้ ก็วิจัย วิเคราะห์ในสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการนะ

เรื่องความสามารถในด้านภาษาอังกฤษนะครับ ไม่ต้องเอาขนาดไปพูดเป็นอะไร เป็นฝรั่งเป็นต่างประเทศหรอก ผมว่าเอาแค่ฟังเขาให้รู้เรื่อง แล้วก็พูดให้เขาพอเข้าใจบางอย่างเราไม่ได้ทำบานโดยใช้ภาษาโดยตรง เพียงแต่ว่าต้องคุ้นชินกับสำเนียงการพูดของเขาว่าเอ๊ะ เขาต้องการอะไร เวลาเขาสั่งงานเรา หรือเราจะไปถ่ายทอดลูกน้อง ถ้าไม่งั้นท่านก็เป็นหัวหน้าเขาไม่ได้ ถ้าท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยนะ นี่วันนี้ก็เห็นหลายคนสนใจเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ที่เรียนๆ กันอยู่นี่ ผมเห็นนสนใจเยอะเลยนะก็อย่าลืมภาษาไทยแล้วกันนะครับ ภาษาไทยก็อย่าลืม เดี๋ยวเลยไม่เข้าใจกันอีก วันนี้ผมพูดภาษาไทยเลยนะนี่ นะ ก็อยากให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง มีความสุข มีอนาคต มีงานทำ นะครับ

เมื่อวานนี้ ผมได้ไปเปิดงาน “วิถีข้าว : วิถีไทย” บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พื้นที่เดียวกันกับที่ได้จัดตลาดนัดกล้วยไม้ไทยที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปและรับความสนใจจากพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งเรื่องกล้วยไม้ แล้วก็เรื่องตลาดน้ำ วันนี้กำลังจัด “วิถีข้าว : วิถีไทย”  เดือนหนึ่งนะครับ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ, เอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตข้าวคุณภาพดี ทุกชุมชนนะครับ มามีโอกาสประชาสัมพันธ์ข้าวแปลกๆ หรือข้าวที่เป็นประวัติศาสตร์ ข้าวที่บ้านอื่นเขาไม่มีนะ แล้วที่มีคุณภาพดีๆ นี่ ผลิตขึ้นมา เพิ่มมูลค่าขึ้นมา เชื่อมโยงการตลาด จากเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง จะได้เพิ่มมูลค่าสินค้าข้าวได้เป็นแนวทางเพิ่มรายได้และสร้างความภาคภูมิใจและขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพทำนา กระตุ้นให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญและความเข้าใจในคุณค่าของข้าวไทย ก็จะต้องมีเรื่องการเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าวสมัยใหม่ด้วยนะครับด้วยเทคโนโลยี ด้วยเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ เพราะวันหน้าแรงงานด้านนี้จะหายไปเยอะ ไปทำอาชีพอื่นบ้างอะไรบ้าง แต่ข้าวยังจำเป็น เพราะฉนั้นต้องมีคนปลูกข้าว แต่ต้องปลูกแบบเมืองนอกเขาทำ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักร ทำไงรัฐจะไปช่วยตอนเริ่มต้นได้ เพราะซื้อเองไม่ไหว ตอนนี้ เกษตร กับ มหาดไทย กำลังเข้าไปช่วยดูอยู่ วันนี้เรามีหลายอย่างที่เป็นความมหัศจรรย์ของข้าวไทยนะ หลายประเทศไม่มี หลายประเทศมี ข้าวหอมเหมือนเราแต่ข้าวบางอย่างไม่มีเหมือนเรา เพราะมันเป็นพันธุ์ของเราที่บรรพบุรุษเราได้ทำไว้ ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้คิดค้นพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ เอาพันธุ์ข้าวเก่าโบราณมาฟื้นฟู หลายพันธุ์ด้วยกัน มีเป็นร้อย เป็นพันธุ์ชนิดนะ ทำยังไงข้าวเหล่านี้ อะไรจะทำขนมจีน อะไรจะไปหุงข้าว อะไรจะไปทำขนม มันมีหมดน่ะ นี่คนโบราณเราสอนมา เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว วันนี้ต้องฟื้นฟูให้ได้

เราจะจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 5 มีนาคม – 5 เมษายน 1 เดือนเต็มนะครับ มีนิทรรศการด้วย มีความรู้ที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ในการพัฒนาข้าวไทย การจัดแสดงสินค้าข้าวคุณภาพและนวัตกรรม การแปรรูปข้าว เชื่อมโยงสินค้าข้าวคุณภาพจากชุมชนต่าง ๆ มาให้สู่ประชาชนนะครับ แล้วก็ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว เรามีดีๆ เยอะนะที่ส่งขายบ้าง กินเองบ้าง อะไรบ้างนี่ ไม่รู้หรอก บางที่ก็นี่ไมทยทำนะ แต่บางทีมันเป็นภาษาอังกฤษไง แล้วบางทีก็ตัวเล็กๆ Made in Thailand ทั้งนั้น เราต้องเร่งตรงนี้มา นี่เขาเรียกว่าทำนวัตกรรม ทำอะไรที่มันอร่อยกว่าเขา ทำเหมือนเขาก็ขายไม่ได้ เพราะต้นทุนเรามันสูง ราคาค่าแรงมันสูงไง งั้นทำอะไรต้องอร่อยกว่าเขา และถูกกว่าเขา เพื่อไปชดเชยค่าแรงไง จำที่ผมพูดไว้ด้วย  นอกนั้น ยังมีการจัดแสดงวัฒนธรรม ประเพณี วิถีข้าว วิถีชาวนา วิถีไทย จาก 4 ภาคทั่วประเทศ ตลอดจนมีกิจกรรมการสาธิตฝึกอาชีพด้านการแปรรูปข้าว การฝึกอาชีพการประกอบอาหาร ที่แปรรูปจากข้าว เช่น น้ำข้าวกล้องงอกมีคุณภาพมากนะครับสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ  ไอศกรีมข้าวเหนียว พร้อมเครื่องสำอางที่ผลิตจากข้าวอีกด้วยครับ คนไทยจะได้ไม่ต้องซื้อที่อื่นไง นะสนับสนุนกันเอง ก็ขอให้ดูคุณภาพให้ดีด้วยนะครับ อย.ต่างๆ เร่งรัดกันออกมานะครับ

ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนมาร่วมชมนิทรรศการ และอุดหนุนข้าวไทยพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่มาเยือนให้มาสัมผัสกับข้าวไทยที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในโลก มาเห็นวิถีชีวิตของชาวนาไทยที่นับวันจะหาดูได้ยาก และมาจับจ่ายซื้อข้าวไทยพันธ์ใหม่ๆ ไปลองหุงทานกันนะครับ

ผมอยากจะเน้นเรื่องวิธีการหุงข้าวนะ ทั้งแบบเดิมและหม้อข้าวไฟฟ้า ในปัจจุบันที่เราใช้อยู่นี่ เป็นหม้อข้างแล้วมีอะไร เขาเรียกอะไร ใช้ดงข้าว อะไรข้าวก็ต้องเท ให้ใช้น้ำมาก น้ำน้อย สมัยก่อนเขาดูนะ ใครหุงข้าวเป็น ไม่เป็นนะ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเหมือนกัน วันนี้ใช้เครื่องทั้งสินเลยก็ไม่เป็นไร ก็ต้องหุงให้เป็น วันนี้ บางคนหุงข้าวไฟฟ้า หม้อข้าวยังไม่เป็นเลย แล้วไปซื้อสำเร็จรูปมา แล้วเก็บใส่ถุงพลาสติกไว้ ใส่ตู้เย็นถึงเวลาก็มาอุ่นไมโครเวฟ มาอุ่นไมโครเวฟมันก็แห้งกินไม่ได้มันก็แข็ง ไม่อร่อย ไม่อยากกินข้าว ก็ไปกินของฝรั่งแทน นี่มันหายไปเรื่อยๆ เพราะงั้นให้ความสนใจเรื่องนี้ด้วยนะครับ อยากให้มีการแนะนำการหุงข้าวที่มันถูกวิธีด้วยนะ ทั้งคนไทย คนบางทีวันนี้ คนสมัยใหม่ทำไม่เป็นแล้วนะ

