ไต้หวันแก้กฎหมายลดชั่วโมงทำงานเหลือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง เริ่มปี 2016

ไต้หวันแก้กฎหมายลดจำนวนชั่วโมงทำงานเหลือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง หรือทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน หยุด 2 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ปัจจุบันพบแรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุ 540,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้มีแรงงานไทยประมาณ 65,000-70,000 คน

 

 

จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ เดือนธันวาคม 2014 พบว่า ไต้หวันมีแรงงานต่างชาติในกลุ่ม Blue-collar Workers จำนวนทั้งสิ...

Posted by Workazine on 4 มิถุนายน 2015

 

4 มิ.ย. 2015 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาไต้หวันได้ผ่านร่างกฎหมายมาตรฐานแรงงานฉบับแก้ไข ซึ่งได้มีการปรับลดจำนวนชั่วโมงทำงานเหลือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง หรือทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน หยุด 2 วัน (จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าการทำงาน 2 สัปดาห์จะให้คนงานทำงานได้ไม่เกิน 84 ชั่วโมง) โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2016 เป็นต้นไป

นอกจากนี้กฎหมายยังได้กำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างลงเวลาเข้าออกการทำงาน และต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานเพื่อการตรวจสอบอย่างน้อย 5 ปี และกรณีลูกจ้างต้อการขอหลักฐานเกี่ยวกับการลงเวลาเข้าออกการทำงาน นายจ้างจะปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับเป็นเงินตั้งแต่ 90,000 - 450,000 เหรียญไต้หวัน

นอกจากนี้ไต้หวันยังได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ได้แก่ การเพิ่มชั่วโมงทำงานล่วงเวลาจากเดิมที่กำหนดไว้ ไม่เกินเดือนละ 46 ชั่วโมง ให้เพิ่มเป็นไม่เกินเดือนละ 54 ชั่วโมง และการลดวันหยุดนักขัตฤกษ์จากเดิมปีละ 19 วัน เหลือปีละ 12 วันโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป ทั้งนี้การแก้กฎหมายครั้งนี้ของไต้หวันสืบเนื่องมาจากปัญหาที่นายจ้างมักจะเรียกร้องให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด เนื่องจากที่ผ่านมานายจ้างมักอ้างว่าต้องเร่งงานมาเป็นเหตุผลในการยกเลิกวันหยุดของลูกจ้าง

แรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุ 540,000 คนแล้ว นี้มีแรงงานไทยประมาณ 65,000-70,000 คน

อนึ่งจากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ เดือนธันวาคม 2014 พบว่าไต้หวันมีแรงงานต่างชาติในกลุ่มคอปกน้ำเงิน (Blue-collar Workers) จำนวนทั้งสิ้น 540,000 คน ในขณะที่ ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ส่วนแรงงานในกลุ่มคอปกขาว White-collar Workers ซึ่งหมายถึง คนทำงานในสำนักงาน ระดับวิชาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เฉลี่ยแต่ละปีมีจำนวนเพียง 27,000 คนเท่านั้น โดยกว่าครึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งกระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันไม่สามารถดึงดูดบุคคลากรต่างชาติให้เข้ามาทำงานในไต้หวันได้เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำ โดยปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันของแรงงานกลุ่มคอปกขาวเฉลี่ยอยู่ที่ 47,971 เหรียญไต้หวัน

ส่วนข้อมูลจากกรมการกงสุลของไทยเมื่อปี 2014 ระบุว่ามีแรงงานไทยในไต้หวันประมาณ 65,000-70,000 คน จากเคยมีถึง 200,000 คน และอนาคตมีแนวโน้มลดลงอีก เพราะโรงงานในไต้หวันปิดตัวย้ายฐานไปเปิดที่จีนเนื่องจากค่าแรงถูกกว่า แต่กระนั้นกรมการกงสุลระบุว่าไต้หวันยังต้องการแรงงานไทยเพราะขยันและมีระเบียบ

ทั้งนี้แรงงานไทยที่ไปทำงานที่ไต้หวันจะได้รับค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 19,000 บาทต่อเดือน ขณะที่แต่ละคนยังต้องถูกหักค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งคือค่าเดินทางไปไต้หวัน ที่ผ่านกรมการจัดหางาน บริษัทจัดหางานทางประเทศไทยช่วยดำเนินการให้ โดยร่วมกับบริษัทที่ไต้หวัน พอเดินทางไปถึงก็จะต้องโดนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด โดยปีแรกจะต้องโดนหักรายเดือนๆ ละ 1,800 บาท และแรงงานไทยจะต้องอยู่ในสถานที่ที่ทางบริษัทจัดหาไว้ให้ ซึ่งจะต้องมีรายจ่ายในเรื่องที่พัก ค่าอาหาร แต่ละเดือนอีกไม่น้อยกว่า คนละ 2,500 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่แรงงานแต่ละคนโดนหักใน 1 เดือน ไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท เพราะฉะนั้น จะเหลือรายรับต่อเดือนเพียง 14,000 - 15,000 บาท ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบกับที่อยู่เมืองไทย แต่ที่ยังคงอยู่ได้ เพราะทุกคนต้องทำงานล่วงเวลา อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 ชม. ทำให้มีรายได้เพิ่มอีกประมาณ 10,000 บาท ใน 1 เดือนแรงงานไทยจะมีรายได้ส่งกลับมาเมืองไทยไม่น้อยกว่า เดือนละ 25,000 บาท ทำให้มองว่าคุ้มกับการไปทำงานที่ไต้หวัน

 

ที่มาข่าวบางส่วนเรียบเรียงจาก

Two days off per week, maximum 40 working hours beginning 2016 http://www.chinapost.com.tw/taiwan/national/national-news/2015/05/16/436156/Two-days.htm