ส่งมอบ 3 ผู้ต้องหาคดีปาระเบิดให้ตำรวจแล้ว ผบ.ทบ. ยันทหารไม่ได้ซ้อมผู้ต้องหา

ทหารควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญาให้ตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดแรกในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ด้านผบ.ทบ.ยันทหารไม่ซ้อมผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญา ส่วนโฆษก กอ.รมน. ระบุระเบิดที่หนองแคไม่เกี่ยวการเมือง

20 มี.ค. 2558 เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว นายวสุ เอี่ยมละออ, นายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ และนายสมชัย อภินันท์ถาวร 3 ผู้ต้องหา ร่วมวางแผนก่อเหตุระเบิด ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อทำการสอบสวน ทำประวัติ และตรวจร่างกาย โดยมี พล.ต.ท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) รับมอบตัว จากการสืบสวนทราบว่า นายวสุ และนายสมชัย เป็นผู้รับหน้าที่โอนเงิน 5 หมื่นบาท จำนวน 2 ครั้ง จาก นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี เพื่อโอนเงินกระจายต่อให้เครือข่ายผู้ก่อเหตุ ส่วนนายสุรพล เป็นผู้ต้องหาที่รับงานและรับเงินล่วงหน้าเพื่อจะก่อเหตุวางระเบิด 5 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแต่ไม่สำเร็จ ภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จพนักงานสอบสวนจะคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดแรกในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.)

เบื้องต้น นายสมชัย ให้การอ้างว่า นายธนาวุฒิ ซึ่งเป็นบุตรชายที่ไปทำงานเป็นลูกจ้าง ร้านอาหาร คิง ออฟ ไทย นู้ดเดิ้ล ธุรกิจที่ต่างประเทศของ นายเอนก ต่อมานายต้อย ซึ่งทำงานอยู่ในร้ายเดียวกัน มาขอร้องให้ช่วยโอนเงินให้กับเพื่อนที่อยู่ในประเทศไทย จำนวน 5หมื่นบาท เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน, บุตรชาย จึงโทรมาบอกตนให้ช่วยโอนเงินให้กับคนชื่อแอน (เพื่อนของต้อย) จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น)  กล่าวว่า“ตอนนี้ออกหมายจับผู้ต้องหา ทั้งหมด 19 คน จับได้แล้ว 16 คน หลบหนีอยู่ต่างประเทศ 2 คน คือ นายวีระศักดิ์ โตวังจน หรือใหญ่พัทยา, นายเอนก ซานฟาน ส่วนอีก 1คน คือ บุตรชาย นายสมชัย คือ นาย ธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร”ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ผบ.ทบ.ยันทหารไม่ซ้อมผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญา

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์อ้างว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ต้องหาคดีระเบิดศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่าถูกทหารทำร้ายร่างกายระหว่างการถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ว่า  ขอยืนยันว่าการใช้กฎหมายพิเศษ ใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้นโยบายแล้วว่าอะไรควรใช้ และให้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแน่นอน

“ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าใจดีว่าอำนาจตามขอบเขตกฎหมายมีแค่ไหน ไม่ได้ปฏิบัติตามที่ถูกกล่าวหาแน่นอน ขอทำความเข้าใจว่ากองทัพบกต้องดูแลความสงบเรียบร้อยภายใต้นโยบาย คสช. ดังนั้นขอทุกคนร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นขอให้เข้าใจและขอให้ให้ความร่วมมือ ส่วนคนที่บิดเบือน กล่าวหาว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย ทั้งที่ไม่เป็นความจริง กองทัพบกก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงส่วนหนึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ เช่น นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน  พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ผู้ต้องหาในไทยได้ซัดทอดและมีข้อมูลชัดเจนว่านายเอนกเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงล่าสุด ซึ่งทางการไทยมีความพยายามที่จะประสานต่างประเทศในการนำตัวคนผิดกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงพยายามทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยตามโรดแมปที่วางไว้ ซึ่งประมาณเดือนกันยายน รัฐธรรมนูญก็น่าจะมีความชัดเจน จากนั้นจะเข้าสู่การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทัพบกมีหน้าที่รักษาความสงบ ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึงโอกาสที่จะผ่อนปรนกฎอัยการศึก พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ยังคงมีความจำเป็นที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ แต่จะใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น ดังนั้นต้องขอความร่วมมือผู้เห็นต่างเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีหลายเวทีให้แสดงความคิดเห็น

โฆษก กอ.รมน. ระบุระเบิดที่หนองแคไม่เกี่ยวการเมือง

ด้านพ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดขว้าง 1 ลูก ปาเข้าไปบริเวณหน้าห้องเช่าตลาดสามแยกหนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี วานนี้(19 มี.ค.) จนทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้แสดงความเป็นห่วงโดยเฉพาะเรื่องการครอบครองอาวุธ เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ที่ทางราชการไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายที่มีอัตราโทษสูง และหากนำมาใช้ประทุษร้ายต่อกันจะยิ่งเพิ่มโทษในลักษณะอันเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม

“ขอฝากแจ้งเตือนผู้ที่ครอบครองอาวุธ เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และขอความร่วมมือผู้ที่ทราบเบาะแส กรุณาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ในแต่ละท้องที่เข้าทำการกวดขัน จับกุม เพื่อจะได้ช่วยสังคมเพิ่มความมั่นใจในความสงบสุข ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนเหตุระเบิดที่หนองแค สระบุรี ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง” โฆษก กอ.รมน.กล่าว

ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์