สุดท้ายคงเป็นเรื่องการเลือกตั้งนะ เรื่องประชาธิปไตย หากพูดว่าประชาชนเป็นใหญ่เป็นเจ้าของประเทศอย่างเดียวบางครั้งมันก็โอเค “ใช่” ข้อเท็จจริงนั้นแน่นอน แต่มันอาจจะไม่เหมาะสม ในช่วงเวลานี้นะ เพราะงั้นต้องมีเวลาให้ทุกคนเรียนรู้ แล้วรู้ว่าการมีส่วนร่วมกันอย่างไร  มีจิตสำนึก มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ แล้วจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร ตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วย ทางฝ่ายการเมืองต้องเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นนะครับไม่ใช่ทำให้มันมีปัญหา มิฉะนั้นความขัดแย้งมันจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้รัฐบาลนี้ วันหน้ารัฐบาลใหม่ รัฐบาลต่อไป มันก็เป็นอยู่แบบนี้ นะ ท่านต้องให้คนเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันยังไง นะ ผมยินดีรับฟังความเห็นทุกคน แต่มันก็จำเป็นต้องตัดสินใจเดินหน้าทำงาน ผมชอบให้มีการถกแถลง มีเหตุมีผลกันนะ ผมอาจจะเป็นทหารมากมาทั้งชีวิต แต่ผมก็ฟังนะส่วนใหญ่ผมฟังทั้งนั้นแหละ แต่ผมอาจจะยังไม่ตัดสินใจเวลานั้นแต่ผมก็กลับมาทบทวน แล้วผมก็สั่งท่านที่ท่านต้องการนั่นแหละ มันต้องทำแบบนี้ ข้าราชการวันนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้นะ ฟังเหตุฟังผลกัน ไม่ใช่โกรธ เกลียดลูกน้องเสนออะไรมา

วันนี้หลายคนก็ตำหนิติเตียนฝ่ายเศรษฐกิจของผมนะ หลายกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ เขาทำแทบตาย ท่านไม่รู้เลยนะ เขาเจอปัญหา อะไรที่ท่านบอกว่าเขาต่ำ น่ะเขาแย่กว่าคนอื่น นั่นแสดงว่าเขาแก้ไขปัญหามากเขาถึงเดินหน้าไม่ได้มากนัก หัดมองอย่างนี้บ้าง ผมรู้เพราะผมสั่งเขา เขาก็รายงานกลับมา ติดตรงนี้ เพราะอย่างนี้ อ้าว ผมก็แก้อย่างนี้ให้ แก้ใน ครม. แก้ใน สนช. แก้ใน มันก็ช้าไง ท่านก็บอกว่าไม่มีผลงาน มันจะมีได้ยังไงล่ะ มัน บอกง่ายๆ ว่ามันก็เละอยู่ข้างใน ในกระทรวง นะทุกกระทรวงแก้ไขนะ ผมจะไม่เล่นงานเจ้ากระทรวง จะเล่นงานข้างล่างลงไปนั่นนะ เป็นข้าราชการก็ต้องทำ สมัยนี้จะทำ ก็ต้องทำอย่างนี้นะ ต้องเร็ว ไม่สั่งก็ไม่เร็วนะ

อีกเรื่องคือ การกระจายอำนาจนี่เหมือนกันนะ หลายอย่างดีหลายอย่างก็โอเค เป็นประชาธิปไตยโลกแต่บางอย่างมันไปไม่ได้เช่น ให้ อบต. มารับผิดชอบ ถนนในหมู่บ้าน คืองบประมาณมันก็จำกัดนะซ่อมแซมก็ไม่มีงบคุณภาพในการทำก็ไม่ได้อะไรเหล่านี้ ไปทบทวนกันเองแล้วกันนะว่าจะเอายังไง ถ้าทุกคนบอกกระจายๆหมดเอางบประมาณลงไปให้หมด แล้วเมื่อกี้ผมบอกไปแล้วว่าไงก็ทำแผนยังทำไม่สำเร็จเลย แล้วเอาเงินลงไปเยอะๆแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ไปทบทวนใหม่อย่าพูดแต่หลักการว่า ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้งแล้วอะไร กระจายอำนาจ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลไม่ต้องเลือกตั้งเลยนะก็ปกครองกันยังไงก็ได้ ประชาชนเป็นใหญ่ ใครใหญ่ก็ปกครองไปแล้วกันนะมันได้ไหมเล่านะ แล้วอะไรก็ตามที่รัฐบาลจะต้องทำต่อไป ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้าน อะไรที่เป็นโครงการดีๆ แม้แต่วันนี้ที่ผมทำ อะไรไม่ดีก็เลิกได้วันหน้า ถึงเวลามันก็เลิกได้ อันไหนที่ดีท่านต้องทำต่อ ท่านทำไหมเล่า หรือท่านจะไปทำอีกแบบ ผมไม่รู้ บางอย่างอันไหนดีอยู่แล้วผมก็มาปรับแก้ ผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรของใครทั้งสิ้น เพียงแต่อย่าให้มันเกิดปัญหากับประเทศชาตินะ ถนนหนทาง ไปดูซิทำยังไง กระจายรายได้ทำยังไง เหมาะไหม เงินทองจะเอามาจากที่ไหน

