ไม่หวั่น ‘ฐปณีย์’ โพสต์ 5 แรงงานไทยในอินโดปลอดภัย ชี้เป็นพยานปากสำคัญกรณีกักขังฯ

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ 5 แรงงานไทยในอินโดอยู่ในที่ปลอดภัย ชี้เป็นพยานปากสำคัญกรณีกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมเผยที่มาการเข้าไปทำข่าวกรณีนี้ จากหลุมศพนิรนามไม่ต่ำกว่า 100

25 มี.ค.2558 กรณี ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าวสามมิติ เดินทางไปอินโดนีเซียรายงานข่าวชาวประมงไทยติดค้างอยู่ในอินโดนีเซียนั้น มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนบรูไนดารุสซาลามอย่างเป็นทางการ กรณีการช่วยเหลือชาวประมงที่อินโดนีเซียว่า ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ที่ผ่านมาก็ได้ช่วยเหลือไปแล้ว ที่เกาะอัมบน 26 คน และขออย่านำไปขยายความ โดยเฉพาะสื่อ ก่อนการนำเสนอต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศ พร้อมระบุด้วยว่าจะให้ฐปนีย์มาพบเจ้าหน้าที่จากการนำเสนอข่าวดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 23.43 น. (25 มี.ค.) ฐปณีย์ โพสต์รายงานสถานการณ์กรณีชาวประมงไทยติดค้างอยู่ในอินโดนีเซีย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Thapanee Ietsrichai’ ระบุว่า ขณะนี้ 5 คนไทยอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว และจะได้รับการคุ้มครองเดินทางกลับไทย เนื่องจากพวกเขาเป็นพยานคนสำคัญที่ออกมาเปิดเผยว่า ที่ท่าเรือของบริษัทมีห้องขังแรงงาน และคนไทยทั้ง 5 คน ถูกขังไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ด้วยข้อหาเพียงเล็กน้อย จึงถือเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว

ฐปณีย์ ยังเปิดเผยถึงการเข้าไปทำข่าวครั้งนี้ว่า เริ่มต้นเมื่อวันที่ 22 มีค.ที่ผ่านมา ตนและคุณปฏิมา ตั้งปรัชญากุล ผู้จัการมูลนิธิ LPN เดินทางมามี่เกาะเบนจินา เพื่อตรวจสอบกรณีมีข้อมูลว่า บนเกาะนี้ มีหลุมฝังศพคนไทย มีคุกขังแรงงาน และปัญหาเรือติดค้าง เมื่อมาถึงเราพบหลุมฝังศพคนไทยที่มีป้ายชื่อไทยแลนด์ 64 ราย ไม่มีป้ายชื่อ 12 ราย และหลุมใหม่ ที่เป็นศพนิรนาม รวมแล้วชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 ศพ จึงได้สอบถามก้บเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งยอมรับว่ามีศพนิรนามจริงและกำลังสืบสวนอยู่ จากนั้นตนได้รับข้อมูลจากแรงงานคนหนึ่งให้ไปดูคุกที่กักขังแรงงาน มีอยู่ด้านหลังรปภ.และพบคนไทย 5 คน คนพม่าอีกจำนวนหนึ่ง ร้องขอความช่วยเหลือต้องการกลับประเทศไทยโดยด่วน

โดยรายละเอียดที่ ฐปณีย์ โพสต์มีดังนี้

ขณะนี้ทั้ง 5 คนไทยอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ภายในท่าเรือของบริษัท ซึ่งอยู่ในเกาะฝั่งตรงข้ามที่ ฉันพักอยู่ในท่าเรือฝั่งหมู่บ้าน แม้ทั้งหมดจะอยู่ภายในบริษัท แต่ขอให้ครอบครัวสบายใจได้ว่า ทุกคนจะปลอดภัย เพราะเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทาง คุณวรวิทย์ ภัทรนิตย์ เลขานุการเอก สถานทูตไทย ณ.กรุงจากาตาร์ ประสานผู้บริหารบริษัทเรือชาวอินโดนีเซีย เพื่อให้ ฉันได้พบกับแรงงานไทย ทั้ง 5 คน

