ยูเอ็นวีเมน เผย หญิงทั่วโลกได้ค่าแรงน้อยกว่าชาย 24%

28 เม.ย. 58 - ยูเอ็นวีเมน เปิดรายงาน ความก้าวหน้าของผู้หญิงของโลก ปี 2558-2559: เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ, ตระหนักถึงสิทธิ (Progress of the World’s Women 2015-1016: Transforming Economies, Reaizaing Rights) พบว่า ผู้หญิงทั่วโลกในตลาดแรงงานอยู่ในสถานะได้ค่าตอบแทน การเข้าถึงสิทธิ และการคุ้มครองทางสังคมที่ตำกว่าผู้ชาย รายงานกล่าวถึงประเทศไทยว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าช่วยให้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลมากขึ้น
 
จากการสำรวจทั่วโลก มีเพียงครึ่งหนึ่งของผู้หญิงอยู่ในภาคแรงงาน (ในขณะที่ผู้ชายอยู่ในภาคแรงงานถึงสามในสี่) ในประเทศกำลังพัฒนานั้นการจ้างงานผู้หญิงสูงถึง 95 เปอร์เซนต์อยู่ในภาคแรงงานนอกระบบ ซึ่งไม่ได้ถูกปกป้องโดยกฎหมายแรงงาน และสิทธิทางสังคมอื่นๆ  
 
โดยเฉลี่ยทั่วโลก ผู้หญิงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานต่ำกว่าผู้ชายถึง 24 เปอร์เซนต์ และช่องว่างระหว่างค่าตอบแทนยิ่งสูงข้นเมื่อหญิงนั้นมีบุตร ตัวอย่างเช่น ในภูมิภาคเอเชียใต้ ช่องว่างของค่าตอบแทนระหว่างชายและหญิงที่มีบุตรสูงถึง 35 เปอร์เซนต์ เมื่อเปรียบเทียบกับหญิงไม่มีบุตรซึ่งอยู่ที่ 14 เปอร์เซนต์ 
 
โรเบอร์ต้า คลาร์ค ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ยูเอ็นวีเมน และ ฟรานซิสโก้ คอส มอนเทียล ที่ปรึกษาด้านการเพิ่มศักยภาพผู้หญิง ยูเอ็นวีเมน ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิต กำลังเปิดตัวรายงานความก้าวหน้าของผู้หญิงของโลก ปี 2558-2559: เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ, ตระหนักถึงสิทธิ ที่สำนักงานยูเอ็น วีเมน กรุงเทพฯ 
 
รายงานยังกล่าวอีกว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่ในงานที่ไม่ถูกให้คุณค่า เช่น 83 เปอร์เซนต์ของคนทำงานในบ้านเป็นผู้หญิง และครึ่งหนึ่งของพวกเขาไม่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ
 
แม้แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในที่ทำงาน พวกเธอก็ยังพบอุปสรรคที่เพื่อนร่วมงานชายไม่ต้องประสบ เช่น ในสหภาพยุโรป 75 เปอร์เซนต์ของผู้หญิงที่อยูในตำแหน่งบริหารหรือสูงกว่า และ 61 เปอร์เซนต์ของผู้หญิงในภาคบริการ ประสบกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน 
 
นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีที่ทางอยู่ในตำแหน่งผู้นำทางเศรษฐกิจน้อยอีกด้วย ไม่ว่าจะในสหภาพแรงงาน กรรมการบริษัท รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และตำแหน่งในสถาบันด้านการเงิน ในปี 2004 นั้น หกสถาบันทางเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกมีสัดส่วนของผู้หญิงอยู่เพียง 4-20 เปอร์เซนต์ 
 
“สิทธิของผู้หญิงทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น สิทธิในการมีงานที่มีคุณค่า สิทธิในการรับบริการทางสุขภาพ และชีวิตที่ปราศจากความรุนแรงและการกีดกันทางเพศนั้น ได้รับการรับประกันในพันธะสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลจึงมีหน้าที่ในการรับประกันว่า ผู้หญิงจะได้มีสิทธิต่างๆ เหล่านั้น” โรเบอร์ต้า คลาร์ค ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ยูเอ็นวีเมนกล่าว 
 
คำแนะนำจากรายงานฉบับนี้ คือ การมีนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เอื้อให้เกิดงานที่มีคุณค่าสำหรับผู้หญิง (และผู้ชาย) และทำให้แน่ใจ่า งานต่างๆ โดยเฉพาะงานในภาคไม่เป็นทางการและอยู่นอกระบบที่มีผู้หญิงทำงานอยู่มาก เช่น งานดูแลที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งมีบทบาทในการค้ำจุนระบบเศรษฐกิจ นั้นได้รับการยอมรับและสนับสนุน นอกจากนี้ บริการทางสังคมที่ถูกออกแบบมาอย่างดี (เช่น ระบบประกันสุขภาพ) และมาตรการการป้องกันทางสังคม (เช่น บำนาญ) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางรายได้ของผู้หญิง และศักยภาพของพวกเธอในการคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจอีกด้วย 
 
สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ยูเอ็นวีเมนพบว่า ระหว่างปี 1990-2013 ผู้หญิงอยู่ในกำลังแรงงานน้อยลงจาก 69 เปอร์เซนต์ เหลือ 62 เปอร์เซนต์ ความแตกต่างระหว่างค่าตอบแทนการทำงาน ระหว่างชายและหญิงในภูมิภาคนี้อยู่ที่ 20 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับ 24 เปอร์เซนต์ทั่วโลก ในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และ มองโกเลีย ได้ใช้ระบบโควต้าเพื่อเพิ่มปริมาณการจ้างงานผู้หญิงในภาครัฐ
 
รายงานฉบับนี้ยังพูดถึงความสำคัญของระบบประกันสุขภาพสำหรับทุกคนว่า เป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ ประเทศไทยซึ่งมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถูกยกมาเป็นตัวอย่างในการยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้หญิง 
 
“ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย หลังจากหลักประการสุขภาพถ้วนหน้าถูกนำมาใช้ในปี 2544 ประชากรไทยถึง 98 เปอร์เซนต์เข้าถึงการดูแลสุขภาพในปี 2010 และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ลดลงจาก 27 เปอร์เซนต์ในปี 2002 เหลือเพียง 14 เปอร์เซนต์” รายงานกล่าว 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น