รายการคืนความสุข 'ประยุทธ์' แสดงความเสียใจเหตุแผ่นดินไหวเนปาล ชวน ปชช.ร่วมบริจาค

 
1 พ.ค. 2558 เว็บไซต์ Thai PBS รายงานว่าเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยทุกคน ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเพื่อนชาวเนปาล และผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วันที่ 25 เมษายน 2558เวลาประมาณ 13.11 น.ตามเวลาในประเทศไทยเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปี ของประเทศเนปาล ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้
 
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรม ราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว โดยพระราช ทานเงินจำนวน 10 ล้านบาท ในการช่วยเหลือดังกล่าว  และในเบื้องต้นทางรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลเนปาลไปแล้วภายหลังจากทราบข่าว เราได้ช่วยครั้งแรกเป็นจำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 6 ล้านบาท ผ่านกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.นะครับ  หนังสือแสดงความเสียใจก็ได้ทำไปแล้ว แล้วตอนนี้กำลังรวบรวมความช่วยเหลือต่างๆ บางอย่างก็ส่งไปบ้างแล้ว กำลังรวบรวมที่ประชาชนคนไทยได้ร่วมมือกันเสียสละ นะครับเพื่อจะช่วยเหลือเนปาล ระยะต่อไป และก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งนะครับที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานงบประมาณจำนวนดังกล่าวนั้นเพื่อให้รัฐบาลมอบให้กับรัฐบาลเนปาลนะครับ
 
ในส่วนของ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจากงบกลางจำนวน 100 ล้านบาทไว้ก่อนนะครับก้อนนี้ก็จะเป็นสำหรับในเรื่องของการ ขนส่ง การจัดส่งหมออะไรต่างๆ ระยะแรก ไปนี่ ทำนองนี้นะครับ เราไปแล้ว 1เที่ยว แล้วก็กำลังจะไปด้วยสายการบินปกติด้วย แล้วก็จะไปด้วย C-130ด้วยนะครับ ว่าพรุ่งนี้ จริงๆมาตั้งแต่วันนี้นะครับมันมีปัญหาเรื่องการจราจรทางอากาศ ด้วยอะไรด้วย แต่ก็คงจะขยับเป็นพรุ่งนี้ แล้วก็เตรียมของให้พร้อมมากขึ้นนะ อาหารการกิน ที่หลับ ที่นอน นะครับ แล้วก็น้ำ อาหารสำเร็จรูปอะไรนี่ เพราะปัญหามากขณะนี้นะครับ ทุกคนระดมกันเต็มที่
 
พร้อมช่วยเหลือเนปาล
 
สำหรับการช่วยเหลือของเรานั้นอาจจะไม่มากนัก นะครับ แต่ก็เป็นความจริงใจของรัฐบาลไทย แล้วก็พี่น้องประชาชนคนไทย ที่ร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเนปาล เพราะเราก็คือครอบครัวเดียวกัน  บ้านเมืองก็ไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก หลายอย่างก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว แล้วผมก็ได้มีโอกาสพบกับท่านนายกรัฐมาตรีเนปาล เมื่อการประชุมที่ผ่านมา ที่อินโดนีเซียนะครับก็ยังคุยกันอยู่เลยว่า เอ๊ะเราจะมาร่วมลงทุนอะไรกันให้มากขึ้นไหม อะไรยังไง ก็กะว่าจะมาคุยกัน ก็เผอิญมันเกิดเหตุร้ายขึ้นซะก่อนนะครับ ก็ไม่เป็นไร ผมได้บอกกับทูตเนปาลไว้แล้วว่า เราในฐานะเป็นอาเซียน  ฐานะเป็นประเทศที่อยู่ทางด้านซีกนี้ด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นะครับ แล้วเราเป็นพันธมิตรที่ดีกันมาโดยตลอด
 
ในด้านอื่นๆ นั้นผมก็จะเพิ่มเติมให้ไปเป็นระยะที่มันต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าห่ม อาหาร เต็นท์พักอาศัย ยารักษาโรค อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และน้ำดื่ม บุคลากร ทั้ง คณะแพทย์ พยาบาล ช่างเทคนิคเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ทีมพิสูจน์หลักฐาน ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร แล้วก็ทีมสุนัขค้นหาอีกด้วย จะได้ค้นหาผู้รอดชีวิตหรือพิสูจน์อะไรก็แล้วแต่ ก็เร่งจัดดำเนินการเพราะเราเป็น แกนนำในการบรรเทาภัยพิบัติอยู่แล้ว เราได้มีการฝึกมาอย่างต่อเนื่องหลาย หลายประเทศก็มาฝึกกับเรา นะครับ  เมื่อวันอังคารที่ 28 เม.ย.2558 ที่ผ่านมา ก็ได้จัดเครื่องบิน C-130 นำทีมแพทย์ของเราไปตั้งโรงพยาบาลสนามนะครับ แล้วก็ศูนย์ประสานงานทางด้านการแพทย์  และรัฐบาลกำลังเตรียมส่งเจ้าหน้าไปเพิ่มเติมในการพิสูจน์เอกลักษณ์นะครับ
 
