Peace TV ยื่นหนังสือกรรมการสิทธิ ปมถูกสั่งปิดสถานี

'พีซทีวี' ยื่นหนังสือกรรมการสิทธิฯ หลังถูกสั่งปิด ด้าน นพ.นิรันดร์ ชี้ควรสั่งปิดเฉพาะรายการที่เป็นปัญหา ไม่ใช่สั่งปิดสถานี เพราะจะส่งผลกระทบพนักงานทั้งหมด

7 พ.ค. 2558  นพ.เหวง โตจิราการ พร้อมทีมผู้ประกาศสถานีโทรทัศน์ PEACE TV เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีถูกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) สั่งเพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศถาวร ทำให้สถานีและพนักงานกว่าร้อยคนได้รับความเดือดร้อน โดย กสทช.อ้างความผิดว่า รายการมองไกล ออกอากาศวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจัดรายการโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ละเมิดบันทึกข้อตกลงระหว่างบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด กับ กสทช. โดยจัดรายการข้อมูลข่าวสารยั่วยุปลุกปั่น สร้างความแตกแยกในราชอาณาจักร จึงขอให้ กสม.พิจารณาให้ความเป็นธรรม สั่งการให้ กสทช.ยกเลิกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศ เพื่อให้พีซทีวีกลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง

ด้าน นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า กสม.มีอำนาจตรวจสอบว่าคำสั่ง กสทช.เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ การที่ กสทช. มีมติ 4 ต่อ 1 เพิกถอนการออกอากาศพีซทีวีอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงอย่างไร มีการจัดรายการยั่วยุปลุกปั่นหรือไม่ และจะเชิญตัวแทน กสทช. และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.เสียงข้างน้อยมาให้ความเห็น โดยจะนัดประชุมคณะอนุกรรมการในวันที่ 20 พ.ค.นี้ จึงขอให้ทางพีซทีวี เจ้าของรายการ และนายจตุพร ที่เป็นผู้จัดรายการ เข้าให้ข้อมูลด้วย นอกจากนี้ กสม.จะพิจารณากระบวนการทางนิติการว่าขั้นตอนก่อนการเพิกถอนใบอนุญาตได้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือไม่ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า ควรสั่งปิดเฉพาะรายการที่เป็นปัญหา ไม่ใช่สั่งปิดสถานี เพราะจะส่งผลกระทบกับพนักงานทั้งหมด

"หากวันนี้เรายังไม่ยอมรับฟังความเห็นต่างก็คงยากที่จะเดินไปสู่ประชาธิปไตยตามที่ตั้งหวังให้มีการปฏิรูปและคาดหวังให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะนำไปสู่ความปรองดองของทุกฝ่าย"

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นพ.เหวง พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวหญิง รวม 5 คน เป็นตัวแทนทีวีพีซทีวี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ผ่านนายยู คาโนสุเอะ เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขอให้ยูเอ็นเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปัจจุบันปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อที่ 19 หยุดการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อ

ต่อมา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. กล่าวถึงกรณีพีซทีวียื่นหนังสือต่อยูเอ็นว่า การปิดสื่อหรือทำอะไรกับสื่อก็ถือเป็นการกระทบสิทธิเสรีภาพของสื่ออยู่แล้ว ซึ่งการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวก็คงทำได้เพราะผู้ร้องก็พยายามที่จะหาทางออกที่ในประเทศมีไม่มาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาร้ององค์กรที่มีอยู่ภายในประเทศครบหรือยัง อย่างไรก็ตามก็ต้องรอดูความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวก่อนเพราะยูเอ็นคงจะต้องใช้เวลาในการศึกษาเรื่องกฎหมาย และเรื่องดังกล่าวด้วยซึ่งการร้องเรียนต่อองค์กรระหว่างประเทศนั้นมีหลายขั้นตอนและไม่ใช่เรื่องที่จะทำง่ายๆ ส่วนที่แกนนำ นปช.ระบุว่าองค์กรต่อไปที่จะยื่นเรียกร้องคือ กสม.และผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นขณะนี้ยังไม่มีร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาที่ กสม.

 

ที่มา: คมชัดลึก, กรุงเทพธุรกิจ และ มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์