สุรินทร์เศร้าเพราะฝนแล้ง-ฆาตกรรมชาวนาเพื่อนบ้านหลังเถียงกันว่าข้าวจะงอกหรือไม่

ชาวนาสุรินทร์เพื่อนบ้านหว่านข้าวในนารอบสอง หลังจากหว่านรอบแรกข้าวไม่งอกเพราะฝนทิ้งช่วง ต่อมาพูดคุยกันไม่ถูกหู จึงใช้จอบตีศีรษะอีกฝ่าย และยืนรอมอบตัวตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีรขรภูมิ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย จ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ รพ.ศีขรภูมิ ตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ หลังมีเหตุฆาตกรรมชาวนาเพื่อนบ้านที่ ต.จารพัต อ.ศีรขรภูมิ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา (ที่มาของภาพ: ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว)

14 มิ.ย. 2558 - เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. 58 พ.ต.ท.สมพงษ์ แก่นจักร พงส.สภ.ศีขรภูมิ ร.ต.อ.ปรีชา คงราศรี รองสวป. ร.ต.ท.สุพล ปะเจริญรองสวป. ร.ต.ต.เศรษฐวัตร คูณกลาง รองสว.ส.ส.สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุมีการฆ่ากันตายที่บ้านปรือ ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัย จังหวัดสุรินทร์แพทย์เวร รพ.ศีขรภูมิ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยพบศพนายสุโรจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี อยู่ใต้ร่มไม้ริมหนองน้ำสาธารณะ สภาพรอยใบหน้าและหัวถูกของมีคม เป็นบาดแผลลึกประมาณ 6 นิ้ว เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 30 นาที ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายอาวุธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ได้รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดี

ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร พบรอยเลือดกองอยู่บนคันนา ชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก บางคนยืนร้องให้เพราะเสียใจกับเหตุการณ์ เนื่องจากผู้ก่อเหตุก็เป็นญาติกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน ทำนามาด้วยกันทุกปี และในหมู่บ้านก็รักสามัคคีกันดี ไม่เคยมีเหตุร้ายเช่นนี้มาก่อน

จาการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าในระหว่างเกิดเหตุทั้งสองคนได้พากันมาหว่านข้าวในที่นารอบที่ 2 เพราะรอบแรกหว่านไปแล้วแต่ข้าวไม่งอกเนื่องจากว่าฝนทิ้งช่วงเมล็ดข้าวร้อนเป็นแป้งเสียหาย และข้าวไม่งอก

ในระหว่างที่พากันหว่านข้าวเสร้จทั้ง 2 คนได้มานั่งคุยกันที่ต้นไม้ริมหนองน้ำและได้ถกเถียงกันเรื่องของการหว่านข้าวและคุยกันเรื่องจะงอกไม่งอกในรอบที่ 2 ทำให้นายอาวุธ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านไม่พอใจ ลุกขึ้นใช้จอบที่นำมาขุดลอกคันนาฟาดไปที่หัวนายสุโรจน์ อย่างแรง หนึ่งครั้ง นายสุโรจน์ ล้มลง เลือดไหลออกจากศีรษะ เป็นจำนวนมากและเสียชีวิตนที่เกิดเหตุ

หลังจากที่เกิดเหตุ นายอาวุธ ซึ่งมีสีหน้านิ่งเฉย และเงียบ ไม่ยอมพูดอะไร และที่สำคัญ เป็นญาติกัน เป็นเพื่อนบ้านด้วยกัน ทำนามาด้วยกันหลายสิบปี ก็ไม่ได้ไม่ได้หลบหนีไปไหนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับส่งร้อยเวรดำเนินคดีต่อไป

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์