การช่วยเหลือชาวเนปาลนั้นส่วนหนึ่ง แล้วคนไทยที่อยู่เนปาลก็อีกส่วนหนึ่งนะ ตั้งแต่วันแรกก็ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือนะครับ สถานทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ในศูนย์นี้ช่วยเหลือคนไทยในเนปาล บูรณาการการ ให้ที่พัก อะไรต่างๆ ก็แล้วแต่นะ เพื่อจะบูรณาการให้ได้ ในขณะนี้ก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจนสามารถที่จะเอาคนไทยกลับมาได้ส่วนหนึ่งแล้วนะครับ ก็เหลือบางส่วนที่ทยอยออกมานะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ กระทรวงต่างประเทศได้เตรียมการไว้พร้อม ขอชื่นชมด้วยนะครับ กับกระทรวงอื่น ๆ พอสั่งไปอนุมัติ ใน ครม. ทุกอย่างก็เดินหน้าก็เดินหน้าได้เลยผมก็ไม่อยู่ด้วยซ้ำไป ผมไปประชุมที่ต่างประเทศนะครับ ระหว่างนั้นก็โทรศัพท์คุยกันกับท่านรองนายก แล้วก็คุยกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ทุกคนพร้อมหมด ผมก็อนุมัติในหลักการสามารถดำเนินการได้โดยทันทีนะครับ
 
เชิญบริจาคช่วยเหลือเนปาลร่วมกับรัฐบาลไทย
 
การบริจาคมี 2 ส่วนนะครับ ส่วนหนึ่ก็เราให้ไปแล้วใช่ไหมครับ เพราะถ้าจะเพิ่มเติมขณะนี้ก็มี ของกระทรวง มหาดไทยนะครับ ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ทุกจังหวัด แล้วก็หน่วยทหารต่างๆก็ได้นะครับ ระบุให้ชัดเจน ลงนามหลักฐานให้ชัดเจน นะครับ จะได้ไม่รั่วไหล อันที่ 2 ก็คือบริจาคได้ที่ธนาคาร กรุงไทย ทั่วประเทศบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” นะครับ รัฐบาลได้เปิดบัญชีไว้แล้ว ธนาคารกรุงไทย สาขาธรรมเนียบรัฐบาล หมายเลขบัญชี 067-0- 10330-6นะครับ ทั้งนี้ผู้บริจาคสามารถนำหนังสือการรับเงินบริจาคที่ออกให้ หรือใบโอนเงิน สลิปของธนาคาร ที่บริจาคเป็นหลักฐานนะครับในการลดหย่อนภาษีเงินได้ ในบัญชีนี้เท่านั้นนะถึงจะลดให้ ของรัฐบาล ช่องทางนี้
 
นอกจากนั้นทางเอกชน เช่น 7-eleven ทุกสาขา ก็ให้ความร่วมมือรับบริจาคเงินเพื่อส่งต่อมาให้รัฐบาลด้วยนะครับล่าสุดทราบว่า มีเงินบริจาคทั้ง 2 ช่องทางวันที่ 28 เม.ย. จำนวน 55.95 ล้าน บาทนะครับ ที่เหลือก็ยังมีอีกมากมายนะครับยังไม่สามารถรวม อันนี้เฉพาะที่มีตัวเงินอยู่นะครับผมขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่ร่วมแสดงน้ำใจนะครับคนไทยเราไม่แพ้ชาติไหนในโลก วันนี้เพื่อนเราลำบาก ต้องดูแลเพื่อน ให้ผ่อนคลายทุกข์ของเขานะครับ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่จริงใจต่อกันอย่างแท้จริงนะครับ
 
