3 ปียังไม่คืบ-ชี้ขาดคดีภรรยา‘อากง SMS’ ฟ้องแพ่ง โอนจากศาลปกครองมาศาลยุติธรรม

         

23 เม.ย.2558 ตามที่ภรรยานายอำพล ได้ยื่นฟ้องกรมราชทัณฑ์กรณีละเมิดต่อหน้าที่เป็นเหตุให้นายอำพลเสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ต่อศาลปกครองเป็นคดีหมายเลขดำที่ 977/2556  เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 ศาลปกครองกลางได้อ่านคำวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 10/2558 ว่าคดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม

เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำร้องโต้แย้งว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม ซึ่งศาลแพ่งเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจตนเนื่องจากคดีเป็นการละเมิดซึ่งเกิดจากการกระทำทางกายภาพของเจ้าหน้าที่ แต่ศาลปกครองกลางมีความเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองเนื่องจากคดีเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ข้อโต้แย้งดังกล่าวจึงเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล  ซึ่งคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่ามูลเหตุคดีเกิดขณะอยู่ในอำนาจคุมขังของเจ้าหน้าที่ อันเป็นการจัดการให้เป็นไปตามหมายขังของศาลยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น คดีพิพาทจึงเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม

ดังนั้นคดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายระหว่างภรรยานายอำพล และกรมราชฑัณฑ์จึงอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม โดยผู้ฟ้องคดีต้องรอคำสั่งศาลปกครองให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรมหรือจำหน่ายคดีเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีไปฟ้องยังศาลยุติธรรมตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 ต่อไป 

 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.56 นางรสมาลิน  ภรรยานายอำพล ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องกรมราชทัณฑ์ต่อศาลปกครอง เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีเป็นผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังป่วย แต่เจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัดของผู้ฟ้องคดีได้ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร หรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้นายอำพลถึงแก่ความตาย ให้กำหนดให้กรมราชทัณฑ์ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 2,225,250 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะชำระเสร็จสิ้น

อำพล อายุ 61 ปีขณะเสียชีวิต เป็นอดีตพนักงานขับรถที่ปลดระวางมาเลี้ยงหลานอยู่บ้าน เขาถูกกล่าวหาว่าส่งข้อความสั้น (SMS) มีข้อความดูหมิ่นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปให้นายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จากนั้นสมเกียรติจึงแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาถูกจับกุมตัวที่บ้านพักจังหวัดสมุทรปราการ ถูกขังอยู่ราวสองเดือนจึงได้รับการประกันตัว ต่อมาเมื่ออัยการสั่งฟ้อง เขาถูกคุมขังและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวอีกเลยระหว่างต่อสู้คดี 23 พ.ย.2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเขามีความผิดจริง พิพากษาจำคุก 20 ปี (ข้อความ/กรรมละ 5 ปี 4 ข้อความ) ต่อมาวันที่ 8 พ.ค.2555 อำพลเสียชีวิตในโรงพยาบาลราชทัณฑ์หลังป่วยมานานและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลไม่กี่วัน 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์