ย้ำพิจารณากรณีภาษีที่ดินรอบด้าน

วันนี้ภาษีก็สั่งไปแล้วต้องทำอย่าให้เขาเดือดร้อนนะ ในเรื่องของงภาษีที่ดิน ภาษีอะไร เดี๋ยวไปคุยกัน ทุกอย่างคุยกันได้หมด ยังไม่เกิดสักอย่างนะเราก็ต้องดูในทุกแง่ทุกมุมแต่มันไม่เก็บ มันก็ไม่ได้ เพราะว่าไม่มีเงินยังไง เอาเงินจากที่ไหนมา แล้วนี้ปัญหามันก็เยอะไปหมด ถ้าเราทำทุกอย่างหมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้เวลา แล้วก็เชื่อใจ เชื่อมั่นรัฐบาลในการบริหารราชการในวันนี้ ว่าเราทำเต็มที่แล้ว แล้ววันหน้าท่านก็เปรียบเทียบเอาแล้วกันว่าจะเป็นยังไง ถ้าวันนี้ท่านไม่ร่วมมือกับผม มันก็ไปไหนไม่ได้เหมือนเดิมแหละ ก็อยู่ที่เก่านะแย่กว่าเดิมด้วยนะ ผมจะบอกให้เพราะทุกอย่างมันปรับเปลี่ยน แล้วก็เริ่มต้นใหม่ ใช่ไหม นี่เขาเรียกการปฏิรูปไง ระยะเร่งด้วยถ้าไม่ทำแบบนี้มันก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนซะที ก็รอไปเรื่อยๆ นะแล้ววันหน้าก็ไปบ่นกับรัฐบาลหน้าว่าเอ๊ะ ว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้อย่างนั้นอีกแล้วไง ต่อไปเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ นะ

ไม่ปรับ ครม.-จี้ ขรก.เร่งทำงาน

เอาล่ะวันนี้ก็พูดมาเยอะอีกแล้วก็พยายามจะสร้างความเข้าใจให้ได้แล้วกัน ไม่อยากให้มาถามผมอีกว่ามีผลงานยังไง ผมจะปรับรัฐมนตรีคนไหนบ้าง ช่วงไหน ถ้ากระทรวงไหนท่านบอกไม่มีผลงานน่ะท่านย้อนไปดูซิว่ามีปัญหาอะไรบ้างในกระทรวงนะข้าราชการรีบแก้ไขตัวเองนะครับ กระทรวงที่ประชาชนไม่เชื่อถืออ่ะนะผมไม่โทษเจ้ากระทรวง เพราะว่าผมรู้ ผมตั้งไปเองนะ แล้วก็มีการประชุมมีการทำงาร่วมกัน แต่มันไม่ออกเพราะว่าเขาไม่ได้ไปทำเอง รัฐมนตรีทำเองไม่ได้ ข้าราชการเป็นคนทำทั้งสิ้น แสดงว่ากลไกมันไม่ได้ ก็ไปว่ามา นะ ผมก็ไว้ใจทุกคนน่ะ      

ขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุข เสาร์อาทิตย์ พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็อดทนกันหน่อย ให้มากขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง พูดจาฟังกันบ้าง หรือพูดให้น้อยลงกันซะบ้าง สำหรับผมคงต้องขอท่านแบบนี้ ขอพูดไปก่อน จนกว่าท่านไม่มาถามผมว่าเอ๊ะ ทำอะไรยังไง ถ้าถามแบบนี้ ผมก็ต้องพูดแบบนี้ นะ ถ้าท่านเข้าใจมากขึ้น ผมก็พูดน้อยลงเท่านั้นเอง นะครับ

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์