พัฒนาความร่วมมืออาเซียน
 
ในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในการประชุมสุดยอดอาเซียนในปีนี้ (2558) ครั้งแรกนะครับ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นประธานการประชุมนะครับ ก็เป็นการประสานความร่วมมือกับประชาคมโลกนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความร่วมมือของอาเซียนในด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างรวดเร็วนะครับ เพราะว่านับวันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นจะมีความสำคัญมากขึ้นในเวทีโลก เสียงเราจะดังขึ้นนะครับ ถ้าเรารวมกันได้นี่ มันจะเสียงดัง คนเยอะ ปริมาณการค้า การลงทุนเยอะมากนะครับ เศรษฐกิจก็น่าจะดีขึ้นนะ  วันนี้เราต้องเร่งทั้งการค้า การท่องเที่ยวการลงทุน ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของโลกยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรนะครับ เศรษฐกิจประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ก็ยังอ่อนแออยู่พอสมควร ถึงแม้จะดีขึ้นก็อย่างช้าๆ นะ เพราะงั้นเราต้องหันมากระชับและสร้างความสำคัญให้กับการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านนะครับ มิตรประเทศใกล้ก่อน ต่างประเทศไกลๆ นั่นก็คงทำต่อนะครับ จากตลาดบนซึ่งมันอาจจะ เกินความต้องการเขาแล้ว  เราก็ต้องไปเจาะตลาดล่าง หรือประเทศอื่นๆ ประเทศเล็กๆ อะไรต่างๆ ก็ต้องเข้า เจาะหมดล่ะครับวันนี้ เจาะหมดเลย หมู่เกาะ แอฟริกา ความร่วมมือต่าง ๆ มีหมดทุกภูมิภาคนะครับ ผมได้ให้ทุกกระทรวงไปเดินหน้าแบบนั้น กระทรวงต่างประเทศ วันนี้ก็ต้องเป็นเชิงรุกนะครับ ต้องรกทุกเรื่องเหมือนกัน ไปบอกเขาว่าเรามีอะไร เขามีอะไร เราจะเชื่อมกันตรงไหนนะครับ ถ้าเรารวมกันได้ในอาเซียน 625 ล้านบาทนะครับ
 
วันนี้ประเทศไทยเราส่งออกสินค้าไปขายประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ในสัดส่วนกว่าร้อยละ 26 ถือว่าเยอะนะ 26 ใน 9 ประเทศนะ  เพราะงั้นมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเราถ้าเราสามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกระหว่างกันให้มากขึ้น คือต้องให้เขาด้วย เขามาเราด้วย ไม่งั้นมันเกิดการขาดดุลการค้าระหว่างกันมาก มันก็ทำให้ประเทศที่จะต้องพัฒนามากๆ นี่ เขาก็ต้องถอยหลังอีกนะ วันนี้เราบอกกติกาแล้วว่าเราจะต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน ให้การสนับสนุนเพื่อนกันให้แข็งแกร่งด้วยกัน ถ้าเราแข็งแกร่งทุกประเทศในอาเซียน มันก็จะทำให้อาเซียนเข้มแข็งไปด้วย เราจะได้มีเสียงดังอย่างผมว่า พูดอะไรคนเขาก็ฟังนะ
 
เพราะฉะนั้นในสัปดาห์นี้ ในวันที่ 26 – 28 นี่ เมษา ผมก็ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซียนะครับ เป็นการประชุมแบบเต็มคณะ มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ในทุกมิติ ภายใต้หัวข้อ ประชาชนของเรา ประชาคมของเราวิสัยทัศน์ของเรา คือของอาเซียนนะครับหารือกันหลายเรื่อง เช่น (1) การทบทวนพัฒนาการการสร้างประชาคมอาเซียนและเร่งรัดการจัดตั้งให้ได้โดยเร็ว ภายในปี 58 นี่นะครับ แล้วก็ (2) การจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนหลังจากปี 58 ต่อไปนะครับ เพราะที่เราเดิมมา 20 ปีแล้ว ก็ต้องวาง 10 ปี 20 ปีต่อไปหลังปี 58 นะครับ แล้วเรื่อง (3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกอาเซียน  คณะทำงานต่างๆ ทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำ กับผู้นำ ผมก็ได้มีการพบปะ พูดคุยกับหลายท่าน กับทุกประเทศนะครับ ก็พร้อมจะร่วมมือกับไทย ทุกประเทศนะครับ ยืนยัน  ในเรืองของ (4) การสร้างความใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับประชาชน อันนี้ก็มีความสำคัญ ให้ประชาชนรู้ว่า ประโยชน์ของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซี่ยน หรือการก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจอาเซี่ยน AEC นี่นะ เป็นอย่างไร เขาจะใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ต้องให้เขารู้ เข้าใจนะ ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ การค้าการลงทุน ความเป็นอยู่อะไรต่างๆ เขาจะดีขึ้นมาไหมด้วยตรงนี้ ตัวเองก็ต้องพัฒนา รัฐก็ต้องอำนวยความสะดวก ในระยะแรก รัฐก็ต้องมากหน่อย วันหน้าเอกชนก็ร่วมมาก ๆ เข้า ทุกคนก็จะเร็วขึ้น
 