ทางบริษัทจึงนำคนไทย 4 คน ประกอบด้วย นาย ชัยรัตน์ ราชปักษ์ นายวันชัย ไชยวุฒิ นายมี พรมมี และนายพรเพชร บุญมี มาพบกับดิฉันและทีมงานมูลนิธิ LPN ในฝั่งหมู่บ้าน เพื่อยืนยันว่าพวกเขายังปลอดภัย เรามีเวลาพบกันประมาณ 10 นาที คุณชัยรัตน์ บอกว่า ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยดี ยกเว้นนายสมชาย แช่มช้อย ป่วยเป็นไข้มาลาเรีย ถ้าเป็นไปได้พวกเขาจะขอไปอยู่ในการดูแลของตำรวขโดยเร็วที่สุด แต่ทางบริษัทบอกว่า ทางบริษัทจะดูแลจนกว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจากเกาะตวล จะมารับตัวทุกคนเข้าสู่กระบวนการส่งกลับประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมาถึงเกาะเบนจินาวันพรุ่งนี้ ฉันจึงบอกทุกคนว่า หาก ตม.มารับในวันพรุ่งนี้ แล้วทางบริษัทจะคุ้มครองความปลอดภัยให้ ระหว่างนี้ ทางสถานทูตไทย โดยท่านทูต ภาสกร ศิริยะพันธ์ จะสอบถามความปลอดภัยของทุกคน เป็นระยะ จนกว่าจะถึงเกาะตวล ขณะทีดิฉันกับทีมงานก็อยู่ที่เกาะเบนจินา จะอยู่ให้กำลังใจ จนกว่า ทั้ง 5 คนจะได้กลับออกไปพร้อมกัน คุณชัยรัตน์และเพื่อนก็ตกลง เนื่องจากยังมีคุณสมชาย ที่ป่วยต้องนอนพักผ่อนเพื่อให้อาการดีขึ้น

ทั้ง 4 คนฝากบอกครอบครัวว่า ดีใจที่ได้กลับบ้าน และอยากบอกทุกคนว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ช่วยเหลือและขอให้คุ้มครองพวกเขาจนกว่าจะถึงประเทศไทย เพราะพวกเขาเป็นพยานคนสำคัญที่ออกมาเปิดเผยว่า ที่ท่าเรือของบริษัทมีห้องขังแรงงาน และคนไทยทั้ง 5 คน ถูกขังไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ด้วยข้อหาเพียงเล็กน้อย จึงถือเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว

ที่มาการขอความช่วยเหลือคนไทยทั้ง 5 คน เร่ิมต้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม ดิฉันและคุณปฏิมา ตั้งปรัชญากุล ผู้จัการมูลนิธิ LPN เดินทางมามี่เกาะเบนจินา เพื่อตรวจสอบกรณีมีข้อมูลว่า บนเกาะนี้ มีหลุมฝังศพคนไทย มีคุกขังแรงงาน และปัญหาเรือติดค้าง

เมื่อมาถึงเราพบหลุมฝังศพคนไทยที่มีป้ายชื่อไทยแลนด์ 64 ราย ไม่มีป้ายชื่อ 12 ราย และหลุมใหม่ ที่เป็นศพนิรนาม รวมแล้วชาวบ้านในพื้นท่ีระบุว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว้า 100 ศพ

เราจึงไปสอบถามข้อมูลกับตำรวจเกาะเบนจินา ซึ่งยอมรับมีศพนิรนาม ไม่มีชื่อจริง ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวน และนำดิฉันไปที่ท่าเรือเพื่อสอบถามจากผู้บริหาร เรื่องศพทางบริษัทระบุว่ามีการแจ้งให้ญาติทราบและจ่ายเงินเยียวยา

จากนั้นดิฉันได้รับข้อมูลจากแรงงานคนหนึ่งให้ไปดูคุกที่กักขังแรงงาน มี่อยู่ด้านหลังรปภ.และพบคนไทย 5 คน คนพม่าอีกจำนวนหนึ่ง ร้องขอความช่วยเหลือต้องการกลับประเทศไทยโดยด่วน

ดิฉันจึงเดินทางกลับเกาะอัมบน ในวันที่ 23 มีนาคม และเปิดเผยข่าวนี้ ขณะที่ทีม lpn ส่งรายชื่อคนไทยที่ร้องขอกลับบ้าน ทั้งในคุก 5 คน และ 17 คน มีทั้งที่ป่วยและถูกสวมชื่อหลอกมาทำงาน ทางสถานทูตได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย และทางบริษัท ขณะที่ดิฉันและทีม lpn กลับมาติดตามการช่วยเหลือที่เกาะโดโบ เมื่อวานนี้ จนช่วงบ่ายทราบว่าทั้ง 5 คนได้รับการปล่อยตัว แต่ด้วยปัญหาการประสานงานและอุปสรรคบางอย่าง ทำให้ต้องใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะได้เจอทั้ง 5 คนและได้รับคำยืนยันว่าจะได้รับการส่งกลับประเทศไทย

ขอบคุณท่านทูตภาสกร คุณวรวิทย์ และเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ณ.กรุงจากาตาร์ ที่ช่วยเหลือทั้ง 5 คนอย่างเต็มที่ค่ะ

ยังมีกรณีคนไทยที่แจ้งชื่อขอเดินทางกลับจากเกาะเบนจินา อีก 12 คน คงต้องตามต่อ รวมถึงการตรวจสอบศพนิรนามที่รอชุดเฉพาะกิจของรัฐบาลมาแก้ปัญหาในวันที่ 27 มีนาคมนี้

นอนหลับฝันดีค่ะทุกคน

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์