สปช.เห็นชอบผลศึกษาแก้ร่าง กม.ดิจิทัลแล้ว เน้นธรรมาภิบาล คุ้มครองสิทธิ ปชช.

14 เม.ย.2558 เว็บไซต์เครือข่ายพลเมืองเน็ตรายงานว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาศึกษาชุดร่างกฎหมายดิจิทัล ที่จัดทำโดยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ 

รายงานของเครือข่ายพลเมืองเน็ตระบุว่า สปช.มีความเป็นห่วงร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงมีความบกพร่องเรื่องของธรรมาภิบาล และยังเปิดช่องให้มีการละเมิดสิทธิของประชาชน โดย สปช.เสนอแก้ไขในหลายประเด็นให้มีความรัดกุมและชัดเจน และเสนอให้ชะลอการแก้ไขในบางประเด็นออกไปหลังจากมีรัฐธรรมนูญแล้ว

สำหรับข้อเสนอแนะส่วนหนึ่งจาก “รายงานผลการพิจารณาศึกษากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” โดย คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้

- แยกบทบาท ผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker) ผู้กำกับดูแล (Regulator) และผู้ประกอบการ (Operator) ออกจากกันให้เด็ดขาด เพื่อป้องกันการแทรกแซง

- ให้ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้จัดทำนโยบาย เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

- ให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เป็นผู้กำกับดูแล และทำตามนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

- กำหนดให้ชัดเจนว่าคณะกรรมการหรือหน่วยงานใดจะเป็นผู้ปฏิบัติการ (Implementors) ตามกฎหมาย เพื่อทำให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิดความขัดแย้งเชิงบทบาทในอนาคต

- ปรับโครงสร้างกองทุนพัฒนาให้ชัดเจน

- ให้คงไว้ซึ่ง กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

- ให้รัฐบาลจัดสรรเงินจากรายได้แผ่นดินที่ได้รับจากสำนักงาน กสทช. เข้าสู่ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

- แก้ไขวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ไม่ให้ซ้ำซ้อนกับกองทุนที่มีอยู่แล้ว เช่น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

- เสริมสร้างธรรมาภิบาล

- การใช้เงินจากกองทุนดิจิทัลฯ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย, กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ, กฎหมายว่าด้วยการโอนงบประมาณ, กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

- กำหนดให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและผู้สอบบัญชี เป็นทั้งผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุน

- กำหนดให้มีการประเมินผลงานของหน่วยงานในกำกับ หากไม่บรรลุภารกิจตามแผนแม่บทให้สามารถยุบหรือยกเลิกหน่วยงานนั้นได้

- กรณีหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ ถือหุ้นหรือร่วมลงทุนกับเอกชน ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

- รายได้ของหน่วยงานต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

- หน่วยงาน กรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา และพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องมีภาระการพิสูจน์ความสุจริตของตนเอง หากพิสูจน์ไม่ได้ก็ต้องมีความรับผิดตามกฎหมาย

- กำหนดขอบเขตการทำงานของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ชัดเจน

- เพิ่มนิยาม “ภัยคุกคาม” (Threats) และ “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง” (Critical Infrastructures) ที่ต้องการปกป้อง

- กำหนดกรอบการทำงานและการประสานงานที่ชัดเจน (Cybersecurity Framework)

- ให้มีการกำหนดมาตรฐานและการบริการความเสี่ยงที่ชัดเจน ร่วมกับภาคเอกชนและประชาสังคม

- กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้เฉพาะกรณีเข้าถึงข้อมูลบุคคลที่เป็นเป้าหมาย (targeted surveillance) โดยต้องมีการกลั่นกรองจากศาลหรือตุลาการ และเปิดโอกาสให้โต้แย้งคำสั่งที่เกี่ยวข้องได้

- เพิ่มบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงระบบข้อมูลเป็นการเฉพาะ อย่างน้อยตามหลักการความรับผิดเด็ดขาด (strict liability)

- เพิ่มมาตรการเยียวยาความเสียหาย ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะ

- แยกภารกิจในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ออกจากอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

โดยทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้วางกรอบและประเด็นการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการบังคับใช้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ทั้ง 10 ฉบับ ไว้ใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. แนวคิดหลักการสำคัญของการเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้ง 10 ฉบับ สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมของประเทศไทยได้จริงหรือไม่

2. โครงสร้าง สถานะและบทบาทอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน องค์กรหรือหน่วยงานรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล มีความชัดเจนเพียงใด และสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมของประเทศไทยได้จริงหรือไม่

3. สถานะและบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ภายใต้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะเป็นไปในทิศทางใด และการจัดตั้งกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วัตถุประสงค์ในการที่จะนำเอาเงินกองทุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีความชัดเจนเพียงพอแล้วหรือไม่ และประชาชนผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากกองทุนดังกล่าวอย่างไร

4. ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ได้มีการกำหนดมาตรการรองรับหรือกลไกการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารและรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เพื่อไม่ให้ถูกลิดรอนหรือถูกละเมิดหรือไม่ เพียงใด รวมทั้ง มีการกำหนดมาตรการกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่และมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนผู้ถูกกระทำละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้ร่างกฎหมายชุดดังกล่าวหรือไม่

5. โครงสร้าง สถานะและบทบาทอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน องค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ภาคธุรกิจ หรือผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ และจะมีมาตรการสนับสนุนส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ให้กับภาคเอกชน ภาคธุรกิจ หรือผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไร

 

ที่มา เครือข่ายพลเมืองเน็ต

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์