การประชุมครั้งนี้ได้พบปะอย่างที่เรียนไป แล้วทั้งผู้นำสมาชิกทุกประเทศนะครับผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ผู้แทนภาคประชาสังคม แล้วก็ผู้แทนเยาวชนอาเซี่ยน  ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองในหลายเรื่องผมได้พูดถึงการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งได้โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นศูนย์กลางก็คือให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด รัฐก็ต้องอำนวยความสะดวกหาวิธีการต่าง ๆ ทำให้ได้ บางอย่างนั้นเราก็จำเป็นต้องให้เอกชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุดนะครับ วันนี้เราก็ต้องแก้ไขกฎกติกาที่ยังไม่ทันสมัย ยังไม่เป็นธรรมรวมความไปถึงเรื่องการให้ประชาชนในอาเซียนทุกภาคส่วน ผู้มีรายได้น้อยด้วยนะครับ ผู้ด้อย โอกาส ผมได้เสนอไปในที่ประชุมด้วย ว่าต้องดูแลคนเหล่านี้ด้วย ให้ได้รับประโยชน์ อย่ามองเรื่องการค้าขายขนาดกลาง หรือใหญ่อย่างเดียว เพราะมันอยู่ได้ด้วยประชาชนข้างล่างนี่นะ ประเทศเราเป็นประเทศที่รายได้ไม่มากนักนะ กลุ่มอาเซียนด้วยกัน
 
การเป็นประชาคมอาเซียนนั้นเราได้หารือกันถึงแนวทางต่าง ๆ กับผู้แทนภาคธุรกิจด้วยนะครับแนวทางจะทำอย่างไรให้มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทย ก็พร้อมอำนวยความสะดวก การค้าการลงทุน เริ่มดำเนินการไปหลายเรื่องแล้ว การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน กับการปรับปรุงด่านศุลกากรต่าง ๆ ลดขั้นตอนพิธีการศุลกากร พัฒนาโครง สร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็เป็นระยะที่เราทำต่อเนื่องมานะครับ วันนี้ก็ต้องเร่งให้เร็ว เพระสิ้นปีนี้มันก็ต้องเริ่มแล้ว เรามีความพร้อมสัก 70-80%แล้วล่ะตั้งแต่เราเข้ามานี่นะครับ ก็เร่งเต็มที่เลยนะ   วันนี้ก็ต้องเพิ่มขีดความสามารถให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อการแข่งขัน จริงๆ แล้วก็ ผมไม่อยากใช้คำว่าแข่งขันอย่างเดียวนะ น่าจะเป็น พาร์ทเนอร์ชิพ หรือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกันดีกว่า นะ ในอาเซี่ยน ถ้าเราเอาประโยชน์มากๆ เขาก็อาจะไม่ร่วมมือมากนัก ก็แข่งกันไป ราคาสินค้ามันก็ถูกลงไป นะตัดราคากันเองไม่ได้ คุยกับทุกประเทศไปแล้ว ก็เห็นด้วยกัน ว่าประเทศไหน ถนัดทางไหน อะไรทางไหน ถ้ามันเหมือนกัน ก็จะปัดสัดส่วนอะไรกันได้ไหม อย่าไปลดราคากันเลย อะไรที่จะร่วมทุนกันได้ก็ร่วมกันไป นะ แบ่งปันผลประโยชน์นะครับ
 
พัฒนาตราสินค้าอาเซียน
 
อีกอันหนึ่งก็คือว่าผมเสนอว่าเราควรจะพัฒนาตราสินค้าอาเซียนนะครับ ASEAN Brand นี่สำคัญนะครับมันจะได้เป็นหน้าเป็นตา แล้วทำให้เรามองเห็นน่ะ ถูกมองเห็นในสังคมโลก ที่ผ่านมาเขาก็หาว่าเราไม่พัฒนาไม่เข้มแข็ง เทคโนโลยีไม่พออะไรต่าง ๆ ถ้าเราทำมาตรฐานนี้ได้นะ ในเรื่องของอาหารเป็นหลักนี่ก่อนนะครับ เราจะได้รับการยอมรับมากขึ้นนะ วันนี้หลายอย่างเราส่งไปต่างประเทศก็มีปัญหาอีก ตอนนี้ผมกำลังเร่งรัด สมาคมต่าง ๆ หรือผู้ตรวจ ผู้รับรอง ต่าง ๆ นี่ ในเรื่องของการรับรองมาตรฐานนี่ต้องเร่งรัดนะครับ วันนี้หลายประเทศสนใจผลไม้ ปรากฏว่าใบรับรองมาตรฐานยังไม่เรียบร้อย ผมขอเขาแทบตายนะ เร่งนะครับผมบอกทางนี้ บอกทางโทรทัศน์นี่แหละ ทำให้เร็วนะครับ ผลไม้ หรือผลิตผลการเกษตร ต่าง ๆ อะไรก็แล้วแต่ ที่เราขายเพิ่มได้ ทดแทนข้าวบ้าง ทดแทนยางบ้างนี่ เขาพร้อมซื้อเรา แต่มาตรฐานเรารับรองยังไม่ได้ ไปรีบทำนะ เร็วๆด้วย นะครับ เพราะงั้นเราต้องส่งเสริมให้ได้ ให้อาชีพเกษตรกรรมนี่ เป็นอาชีพหลักของเรา ส่วนหนึ่งคงไม่ใช่ทั้งหมด ทั้งประเทศไม่ได้ แต่เราต้องสร้างทายาทหรือสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ ที่เรียกว่า Smart Farmer นะ ส่งเสริมการสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ด้วยนะ ที่มีส่วนร่วมกันในการบริหารกิจการต่างๆ ของครอบครัวน่ะ คนรุ่นต่อไปนี่ เพราะงั้นผมคิดว่าต้องเจอกันตั้งแต่วันนี้ การพบปะของเยาวชนคงไม่เฉพาะมาคุยกันทั่วไป ไม่ใช่ อาจจะจัดเป็นกลุ่มก็ได้ เป็นอาชีพก็ได้ หรือให้เป็นภาคๆ ก็ได้ ภาคธุรกิจ ภาคเกษตร เพื่อจะรู้จักกันวันนี้  เถ้าแก่วันนี้ ก็คือพ่อแม่นะ วันหน้าก็คือลูกหลานโตมาก็ต้องเป็นเถ้าแก่ตามไปนั่นแหละ เรียกว่าสร้างเถ้าแก่ใหม่ตั้งแต่วันนี้ แล้ววันหน้าจะได้รู้จักกัน จะได้ไม่แข่งขันตัดราคากัน ถือว่าเป็นสมาชิกร่วมกันนะ เป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ จะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนนะ
 
