ศาลจำคุกคดี 112 ‘เอฟ พลอยหิน’ อ้างหลานศรีรัศมิ์ ล้มคดี รวม 5 ปี

ศาลอาญาสั่งจำคุก 'เอฟ พลอยหิน' อ้าง 'หลานศรีรัศมิ์-เครือข่ายพงศ์พัฒน์' 5 ปี ฐานหมิ่นเบื้องสูง ผิด ม.112 ส่งตัวไปเรือนจำ ค้านประกันตัว ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

จากเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอกชัย พลอยหิน หรือ เอฟ อายุ 28 ปี เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ,เรียกหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยวิธีทุจริต ผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันต่อมา (12 มี.ค.58) ศาลนัดถามคำให้การในคดีนี้โดยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2551 ผู้ต้องหาร่วมกับพวกแอบอ้างสถาบัน ทำนองว่าสามารถช่วยเหลือผู้กระทำผิดคดียาเสพติด ว่าสามารถดำเนินการช่วยให้ได้รับการประกันตัว พร้อมเรียกรับเงิน 1.3 ล้าน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และไม่ยอมคืนเงินผู้เสียหาย จนถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งอัยการได้ส่งสำนวนมายื่นฟ้องจำเลยต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายเอกชัยฟัง ซึ่งนายเอกชัยให้การรับสารภาพ และไม่ต้องการทนายความ ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุกฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เป็นเวลา 5 ปี ฐานเรียก หรือยอมรับทรัพย์สิน จำคุก 2 ปี และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน จำคุก 3 ปี รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี คงรับโทษจำคุก 5 ปี แล้วออกหมายขังส่งตัวไปเรือนจำ โดยไม่มีการขอปล่อยตัวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องของอัยการโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.51 จำเลยอ้างกับ น.ส.บุษกร อุ่นใจ ทางโทรศัพท์ว่าสามารถช่วยเหลือนายไพฑูรย์ เนมีแสน สามีของ น.ส.บุษกร ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษจังหวัดราชบุรีให้หลุดพ้นจากคดียาเสพติดได้ โดยเรียกค่าใช้จ่าย 2 ล้านบาท ก่อนนัดให้ไปพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี จำเลยอ้างกับ น.ส.บุษกร และนายบรรเทิง เนมีแสน บิดานายไพฑูรย์ว่าเป็นหลานของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (พระยศในขณะนั้น) ทำให้ น.ส.บุษกรและนายบันเทิงหลงเชื่อ ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค.51 ผู้เสียหายนำเงิน 1.3 ล้านบาท ไปมอบให้จำเลยที่ รร.โกลเด้นส์ซิตี้ จ.ราชบุรี จำเลยรับปากว่าจะดำเนินการให้ หลังจำเลยรับเงินไปแล้วนายไพฑูรย์กลับไม่ได้รับการประกันตัวและถูกศาลพิพากษาจำคุก ต่อมาตำรวจเข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมของกลางปืนหลายชนิดรวม 5 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆรวม 55 นัด เหตุเกิดในพื้นที่ ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ต. โคกหม้อ อ.เมืองราชบุรี และ ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

 

เรียบเรียงจาก ไทยรัฐออนไลน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์