ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาปาบึ้มศาล 9 คน ผบช.น.เผยจับได้แล้ว 7 คน ผลิตน้ำดื่ม–สบู่หาทุน

ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาปาบึ้มศาล 9 คน ตั้ง 7 ข้อหาอุกฉกรรจ์ ผบช.น.เผยจับได้แล้ว 7 คน  แฉผลิตน้ำดื่ม–สบู่หาทุน ล่าสุดจับ ‘สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน’ แล้ว

หลังจากเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.เปิดเผยความคืบหน้าคดีระเบิดหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า ออกหมายจับผู้ต้องหาไปทั้งหมด 9 ราย พฤติการณ์ร่วมกันวางแผนเพื่อก่อเหตุวางระเบิดที่ศาลอาญา ควบคุมตัวไว้แล้ว 5 ราย อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทหารส่งตัวให้พนักงานสอบสวน หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดจะออกหมายจับเพิ่มทันที สำหรับ 2 อดีตนายพลที่มีชื่อในบันทึกสมุดโทรศัพท์ของผู้ต้องหา ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการ หรือเรียกมาสอบถามแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ประสานเข้าให้ปากคำเช่นกัน

ออกหมายจับ 9 คน ตั้ง 7 ข้อหาอุกฉกรรจ์

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานด้วยว่า ผู้ต้องหาที่ออกหมายจับแล้วทั้ง 9 ราย ชุดแรก 5 ราย ประกอบด้วย นายมหาหิน ขุนทอง อายุ 34 ปี นายยุทธนา เย็นภิญโญ อายุ 34 ปี น.ส.ณัฏฐพัชร์ อ่อนมิ่ง อายุ 57 ปี น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง อายุ 20 ปี และนายวิระศักดิ์ โตวังจร อายุ 42 ปี หรือ “ใหญ่ พัทยา” ส่วนที่ออกหมายจับเพิ่มเติมลอตสอง 4 ราย ได้แก่ นายณเรศ อินทรโสภา อายุ 32 ปี นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน อายุ 63 ปี นายชาญวิทย์ จริยานุกูล อายุ 61 ปี นายวิชัย อยู่สุข อายุ 49 ปี ทั้งหมด ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น, มีและใช้เครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแก่การสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและใช้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, มียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน

แฉผลิตน้ำดื่ม–สบู่หาทุน

ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายในลอตสองที่มีการออกหมายเพิ่มเติม เนื่องมาจากการขยายผลสอบปากคำนายมหาหิน ขุนทอง คนขี่ รถ จยย. พานายยุทธนา เย็นภิญโญ ซ้อนท้ายไปปาระเบิดศาลอาญาก่อนถูกทหารจับได้ ถึงทราบว่า รวมกลุ่มกันนัดหมายวางแผนเคลื่อนไหวก่อเหตุความรุนแรงกันทางไลน์ จัด ตั้งองค์กรภาคีภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในกลุ่มทำธุรกิจผลิตน้ำดื่มคอลลาเจน และสบู่ออกจำหน่ายหาทุนในการเคลื่อนไหว โดยวันที่ 14-15 ก.พ.ที่ผ่านมา มีประชุมวางแผนกันที่ร้านนมแห่งหนึ่งที่ จ.ขอนแก่น นายณเรศ อินทรโสภา ทำหน้าที่เตรียมจัดหาสถานที่ นายมหาหิน และ น.ส.ณัฏฐพัชร์ ไปร่วมประชุม เป็นผู้นำคนมาร่วมในการก่อเหตุ นายสรรเสริญ นายชาญวิทย์ และนายวิชัย เป็นคนบรรยายแนวคิด รวมถึงแผนในการสร้างสถานการณ์ก่อเหตุปาระเบิดที่หน้าศาลอาญา

ผบช.น.เผยจับผู้ต้องหาปาบึ้มศาลได้แล้ว 7 คน

ล่าสุดวันนี้(11 มี.ค.) กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางตำรวจยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ เนื่องจากทางทหารยังไม่ได้ส่งหลักฐานรวมทั้งตัวผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวมาให้ตำรวจดำเนินการ แต่ถ้าสอบสวนแล้วเชื่อมโยง พาดพิงไปถึงใครก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามตัววัตถุพยานจากระเบิดอาร์จีดี-5 ล็อตนัมเบอร์ 57 มีความเชื่อมโยงกับคดีที่เคยเกิดขึ้นในปี 2557 ทั้งหมด 4 คดี

"ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับได้นั้นสารภาพว่าอย่างไร หรือซัดทอดอะไร เพราะเรายังไม่ได้นำตัวมาสอบปากคำอย่างเป็นทางการ ในทางปฏิบัติก็รับข้อมูลจากกองทัพเพื่อไปดำเนินการขอศาลออกหมายจับ ส่วน 2 นายพลที่มีชื่อจากคำให้การของผู้ต้องหาก่อนหน้านี้นั้น ยังไม่มีการเชิญตัวมาพูดคุย เพราะหลักฐานยังไม่มีความชัดเจน ซึงจะต้องมีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของผู้ต้องหาในคดีปาระเบิดหน้าศาลอาญาและคดีที่เคยเกิดขึ้นเพื่อหาความเชื่อมโยงนั้น มี 3 คดีที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งมีผู้ต้องหาที่รับสารภาพ และคดีอยู่ในชั้นศาล ทั้งหมดเป็นเครือข่ายเดียวกันเพราะระเบิดอาร์จีดี-5 ล็อตนัมเบอร์ 57 และไม่มีใช้ในราชการตำรวจ ทหาร ของไทย เป็นอาวุธที่ผลิตในประเทศรัสเซีย  เชื่อว่าการระเบิดในครั้งนี้เป็นการก่อเหตุเพื่อหวังผลทางการเมือง" ผบช.น. กล่าว

พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ความรุนแรงนั้น ทางทหารและตำรวจได้มีการวางกำลัง ซึ่งจะมีการเฝ้าสังเกตการณ์ หากมีการลงมือก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทันที ส่วนรื่องแผนป้องกันพื้นที่ กทม. ที่ต้องระวัง เป็นพิเศษคือ ที่ชุมชน พื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงที่เป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตามขอยืนยันหากผู้ต้องหามีการขัดขืนเจ้าหน้าที่ หรือยิงต่อสู้ ก็ต้องถูกดำเนินการตามมาตรการขั้นเด็ดขาด

สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้เพิ่มเติม เบื้องต้นทราบชื่อ 1 รายคือ นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ภูมิลำเนา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติม 4 คน

สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน

สำหรับ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ข้อมูลจากเว็บไซต์ศูนย์การเมืองไทย ระบุว่า เคยเป็นนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ม.ช. อยู่ใน ม.ช.ยุคกิจกรรมนักศึกษาเบ่งบานระหว่าง 2512-2519 อันมีต้นทางมาจากกลุ่มวลัญชทัศน์ ที่มี นิสิต จิรโสภณ – สถาพร ศรีสัจจัง เป็นแกน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้รุ่นสอง อันมี อี๊ด-ไกรวุฒ ศิรินุพงศ์ ชาญชัย สงวนวงศ์ ผดุงศักดิ์ พื้นแสน จนแปรมาสู่ “แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่” ในระหว่างปี 2516

เขาเป็นหนึ่งในขบวนที่ถูกจัดตั้ง ทำงานในโครงงานชาวนา ที่ต่อมาพัฒนาขึ้นเป็นส่วนเสริมในสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ยุคที่ พ่อหลวง อินถาศรีบุญเรือง ถูกสังหาร

สรรเสริญ เข้าป่า อยู่ในเขตที่มีการต่อสู้ด้วยอาวุธบริเวณเทือกเขาถนนธงชัย-รอบๆ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่และรอยต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยอยู่ในเขตชาวปาเกอญอและม้ง ใช้ชื่อจัดตั้งว่า “กะป่อ” (แปลว่า ตะเกียง) ครั้นออกจากป่า สรรเสริญ จับอาชีพค้าพืชไร่ ถั่วเหลือง ที่เชียงใหม่ละแวกสันป่าตองและพื้นที่รอบ ๆ ดอยอินทนนท์ที่คุ้นเคย แต่ก็เจ๊งไม่เป็นท่า กลับสู่กรุง ยึดอาชีพขับแท็กซี่ หาเลี้ยงชีพ

ครั้งเมื่องานศพ อี๊ด-ไกรวุฒ ศิรินุพงศ์ อันเป็นวันตรงกันการชุมนุมใหญ่พันธมิตรฯ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า สรรเสริญ ไปร่วมงานพบปะสหายพวกพ้องที่เวลานั้นแบ่งข้าง ไม่เอาแม้วกันเป็นส่วนใหญ่ สรรเสริญ ซึ่งมีนิสัยเคลื่อนไหวเดี่ยว เป็นหนึ่งในผู้ประกาศว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตร

เขาเป็น 1 ในแกนนำ นปก. รุ่น 2 และเขายังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย ซึ่งก่อตั้งเมื่อต้นปี 53 ด้วยแนวคิด ‘สังคมนิยม’ ที่ต้องการสร้างสังคมที่ก้าวหน้าและเป็นธรรม (อ่านรายละเอียด)  ก่อนที่จะถูกยุบพรรคในเวลาต่อมา