ในส่วนของการเจริญเติบโตไปด้วยกันนั้นผมได้หารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ เช่น ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นะครับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีเวียดนามก็มีความเห็นตรงกันว่า เราจะต้องผลักดันความร่วมมือระหว่างกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผมก็ได้เรียนกับผู้นำว่า ผมก็จะสั่งของผม ท่านก็ไปสั่งของท่าน รัฐบาลก็ต้องไปอำนวยความสะดวก เอกชนก็ไปเดินหน้า ก็ตกลงกันอย่างนี้นะครับ ของเรานี่ผมเร่งให้ทุกวันนะ บางอันเราก็ยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไร แต่ผมก็เร่งให้พร้อมด้วย เราก็ต้องพร้อมด้วย แล้วต่างชาติเขาก็พร้อมด้วย ถึงจะได้เจอกันได้ไง แล้วก็ขายกันได้ซะทีพูดกันมานายแล้ว ด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน การร่วมมือแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ก็ได้เชิญชวนมา ต่างคนต่างชวนนะครับ มาร่วมลงทุนในแต่ละประเทศ โครงการพัฒนาต่างๆ เราไปเขา เขามาเรา โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเราก็ต้องบูรณาการการเชื่อมโยง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
 
เชื่อมโยง“อินโดฯ-มาเลเซีย-ไทย”
 
ก่อนกลับมาเมืองไทยนั้น ผมก็ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย IMT-GT Summit นะครับ ครั้งที่ 9 ได้พูดคุยกันถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนงานตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี 55-58 ครับเช่นในเรื่องของการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งระหว่าง 3 ประเทศ ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการค้าระหว่างกัน 2 ก็คือการพัฒนาพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้ง 3 ประเทศ คือ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน หรืออื่น ๆ ด้วย แล้วก็ประสานความร่วมมือในการสร้างตลาดยางพาราร่วมกัน พัฒนาคุณภาพปาล์มน้ำมันให้ทัดเทียมกัน แล้วก็มีเรื่องอะไร Rubber City ด้วยนะ ของเราก็สงขลา ของเขาก็ในฝั่งตรงข้ามเรา นั่นแหละ นะครับ เพราะงั้นความร่วมมือในด้านการตรวจรับรอง กำหนดมาตรฐานสินค้า ฮาลาล อันนี้สำคัญ สินค้าฮาลาลนี่เรามีขีดความสามารถสูง แต่เราก็ไปร่วมมือกับประเทศที่เขามีเศรษฐกิจด้านนี้เข้มแข็งกว่าเรา ในลักษณะเป็นพันธมิตรแล้วกัน จะได้นำพาให้เศรษฐกิจประเทศไทยดีด้วยทั้งคนไทยพุทธ ไทยมุสลิมก็ ดีไปด้วยกันทั้งหมดนะ
 
ฟื้นความสัมพันธ์ประชาคมโลก
 
เพราะงั้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาคมโลกนั้น เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ตั้งแต่เราเข้ามานี่ เราตระหนักดีว่า เราไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เราก็พยายามแสดงจุดยืนให้สังคมโลกเขาเห็นว่า เราก็จะใช้สติปัญญาของเราในขณะนี้ เข้ามาบริหารประเทศด้วยความจำเป็น แล้วก็สร้างความสงบเรียบร้อย สร้างเสถียรภาพให้ได้ซะก่อน จากนั้นเราก็จะเอาแนวทางในการปฏิบัติงานในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เคยปฏิบัติกันมาแล้วมาปรับปรุง มาประยุกต์ มาปฏิรูป มาทำใหม่ บูรณาการ ประสานงาน มันจะได้เร็วขึ้น เป็นรูปธรรมซะทีนะ เราตั้งใจทำนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ครบหมด จบหมด ผมถือว่าผมได้เริ่มเกือบทุกอย่างให้แล้วนะครับ บางอย่างก็เร็ว บางอย่างก็ช้า บางอย่างก็อยู่ระหว่างตัดสินใจกันอยู่
 
เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ความมั่นคง
 
ที่เข้ามานี่ก็ปัญหาเยอะนะ เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีนักนะ โลกก็แย่ ในไทยก็แย่ แล้วก็รายได้เราก็ตกลง ตกลง 2 อย่างหลักๆ ก็คือเรื่องสินค้าการเกษตร ส่งไปราคามันตก 2 ก็คือน้ำมันมันลด ลดก็ภาษีน้ำมันเราก็ได้น้อยลงไง รายได้รัฐก็ลดลง คือที่หนักที่สุดก็คือน้ำมันนี่ เพราะน้ำมันเรานำเข้า-ส่งออกนี่มัน เยอะทั้งคู่ คำว่าส่งออกคือน้ำมันที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์อ่ะนะ ซึ่งใช้ได้น้อยนี่ ที่เรากลั่นมามันแยกเป็นหลายส่วนด้วยกันนะครับ อันไหนไม่ใช้ก็ส่งออก ไอ้ที่ต้องใช้ประเทศนี่ ใช้หมดอ่ะนะ แล้วต้องซื้อเขามาเพิ่มอีกไง ทั้งซื้อทั้งขาย ทั้งคู่น่ะ เก็บภาษีไม่ได้ทั้งคู่ เพราะว่าราคามันลดลง ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยนะครับ นอกจากเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ก็มีเรื่องความมั่นคง การจัดระเบียบ ป่าไม้อะไรต่างๆ มาตรฐานการบิน การค้ามนุษย์ การทำผิดกฎหมาย ข้อสำคัญคือการร่างรัฐธรรมนูญด้วย ทุกอย่างมันตีกันหมดตอนนี้ เพราะมันรื้อทั้งหมดไง นะ ก็อย่าเอามาเป็นอารมณ์กันมากนักแล้วกัน สิ่งสำคัญวันนี้ผมอยากให้มองดูด้านเศรษฐกิจก่อนเป็นหลักนะ กับความมั่นคงนะครับ อันนี้ต้องแก้ให้ได้ วันนี้ก็ได้มาเยอะพอสมควร แต่เศรษฐกิจมัน แน่นอน มันไม่เร็วนักหรอกครับ เพราะมันขึ้นกับ ในประเทศ ต่างประเทศด้วย ภูมิภาคเราก็ด้วย ถ้าเข้มแข็งทั้งหมดมันแก้ได้หมดนะ ราคาน้ำมันก็สำคัญนะครับ ถ้าแพงไป สินค้ามันก็แพงขึ้น แต่มันก็เก็บเงินได้เยอะขึ้นนะ แต่ถ้ามันลดลงอย่างนี้ ประชาชนก็พอใจ แต่เศรษฐกิจมันตกลงซิครับ ยังไง ก็กำลังหาทางอยู่ ไม่เคยหนีปัญหานะครับ รับฟังทุกที่ แล้วก็จะแก้ไข เร่งดำเนินการ ผมคิดว่าวิธีกรแก้ปัญหาของเรานั้น มันคงไม่แตกต่างจากคนอื่นมากนักหรอก เพียงแต่ว่าเราจะต้องทำให้มันเร็วขึ้น เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น สร้างโครงสร้างต่างๆให้แข็งแรง พัฒนาต่างๆ เทคโนโลยีต่างๆ ให้มันดีขึ้น ทันสมัยมากขึ้น สื่อสารอย่างต่อเนื่อง ลดความระแวงสงสัย การหวาดระแวงระหว่างกันของแต่ละประเทศให้มากที่สุด บนพื้นฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกัน แล้วก็ลดความหวาดระแวงของประชาชนของเรา กับรัฐบาลเราด้วยนะครับ ขอให้มั่นใจว่า เราจะดำเนินการทุกอย่าง ด้วยความจริงใจ โปร่งใส แล้วก็เป็นธรรมนะครับ ลดความเหลื่อมล้ำ
 
ในเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีของไทยนั้น ยินดี ดีใจ พี่น้องให้ความสำคัญนะครับ ประเพณีและวัฒนธรรมของไทยมากขึ้นนะ  ก็ไม่ให้เป็นกระแสนะครับต้องการเห็นการรักความเป็นไทยนี่ สืบเนื่องต่อไปอีกนานเท่านานนะครับ  และมีความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์เฉพาะของชาติเรานั้นอาจจะมีการประยุกต์บ้าง อะไรบ้างแต่ก็นี่แหละ ไทยแท้ นะ ต้องอย่าทิ้งพื้นฐานของเรานะครับ ไม่ใช้เปลี่ยนจนหมดเลย แล้วก็มันไม่ใช่ มองยังไงก็ไม่ใช่ไทย มันคล้ายๆ ผสมผเส กันอย่างไร ระมัดระวังหน่อยแล้วกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ช่วยทบทวนดูนิดหนึ่งว่า อะไรที่มันประยุกต์ไปมากๆ มัน ก็ไม่ใช่นะ เดี๋ยวมันจะไปเหมือนๆ กับคนโน้นคนนี้ไป มันก็เลยจะทำให้การท่องเที่ยว ความประทับใจ ความน่าสนใจของเรามันหายไปนะ ก็อยากให้ซึมซับเข้ามานะครับ เด็กๆ เยาวชน ให้เขาภูมิใจเถอะครับ ในความเป็นคนไทย อย่าไปเลียนแบบเขามากนัก ตามโซเชียลมีเดีย ตามการสื่อสารที่ทันสมัย เทคโนโลยีที่เราไปควบคุมไม่ได้ยังไงเพราะงั้นเขาพร้อมจะทำให้เราดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้ เพราะงั้นเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนของเรา ว่าจะใช้ยังไง ให้เกิดประโยชน์ยังไง ไม่ให้เกิดการผลเสียกับตัวเองกับครอบครัว กับประเทศชาติ อย่างไร เพราะงั้น ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ทั้งหมดนะ จะทำให้การบริโภค การมาพักผ่อน ท่องเที่ยวในประเทศเรา มีจำนวนมากขึ้น ก็จะช่วยให้มีธุรกิจต่อเนื่องกันมากขึ้น การค้าการบริการที่พักแรม อาหารการกินมันก็ดีหมดนะ นะครับ ต้องช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วย ก็จะทำให้ทุกคนมีรายได้ ในชุมชนต่างๆ นะครับ แล้วก็เผยแพร่สิ่งดีๆ ของเราไปทั่วโลกด้วย
 
ที่ผ่านมานั้นผมคงไม่กล่าวเป็นผลงานรัฐบาลฝ่ายเดียวนะครับ ทุกคนมีส่วนร่วม รัฐบาล ข้าราชการ ข้าราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นนะครับ แล้วก็ประชาชนทุกภาคส่วน ช่วยเรามาตลอดระยะเวลาของรัฐบาล 6 เดือนกว่า ๆ นี่นะ แล้วก็รวมกับ คสช. เกือบปีแล้ว ก็ช่วยกันเต็มที่ หยุด เลือดไม่ไหลอีกนะครับ แล้วก็เติมน้ำเกลือ เติมอะไรกันอยู่นี่ มันก็เริ่มแข็งแรงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จะให้ทำใจ ไปวิ่งเลยทันทีมันไม่ได้เพราะนอนซมมานานแล้ว ช่วยกันบอกต่อในเรื่องที่ดีๆ นะครับ ฟังบ้างว่ามีอะไรพัฒนาไปบ้าง อะไรที่เหมาะสมถูกต้อง ท่านก็สนับสนุนเรา อันไหนที่คิดว่ามันยังไม่ครบถ้วน ก็เสนอมา บางอย่างมันต้องฟังเหตุฟังผลกันนะครับ ผมก็ไม่สามารถจะอธิบายทีละคน ทีละคนได้ ก็ถามมาที่ อะไรล่ะ สำนักปลัดนะครับ สำนักงานปลัดนี่ก็ตั้งทุกวัน ก็ถามมา มีปัญหาอะไรก็แจ้งมา ที่ศูนย์ดำรงธรรมก็เหมือนกัน ส่วนราชการทุกส่วนพร้อมตอบคำถามท่าน ไม่ได้ก็มาถามผมนี่ ส่งถึงผมเองนะ วันนี้ก็รายงานทุกอาทิตย์ ทุกสัปดาห์นะครับ  
 
อีกอันหนึ่งก็ โครงการดีๆ สัปดาห์นี้ก็คือ โครงการ ณ สยาม นะครับ  กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดขึ้น เพื่อให้เด็กๆ และเยาวชน ได้มีพื้นที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ แสดงความรู้ความสามารถ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และยังได้มีการเชิญศิลปินแห่งชาติ มาบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่สนใจนะคับ มีการจัดโครงการขึ้น ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน  ในทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน  ซึ่งจะมีไปจนถึงเดือนมิถุนายน ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในสื่อออนไลน์นะครับ แล้วก็พาลูกหลานของท่านไปร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กันเยอะ ๆ นะครับ
 
ลำดับต่อไปก่อนที่ผมได้เชิญ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาพูดคุยทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนนั้น ผมก็อยากจะให้ทุกคนร่วมกันแสดงความยินดีให้กับน้องรักชนก นะครับ หรือน้องเมย์ นะครับ ที่เป็นแชมป์ แบตมินตันเอเชีย นะครับ อันนี้ต้องให้กำลังใจ ผมก็บอกพูดคุยกับผู้สนับสนุนนะครับ แล้วก็ทางรัฐมนตรีด้วย บอกว่าเรามักจะพอเด็กเราได้รางวัล ได้อะไรขึ้นมา แล้วทุกคนก็คาดหวัง ทุกคนก็กดดันนะ จนเด็กนี่มีเทนชั่นเยอะทำให้การเล่นกีฬาก็ดร๊อปลง เพราะฉะนั้นต้องให้กำลังใจเขา เล่นให้เต็มที่อย่า กังวล ชนะก็ได้ แพ้ก็ไม่เป็นไร เอาใหม่นะ ถ้าไปกดดันมากๆ คนก็ไม่อยากเข้ามา เข้ามาถูกกดดันนะ หลายอย่างที่เราเสียหายไปบ้างแล้วเหมือนกัน กีฬาอื่นๆ ก็มีนะ พอชนะก็โอ๋ กันไป โอ๋ กันมาพอแพ้ก็ทิ้งไปเลย ไม่ได้ อย่างนี้ไม่ได้ ต้องแก้เขาด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาไหม ต้องเอาโค้ช มาเพิ่มเติมไหม นี่ต้องทำใหม่หมด นะ ต้องมีนักกีฬา 2 ประเภท ประเภทหนึ่งสมาคมไปคัดมา อันที่ 2 ช้างเผือก ส่งเข้ามาจากต่างจังหวัด มาแล้วมาแข่งกันข้างในอีกที จะได้นักกีฬาตัวจริงตัวสำรอง ไม่งั้นก็กลายเป็นเอาแต่พวก ๆ อีก ผมสั่งรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็คงเป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศนะครับ เดี๋ยวท่านรองคงมีอะไรเล่าให้ฟังเยอะแยะไปนะ ท่านก็ทำหลายอย่าง ทุกรองนายกนะครับ ท่านทำทุกฝ่าย 5 ฝ่ายด้วยกัน ช่วยผมมาทุกคนทุกท่าน ก็ไปบูรณาการขับเคลื่อน ในรัฐมนตรีทุกกระทรวง แล้วข้าราชการทุกกระทรวง แน่นอนมันยังไม่ 100 % แน่นอนมีปัญหา แน่นอนต้องมีคนไม่เห็นด้วย แต่ให้ท่านดูความตั้งใจของผมก็แล้วกัน ตั้งใจของรัฐบาลเราว่าตั้งใจแค่ไหน แล้วเราพูดนี่มันเกี่ยวข้องกับคนไหนบ้าง เพราะงั้นเกี่ยวข้องกับคนทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะรวยมากรวยน้อย มีส่วนร่วมทั้งสิ้นในตรงนี้ ที่จะขับเคลื่อนประเทศชาตินะครับ รวมความไปถึงเอกชนที่อยู่ต่างประเทศ คนไทยในต่างประเทศด้วย ผมไปต่างประเทศ ชื่นใจนะ ทุกคนมาทักทาย ทุกคนมาให้กำลังใจผมหมดน่ะ ฝากประเทศไทยไว้กับผมนี่ ผมก็น้ำตาจะไหลเหมือนกันนะบางที ก็กดดันผมเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร ผมจะทำให้นะ ทุกคน ขอให้รักกันนะครับ        
 
ก.การต่างประเทศชูผลงานแก้ปัญหาค้ามนุษย์
 
ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงถึงงานของกระทรวงการต่างประเทศ โดยเน้นงานด้านการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไปจนถึงการช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล ละช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุให้สามารถกลับมายังประเทสได้ รวมถึงความช่วยเหลืออื่น ๆ
การช่วยเหลือประชานในต่างประเทศ เช่นกรณีที่ลูกเรือของไทยถูกจับที่โซมาเลีย 5 คน ก็สามารถช่วยเหลือได้ รวมถึงการช่วยเหลือลูกเรือที่ประเทศอินโดนีเซีย การอพยพคนไทยในเขตสู้รบในประเทศลิเบีย
 
ก.การท่องเที่ยวตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
 
ขณะที่ น.ส.กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวโดยขณะนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น  พร้อมจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ใน 7 จังหวัดหลัก ขณะที่การเตรียมพร้อมนักกีฬาที่จะไปแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศสิงคโปร์ก็ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี เนื่องจากมีงบประมาณสนับสนุนซึ่งถือว่าเป็นขวัญกำลังใจที่ดีกับนักกีฬา
 
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์